ชีวิต ‘เจ้าดารารัศมี’ โดนดูถูกตราหน้าว่าเป็น “สะใภ้ลาว” กับตำนานความรัก-ภักดี

เพ็ญสุภา สุขคตะ

ในบรรดาใบสีมาแกะสลักด้วยหินทราย ที่จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่นนั้น ไม่มีชิ้นไหนโดดเด่นมากเท่ากับชิ้นที่มีชื่อว่า “พิมพาพิลาป” เหตุเพราะแสดงภาพการสยายเส้นผมของนางพิมพาหรือยโสธราที่ประจงเช็ดแทบเบื้องบาทเจ้าชายสิทธัตถะ ซึ่งกลายสภาพเป็นสมณเพศแล้วอย่างอ้อยสร้อย

ภาพนี้ชวนให้นึกถึงนิยายรักรันทดของ “มะเมียะ” ที่ “จรัล มโนเพ็ชร” คีตกวีล้านนา จำลองฉากและชีวิตจริงของเธอมาร้อยเรียงเป็นบทเพลงแนวบาลาดชื่อก้องท่อนที่ว่า

“มะเมียะ ตรอมใจอาลัยขื่นขม ถวายบังคมทูลลา สยายผมลงเช็ดบาทบาทา ขอลาไปก่อนแล้วชาตินี้”

อะไรเป็นแรงบันดาลใจให้อิสตรีเช่นยโสธรา แม้กระทั่งพระราชชายาเจ้าดารารัศมี จนถึงมะเมียะ จำต้องก้มกรานศีรษะลงแทบเบื้องบาทของชายที่ตนรักสุดชีวิต ทั้งๆ ที่สตรีทุกนาง รู้อยู่แก่ใจว่าความรักนั้นต้องลงเอยด้วยการพลัดพราก

ใบสีมาพิมพาพิลาป

เจ้าดารารัศมี เกศีนี้มีตำนาน

อีกหนึ่งตำนานของ “เกศัญชลี” ได้เกิดขึ้นจริงในช่วงร้อยปีที่ผ่านมา กับพระราชชายาเจ้าดารารัศมี ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในคราวที่ทูลลาเสด็จกลับไปเยี่ยมนครพิงค์เชียงใหม่เป็นการชั่วคราว หลังจากที่ใช้ชีวิตอยู่ในวังหลวงอย่างทรมานมานานเกือบสามทศวรรษ

ครั้งนั้น เจ้าดารารัศมีประจงแก้มัดปอยผมที่ยาวเหยียดเลยบั้นเอวมาเช็ดพระบาทของสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ขณะเข้าเฝ้าฯ เพื่อทูลลา ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน ซึ่งในธรรมเนียมของคนมอญ-ม่าน-ล้านนา ถือว่าเป็นการให้เกียรติอย่างสูงสุดเท่าที่ลูกผู้หญิงคนหนึ่งจักยอมลดศักดิ์ศรีพลีให้

เจ้าดารารัศมีเป็นราชธิดาของพระเจ้าอินทวิชยานนท์แห่งนครพิงค์เชียงใหม่ ถูกนำลงมาถวายตัวเป็นบาทบริจาริกาเมื่อ พ.ศ.2429 ในวัยเพียง 13 ปี ด้วยเหตุผลทางการเมือง และหลังจากนั้นเป็นเวลาเกือบ 28 ปี ชีวิตของเจ้าหญิงเมืองเหนือ พานพบแต่บททดสอบคล้ายละครน้ำเน่าในสมัยนี้ ถูกกลั่นแกล้งจากเหล่าสนมนางในที่ริษยา โดนดูถูกตราหน้าว่าเป็น “สะใภ้ลาว” เหม็นปลาร้า อู้เมือง นุ่งซิ่น กินเมี่ยง ไว้ผมมวย เพราะมิได้ตัดผมสั้นทรงดอกกระพุ่มเหมือนสตรีสยามที่คิดว่าตนศิวิไลซ์กว่า

ทั้งๆ ที่เจ้าดารารัศมีประสบกับความยากลำบาก ขัดเคืองพระทัยมาตลอด น่าจะเป็นสัญญาณแห่งการไม่ส่งผลดีต่อความสัมพันธ์ระหว่างสยามกับล้านนาเท่าใดนัก ไหนจะกรณีที่อังกฤษกำลังเล่นเกมลับๆ กับเจ้าเมืองเชียงใหม่เพื่อขอต่อรองรวมเอาล้านนาเข้ากับพม่า ชีวิตของเจ้าดารารัศมีก็ยิ่งเหมือนกับถูกวางเดิมพันไว้บนเส้นเชือกอันเปราะบาง ระหว่างสยามกับพม่า

เส้นเชือกนั้นถูกแทนภาพด้วยเส้นผมที่สยายลงแทบพระบาทพระเจ้าแห่งกรุงสยาม ผู้เป็นพระราชสวามี จะใช่เส้นผมแห่งความรักความภักดีอันยิ่งใหญ่ที่อยู่เหนือการเมือง หรือเป็นเพียงการแสดงอัตลักษณ์ตอกย้ำจารีตของสตรีล้านนาก็สุดจะคาดเดา

ทว่า เส้นผมของเจ้าดารารัศมีได้กลายเป็นตำนาน เป็นเรื่องเล่าที่ช่วยเกี่ยวร้อยรัดสายสัมพันธ์อันหมิ่นเหม่ อย่างน้อยที่สุด อาณาเขตของสยามที่เหลืออยู่น้อยนิด ก็ไม่ถูกเฉือนออกไปมากกว่านี้

 

อ่านบทความฉบับเต็ม
“เจ้าดารารัศมี” ถึง “มะเมียะ” ตำนานความรัก-ภักดี “สยายเกศาเช็ดฝ่าบาท”