มาดามหลูหลี / Mumon : ยอดนินจาแห่งอิงะ

มาดามหลูหลี[email protected]

Mumon ภาพยนตร์สนุกอีกเรื่องที่ฉายในงานเทศกาลภาพยนตร์ญี่ปุ่น สร้างจากนิยายเรื่อง Shinobi no Kuni ของนักเขียนเรียว อาดะ โดยผู้กำกับฯ โยชิฮิโระ นากามูระ

คำว่า Shinobi ภาษาญี่ปุ่นแปลว่านินจา ตัวอักษรจีนหมายถึงการซ่อนตัวหรือขโมย จึงมีชื่อเรื่องภาษาอังกฤษว่า The Land of Stealth

นินจาส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้างออกรบ มีพวกซามูไรเป็นเจ้านาย ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ที่เมืองอิงะ เมืองแห่งนินจา ซึ่งปัจจุบันอยู่ในจังหวัดมิเอะ มีพิพิธภัณฑ์นินจา สำนักอิงะ (Ninja Museum of Igaryu)

 

Mumon เป็นชื่อของนินจามุมง (ซาโตชิ โอโนะ นักร้องนำวง Arashi) ในยุคเซนโกคุ เขาเป็นนินจารับจ้างฝีมือดี และมักพูดอวดตัวว่า เขาเป็นนินจาอันดับหนึ่งแห่งอิงะ

เมื่อเกิดสงครามระหว่างเมือง 12 เมืองแห่งอิงะ มุมงถูกจ้างให้เป็นคนทำลายประตูเมือง เพื่อให้เข้าเมืองของอีกฝ่ายได้ ชื่อมุมง ซึ่งแปลว่าไร้ประตู จึงเป็นที่มาของชื่อ “มุมง”

มุมงเป็นเด็กที่ถูกพ่อแม่ขายให้พวกนินจา ในยุคนั้นชาวบ้านยากจนลำบากมาก พ่อแม่มักขายลูกเพื่อนำเงินมาใช้ยังชีพ เขาจึงเป็นเด็กกำพร้าที่ไม่มีชื่อ

มีเกมการต่อสู้ในสมัยนั้น เรียกว่า “แม่น้ำ” ที่คู่ต่อสู้ 2 คนสู้กันภายในเส้นที่ลากไว้สองเส้น เหมือนเป็นอาณาเขตของแม่น้ำ และถ้าฆ่าอีกฝ่ายได้จนล้มตายอยู่ระหว่างสองเส้นนั้น กลายเป็นสัญลักษณ์เหมือนตัวอักษรที่แปลว่า แม่น้ำ

มุมงรับเงินเพื่อต่อสู้กับลูกชายคนเล็กของไก ชิโมยามะ (เคนเคน) หัวหน้าหนึ่งใน 12 เมืองของอิงะ เมื่อลูกชายถูกฆ่า แทนที่จะเสียใจกลับบอกว่าลูกชายคนเล็กต่ำกว่าพวกนินจา และไม่มีความหมาย

คำพูดนี้ ทำให้เฮย์เบ ชิโมยามะ (เรียวเฮย์ ซึซึกิ พระเอกจาก Hanako and Anne) ลูกชายคนโตของไก สำนึกได้ว่าคนเหล่านี้ไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นฝูงสัตว์ป่า ที่ทำทุกอย่างเพื่อความอยู่รอดและเงิน

 

เพราะอยู่ในยุคเซนโกคุ ที่โอดะ โนบุนางะ กำลังรวบรวมแผ่นดินให้เป็นหนึ่งเดียว แต่เมืองอิงะซึ่งเป็นเมืองนินจา ที่โนบุนางะไม่อยากส่งกองทัพมาเพราะไม่คุ้ม และเหล่านินจาซึ่งไม่ต่างอะไรกับหัวขโมย ยอมรับจ้างทำงานทุกสิ่งอย่างเพื่อเงิน ไม่มีการเลือกข้าง เลือกคน หรือเลือกความถูกต้อง เลือกแต่เงินเท่านั้น

