ถนัดศรีชวนชิม : “ขนมจ่ามงกุฎ” กลุ่มวิสาหกิจชุมชนขนมไทยโบราณ

ถนัดศรีชวนชิม

สัปดาห์นี้จะชวนไปชิมขนมจ่ามงกุฎ ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนขนมไทยโบราณ และจักสานก้านมะพร้าวบางช้าง ที่ตำบลบางช้าง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม คุณอรพิน ประชานิยม ประธานกลุ่ม เล่าให้ฟังว่าผลิตภัณฑ์ของกลุ่มมีขนมจ่ามงกุฎ เมี่ยงคำสำเร็จรูป และเครื่องจักสานที่ทำจากก้านมะพร้าวซึ่งเป็นวัสดุที่มีในท้องถิ่น

เมื่อเอ่ยชื่อขนมจ่ามงกุฎ หลายคนจะนึกถึงขนมสีเหลืองทองลักษณะคล้ายมงกุฎ มีแผ่นแป้งรอง มียอดปิดทองสวยงาม อันที่จริงขนมนั้นมีชื่อว่า ดาราทอง หรืออีกชื่อหนึ่งคือทองเอกกระจัง เป็นขนมที่มีผู้คิดทำขึ้นในสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี

ส่วนขนมจ่ามงกุฎ แบบดั้งเดิมนั้นมีชื่อปรากฏในกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 2 มีส่วนประกอบ ได้แก่ แป้งข้าวเหนียว กะทิ น้ำตาลทราย น้ำใบเตย เมล็ดแตงโมกะเทาะเปลือก

สิ่งที่ต้องเตรียมอีกสองอย่าง คือ ใบตองตานีอ่อน ตัดขนาดพอเหมาะ ผึ่งแดดให้แห้ง แล้วนำไปอังไฟเพื่อให้มีกลิ่นหอม และไม้กลัดทำจากก้านมะพร้าว สำหรับกลัดห่อขนม

แป้งข้าวเหนียวที่ใช้ทำขนม ทางกลุ่มยังใช้วิธีการแบบโบราณ คือนำเมล็ดข้าวเหนียวดิบไปแช่น้ำ แล้วนำไปโม่

20160507_110300

ขั้นตอนการทำขนมจ่ามงกุฎ จะต้องนำกะทิมากวนกับน้ำตาลทราย แป้งข้าวเหนียว และน้ำใบเตย กวนไปเรื่อย ๆ จนเหนียวคล้ายกะละแม ซึ่งต้องใช้เวลากวนนานประมาณสองชั่วโมง เมื่อได้ที่แล้ว ตักหยอดลงบนใบตองตานีที่เตรียมไว้ ใส่เมล็ดแตงโมกะเทาะเปลือกลงไป ห่อให้สวยงาม กลัดด้วยไม้กลัดแบบโบราณ

ห่อเสร็จแล้ว ต้องนำขนมไปผึ่งแดด ให้เนื้อขนมแห้ง กรอบนอกนุ่มใน ไม่เหนียวติดใบตอง ซึ่งทางกลุ่มได้ทำตู้สำหรับผึ่งขนมอย่างสะอาดถูกหลักอนามัย ถ้าแดดดี ตากเพียงแดดเดียวก็ใช้ได้

ขนมจ่ามงกุฎ ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนขนมไทยโบราณ และจักสานก้านมะพร้าวบางช้าง มีจำหน่ายที่ตลาดน้ำท่าคา และร้านเจ๊หม่วย ปากทางเข้าวัดจุฬามณี อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ติดต่อสอบถาม สั่งซื้อได้ที่คุณอรพิน ประชานิยม หมายเลขโทรศัพท์ 085 128 2618

โครงการอัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์ ร่วมส่งเสริมและสนับสนุนการอนุรักษ์ขนมไทยโบราณ นำขนมจ่ามงกุฎของกลุ่มฯ มาวางจำหน่ายที่โครงการ ในวันศุกร์ เสาร์และวันอาทิตย์ หากสนใจอยากเรียนทำขนมจ่ามงกุฎแบบดั้งเดิม ติดต่อไปที่หมายเลขโทรศัพท์ 034 752 245 ทางโครงการยินดีประสานงานเชิญคุณอรพินมาสอนให้ในโอกาสต่าง ๆ ตามความเหมาะสม

บทความก่อนหน้านี้จีนยุคบุราณรัฐ : ปัจฉิมกถา (2)
บทความถัดไปภานุ บุญพิพัฒนาพงศ์ : สื่อยุคใหม่ (1) “อยู่เมืองดัดจริตชีวิตต้องป๊อป” นักเสียดสีสังคมบนโลกโซเชียลมีเดีย