E-DUANG : บทเรียน สงคราม “ยูเครน” บทเรียน สงคราม เวียดนาม

หากถือว่า”เวียดนาม”คือสมรภูมิในการปราบมหาอำนาจอย่างฝรั่งเศสและสหรัฐอเมริกา

“ยูเครน”ก็กำลังเป็น”บทเรี่ยน”ให้กับรัสเซียอย่างแหลมคม

เริ่มจากปฏิบัติการทางทหารเมื่อวันที่ 24  กุมภาพันธ์เป็นต้นมาจนถึงเดือนกันยายน บทสรุปจากปฏิบัติการทางทหารที่รัสเซีย ดำเนินการกลับบานปลาย

ไม่เพียงเหมือนกับที่สหรัฐอเมริกาเคยประสบในสงครามเวียดนาม หากแต่ยังเหมือนกับที่สหภาพโซเวียตเคยประสบในสง ครามอัฟกานิสถาน

นั่นก็คือ สหรัฐอเมริกาถูกกำลังของประชาชนเวียดนามขับไล่ออกมาอย่างชนิดที่เรียกว่าหนียะย่ายพ่ายจะแจ และจนบัดนี้สถานการณ์ก็มิอาจหวนกลับไปเป็นเหมือนอดีต

นั่นก็คือ สหภาพโซเวียตตกไปอยู่ในหล่มโคลนอันหฤโหดในดินแดนของอัฟกานิสถาน บั่นทอนความแข็งแกร่งและกลายเป็นปัจจัยหนึ่งให้สหภาพโซเวียตแตกสลาย

บทเรียนของสหรัฐอเมริกาในเวียดนามเป็นเช่นนี้ บทเรียนของสหภาพโซเวียตในอัฟกานิสถานเป็นเช่นนี้

ถามว่าบทเรียนของรัสเซียจากยูเครนจะดำเนินไปอย่างไร

 

คำตอบของคำถามเรื่องนี้มีคนจำนวนไม่น้อยมองไปยังบทบาทของสหรัฐอเมริกา มองไปยังบทบาทของสหภาพยุโรป มองไปยัง บทบาทของนาโต

ขณะที่กล่าวสำหรับรัสเซียสะท้อนให้เห็นการเข้าไปแนบชิดกันมากขึ้นระหว่างรัสเซียกับจีน

ก่อให้เกิดพันธมิตรเหมือนกับที่เคยมีอยู่ในยุค”สงครามเย็น”

กระนั้น หากมองดูบทบาทของจีนก็จะสัมผัสได้ในความระมัดระวังเป็นอย่างสูง เนื่องจากจีนเองก็มีปัญหากับไต้หวันอันสะท้อนลักษณะละม้ายเหมือนกันเป็นอย่างยิ่ง

ซ้ำร้ายเมื่อถูกก่อกวนซ้ำจากสหรัฐอเมริกาในกรณีการไปเยือนของฝ่ายนิติบัญญัติคนแล้วคนเล่า ยิ่งทำให้จีนต้องพะว้าพะ วังและเคลื่อนไหวอย่างรัดกุม

อย่างน้อยก็เพื่อให้ไต้หวันกลายเป็นเหมือนกับยูเครน

 

สถานการณ์ของยูเครนหากเทียบกับปัญหาของไต้หวัน ยูเครนอาจอยู่ห่างไกลจากไทย ขณะที่ไต้หวันมีความใกล้ชิดมากกว่าในเรื่องของภูมิรัฐศาสตร์

แต่ไม่ว่าสถานการณ์ยูเครนหรือไต้หวันล้วนมีความเกี่ยวข้อง

เหมือนกับที่ไทยได้รับผลสะเทือนจากปัญหาน้ำมัน ปัญหาราคาพืชทางการเกษตร

จึงจำเป็นต้องสนใจและเก็บรับบทเรียนทั้งยูเครนและไต้หวัน