E-DUANG : ​จาก หม่อมเสนีย์ ประชาธิปัตย์ ถึงผู้กองมนัส “คนเลี้ยงลิง”

อุปมาของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ต่อกรณี 10 ส.ส. 10 พรรคการเมืองขนาดเล็กที่ว่า

“ผมเป็นคนเลี้ยงลิงเลยต้องเอากล้วยให้ลิงกินตลอดเวลา”

อาจสร้างความสะเทือนใจเป็นอย่างสูงในทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นในพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าจะเป็นในพรรคการเมืองอื่น

เว้นแต่จะพูดหรือไม่พูดออกมาเท่านั้น

ความจริง อุปมาของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า มิได้เป็นของใหม่ ก่อนหน้านี้ก็เคยมีคนอุปมา ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช หัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์ว่า

เป็น “ฤาษีเลี้ยงลิง”

จะต่างก็เพียงแต่กรณีของ ร.อ.ธรรมนัสพรหมเผ่า อยู่ที่ต้องเอา “กล้วย”ให้ลิงกินตลอดเวลาเท่านั้น

 

ต้องยอมรับว่า แม้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จะเพิ่งเหยียบเข้ามาในแวดวงทางการเมือง แต่ก็มีความเข้าใจต่อสภาพความเป็นจริงใน ทางการเมืองอย่างลึกซึ้ง

อย่าลืมเป็นอันขาดว่า ร.อ.ธรรมนัสพรหมเผ่า เริ่มต้นที่ไหน

เริ่มต้นที่พรรคเพื่อไทยอันต่อยอดมาจากพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน มิใช่หรือ

ถามว่าองค์ประกอบภายในของพรรคพลังประชารัฐแตกต่างไปจากองค์ประกอบที่เคยเป็นพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชนหรือพรรคเพื่อไทยหรือไม่

อย่าถามว่า นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รู้หรือไม่

อย่าถามว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รู้หรือไม่

สภาพของ “คนเลี้ยงลิง” ที่ ร.อ.ธรรมนัสพรหมเผ่า เป็นอยู่จึงมิได้เป็นเรื่องใหม่ หากแต่สืบทอดมาตั้งแต่ยุค “ฤาษีเลี้ยงลิง”ยาวนานอย่างยิ่ง

เพียงแต่จะยอมรับหรือไม่เท่านั้นเอง

 

คนอย่าง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อาจเคยเติบใหญ่ในวงของเสธ.แต่เมื่อเหยียบเข้ามาในสังคมการเมืองก็จับสภาพความเป็นจริงได้อย่างทะลุปรุโปร่ง

จึงยอมรับสถานะ “คนเลี้ยงลิง” มิได้ตกแต่งตัวเองให้ดูมีสีสันในแบบ “ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง”

ทั้งๆที่รากฐานอำนาจก็มาจาก”ลิง”ด้วยกันทั้งสิ้น

เพียงแต่จะตีความคำว่า”กล้วย”ว่าคืออะไร

บทความก่อนหน้านี้วอชเชอร์ : “ชังชาติ” วาทกรรมใหม่ แต่ขายไม่ออก?
บทความถัดไปเดินตามดาว 9-15 กันยายน 2562 : โดย ปุสาคโม