E-DUANG : อ่านทิศทาง แนวโน้ม การเมือง ผ่าน #RESETTHAILAND

แม้การนำเสนอ#RESETTHAILANDผ่านการทำประชามติเพื่อนำไปสู่การตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญจะเปิดตัวอย่างคึกคักเป็นอย่างมาก

กระนั้น แม้กระทั่ง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เองก็ยอมรับว่าเมื่อถึง 20,000 รายชื่อก็ดำเนินไปอย่างเชื่องช้า

เป็นความเชื่องช้าเมื่อ นายพริษฐ์ วัชระสินธุ จำแนกแจกแจงรายละเอียดจาก 20,000 รายชื่อโดยพื้นฐาน ก็สัมผัสได้ในความอืดไม่ว่าจะในส่วนกลางหรือในต่างจังหวัด

อาจเป็นเพราะบังเกิดความท้อแท้เมื่อเห็นความล้มเหลวครั้ง แล้วครั้งเล่าไม่ว่าจะโดย#RESOLUTION ไม่ว่าจะประสานร่วมกับ #I-Law เมื่อไปถึงรัฐสภาก็ชะงัก

ทุกอย่างถูกขวางโดยพลังของพรรคการเมืองร่วมรัฐบาล ทุก อย่างถูกสกัดโดยพลังของ 250 ส.ว.ไม่สามารถเดินหน้าไปได้ จึงมองและประเมินว่า#RESET ก็คงจะเป็นเช่นนั้น

แต่พลันที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงส่วนใหญ่มีมติเปิด

ทางให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้”ไปต่อ”ในตำแหน่งนายกรัฐ มนตรีปรากฏการณ์ใหม่ก็บังเกิด

เป็นปรากฏการณ์ที่มีความเห็น”ร่วม”ไปยังตัวรัฐธรรมนูญเด่นชัดมากยิ่งขึ้น ตัวเลขจึงเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

 

หากไปศึกษาการเคลื่อนไหวของตัวเลขในห้วงก่อนเวลา 15.00 กับหลังเวลา 15.00 เมื่อการอ่านคำวินิจฉัยได้จบสิ้นตามกำหนดที่วางเอาไว้

ก่อนการอ่านคำวินิจฉัยตัวเลขผู้ร่วมลงชื่อตรึงอยู่ที่จำนวน 22,000 รายชื่อ

แต่หลังจากนั้นจำนวนผู้เข้าร่วมก็ทะลานอย่างชนิดมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เวลา 17.35 น.ก็ทะยานไปยัง 31,255 รายชื่อ

และเมื่อถึงเวลา 22.51 ของคืนวันที่ 30 กันยายน ตัวเลขก็ทะยานไปยัง 40,367 คาดหมายได้เลยว่าภายในวันที่ 1 ตุลาคม ก็จะได้ 50,000 รายชื่อตามเป้าหมาย

การเปลี่ยนแปลงในเวลาเพียง 1 วันจึงเด่นชัดในเจตจำนง

 

ก่อนหน้านี้มีคำถามจาก”แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม”ถึงท่าทีของสังคมว่าจะเลือกเดินอย่างไรภายหลังวันที่ 30 กันยายน นั่นก็คือ จะลงถนนหรือรอการเลือกตั้ง

การนัดหมายที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ คือ คำตอบหนึ่ง

ขณะเดียวกัน จำนวนตัวเลขในการเข้าร่วม#RESETTHAILAND คืออีกตัวเลขหนึ่งอันมีเป้าหมาย ไปยังการเลือกตั้งและรัฐธรรมนูญ

นี่คือทิศทางและแนวโน้มทางการเมืองที่จะเกิดตามมา