E-DUANG : สายตา ผู้อาวุโส จากเพื่อไทย มองภาพ เด็กเด็ก แห่งก้าวไกล

ภาพของพรรคก้าวไกลที่สังคมการเมืองไทยมองและมีบทสรุปยังเป็นภาพเดียวกันกับที่สังคมการเมืองไทยมองและมีบทสรุปต่อพรรคอนาคตใหม่

นั่นก็คือ ยังเป็นภาพของเด็กๆ ไม่มีประสบการณ์ อ่อนหัดและไร้เดียงสาทางการเมือง

ลองฟังเสียงของผู้อาวุโสระดับ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ลองฟังเสียงของผู้อาวุโสระดับ นายสมคิด เชื้อคง ก็จะสะท้อนลาวัณย์แห่งเสียงไปในแนวเดียวกัน

แม้ว่าพรรคอนาคตใหม่จะได้รับเลือกเข้ามามากกว่า 6.3 ล้านคะแนนเสียง แม้ว่าจำนวน 81 ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่จะเป็นรองก็เพียงพรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ

กระนั้น ก็ยังเห็นว่าเป็นเด็กๆ อ่อนหัด ไร้ประสบการณ์ ไร้เดียงสายิ่งในทางการเมือง

แม้ว่าเมื่อผ่านการเลือกตั้งในวันที่ 14 พฤษภาคมมาสดๆร้อนๆ พรรคก้าวไกลได้รับเลือกมากถึง 151 ส.ส.โดยมีฐานคะแนน รวมถึง 14 ล้านคะแนน

สายตาของ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สายตาของ นายสมคิด เชื้อคง ก็ยังเห็นพรรคก้าวไกลเป็นเด็กๆอ่อนหัดเหมือนเดิม

 

ยิ่งสดับตรับฟังการอ้างเหตุผลจากหลายคนในพรรคเพื่อไทยที่สรุปว่าตำแหน่งประธานสภาควรเป็นของคนจากพรรคเพื่อไทยมากกว่าคนจากพรรคก้าวไกล

ยิ่งสัมผัสได้ในความเชื่อจากสายตาที่มองและประเมินบทบาทความหมายของพรรคก้าวไกล นั่นก็คือ ยังเห็นว่าเป็นเด็กๆ ไร้ประสบการณ์ ไร้เดียงสา

ผู้จัดเจนในทางการเมืองระดับ นายจตุพร พรหมพันธุ์   นายนิติธร ล้ำเหลือ จึงเห็นว่าแต่ละจังหวะก้าวของพรรคก้าวไกลเท่ากับตกไปอยู่ในมืออันมากด้วยความเขี้ยวของพรรคเพื่อไทย

แม้กระทั่งการผลักดันในเรื่อง”ข้อตกลงร่วม”โดยพรรคก้าวไกลเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ก็เท่ากับเดินเข้าไปในวงล้อมอันคมกริบของพรรคเพื่อไทย

ยิ่ง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นิ่งเงียบ ยิ่งถูกมองอย่างหยามหมิ่น

 

บทบาทของ”ผู้อาวุโส”เมื่อเผชิญกับการยืนหยัดในแบบพรรคก้าวไกลได้ก่อให้เกิดภาพเปรียบเทียบในทางการเมืองอันแหลมคมขึ้นมาโดยอัตโนมัติ

ยิ่งพรรคเพื่อไทยออกโรง ยิ่งเท่ากับเปลือยตัวตนออกมา ไม่เพียงเป็นตัวตนระดับ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด นายสมคิด เชื้อคง หากแต่เป็นตัวตนระดับ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ระดับ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง

จริงละหรือที่เด็กๆอย่าง นายรังสิมันต์ โรม ไม่มีเขี้ยวเล็บ จริงละหรือที่เด็กๆอย่าง นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ไม่มีเขี้ยวเล็บ