E-DUANG : บทบาท # ตามหา ความจริง ประสาน พลังทาง เทคโนโลยี

ต้องยอมรับว่า การปรากฏขึ้นของ # ตามหาความจริง กำลังสำแดงพลานุภาพของมันออกมาอย่างเด่นชัดมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับ

ไม่ว่าจะเป็นความสะเทือนใจอันก้องกังวานมาจากกระทรวง กลาโหม

ไม่ว่าการตอบโต้อันดังมาจากพรรคประชาธิปัตย์

ยิ่งเมื่อมีการเป็นแขกรับเชิญในรายการสัมภาษณ์ของ พี่ช่อ น.ส.พรรณิการ์ วานิชในช่องทีวีดิจิตัลช่องหนึ่ง ยิ่งทำให้ความหมายของ # ตามหาความจริง ยิ่งส่งแรงสะเทือน

แรงสะเทือนอย่างมีนัยสำคัญหนึ่งจึงเป็นแรงสะเทือนในการประเมินและให้ความหมายทางการเมือง

จากพฤษภาคม 2535 ถึงพฤษภาคม 2553

 

มีความพยายามจะ”เสี้ยม”บทบาทของ # ตามหาความจริงให้เกิดความขัดแย้งระหว่าง คณะก้าวไกล กับบรรดาคนเสื้อแดงในทำนองที่ว่าเป็นการช่วงชิงการนำ

แต่พลันที่มีเสียงขานรับจากแถวหน้าของคนเสื้อแดงไม่ว่าจะเป็น นายจตุพร พรหมพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็น นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ

ความพยายามนี้จากอีกฝ่ายจึงถูกตีให้ตกโดยอัตโนมัติ

สัมผัสได้จากบทบาทของ UDD สัมผัสได้จากบทบาทของ Peace TV สัมผัสได้จากการขานรับ # ตามหาความจริง อย่าง คึกคัก เข้มข้น

ยิ่งบทบาทของ “พี่ช่อ” น.ส.กรรณิการ์ วานิช ยิ่งทำให้กรณีเผาบ้าน เผาเมืองได้รับการสะสางผ่านบทบาทของ”สายชล”ว่าความเป็นจริงดำรงอยู่อย่างไร

ทั้งหมดนี้คือการเชื่อมประสานระหว่าง “รุ่นใหม่” กับ”รุ่นเก่า” ได้อย่างเป็นรูปธรรม

สะท้อนถึงบทบาทและความหมาย #ตามหาความจริง

 

หากเริ่มต้นจากเป้าหมายของ # ตามหาความจริง จากที่ต้องการปักธงในทางความคิด เพื่อนำไปสู่การชำระล้างในทางประวัติศาสตร์ยุคใกล้

ก็ต้องยอมรับว่า เพียงไม่กี่วัน # ตามหาความจริง ก็บรรลุเป้าหมาย

สะท้อนไม่เพียงแต่ว่า การเคลื่อนไหวทาง”ความคิด”ส่งผลสะเทือนในทาง “การเมือง” อย่างไร เท่านั้น หากแต่ยังยืนยันว่ามีแต่การไม่ยอมจำนน ไม่สิ้นหวังเท่านั้น

นำไปสู่การคิดค้น “นวัตกรรม” และการนำเอา”เทคโนโลยี”ประสานเข้ากับ “การเมือง”อย่างสร้างสรรค์ เป็นคุณ

ยืนยันรูปธรรมแห่งการเมือง”ใหม่” การเมืองแห่ง”ความหวัง”

บทความก่อนหน้านี้อดีตรมว.ศึกษา แนะเปิดโรงเรียน เข้มเฉพาะจุดเสี่ยง หลังเรียนออนไลน์วุ่น
บทความถัดไปSACICT เผยคุณค่าความเป็นไทยใน 5 ด้าน สืบสานพระราชปณิธานงานศิลปาชีพ ช่วยชุมชนอยู่ดีกินดีอย่างยั่งยืน มุ่งผลักดันงานศิลปหัตถกรรมไทยสู่สากล