โอดะ โนบุคัตซึ (ยูริ ชิเนน) ลูกชายคนที่สองของโอดะ โนบุนางะ ซึ่งมีความทะเยอทะยานและโหดเหี้ยม หลังจากฆ่าพ่อตาตัวเอง อยากแสดงความสามารถให้บิดาเห็น และเชื่อเฮย์เบที่อยากให้โนบุคัตซึยกทัพไปตีเมืองอิงะเพื่อแก้แค้นให้น้องชาย โดยไม่ฟังคำทักท้วงของไดเซน เคกิ (ยาซูเค อิเซยะ)

ชาวบ้านรู้ว่าจะเกิดศึกสงครามครั้งใหญ่ เพราะความเกรียงไกรของกองทัพตระกูลโอดะ ทั้งชาวบ้านและเหล่านินจาจึงหนีสงครามครั้งนี้ ต่างอพยพหอบทรัพย์สมบัติเท่าที่มี เดินทางมุ่งหน้าไปยังเมืองหลวง ด้วยหวังว่าจะมีชีวิตที่ดี และรอดตายจากสงคราม

มุมงและท่านหญิงโอคุนิ (ซาโตมิ อิชิฮาระ) หญิงสาวผู้งดงามในชุดแต่งกายเลิศหรู ด้วยแพรพรรณชั้นดีที่ดูแตกต่างจากชาวบ้านทั่วไป และดูเหมือนว่ามุมงจะเกรงใจท่านหญิงโอคุนิอย่างมาก หนังได้เล่าเรื่องย้อนหลังความเป็นไปที่ได้พบกันและมาอยู่ร่วมกันของทั้งคู่

ท่านหญิงโอคุนิคิดว่าไม่ควรละทิ้งบ้านเกิด ควรร่วมมือกันช่วยรบ และต่อต้านกองทัพของตระกูลโอดะ

มุมงจำยอมทำตามท่านหญิง ด้วยการให้รางวัลแก่เหล่านินจา ถ้าร่วมใจกลับไปร่วมออกรบ

 

เงินเท่านั้นที่สั่งได้ เหล่านินจาในชุดชาวบ้าน ได้แปรสภาพเป็นนินจาในชุดดำทะมึนเกาะเต็มต้นไม้ในป่า จากจุดเล็กๆ จุดหนึ่งแพร่กระจายกลายเป็นเงาดำปกคลุมทั่วทั้งป่า คล้ายฝูงกาดำที่กางปีกเต็มท้องฟ้า ซึ่งน่าอัศจรรย์แปลกตาอย่างมาก กับเสียงดนตรีที่เร่าร้อนฮึกเหิมกระฮึ่มดังก้องป่า

อย่างที่เฮย์เบบอกว่า นินจาพวกนี้ไม่ต่างจากขโมย หรือฝูงสัตว์ป่า ที่พร้อมจะตะครุบเหยื่อยามเผลอ หรือเมื่อมีโอกาส ด้วยการรับจ้างเพื่อเงิน

มุมง ซึ่งเป็นนินจา ฝึกวิชานินจาตั้งแต่เด็ก ได้ตระหนักในสิ่งที่เฮย์เบพูด หากมันก็สายเกินไปเสียแล้ว กว่าที่เข้าจะรู้ว่านินจากับฝูงสัตว์ป่า ไม่แตกต่างกัน

กองทัพของตระกูลโอดะต้องมาพ่ายแพ้ศึกที่เมืองอิงะ เมืองของนินจา อย่างที่โอดะ โนบุนางะ คาดการณ์ไว้ กองทัพต้องสูญเสียทั้งกำลังคนและเสบียงในศึกครั้งนี้

 

Mumon ภาพยนตร์สนุกสนานมากมายเกินคาด

ซาโตชิ โอโนะ รับบทมุมง ได้เหมาะสมลงตัว ด้วยรูปร่างที่ไม่สูงมาก มีความคล่องตัวกับบทนินจา กับหน้าตามอมแมม ไม่หล่อเหลา ออกมาฮาทุกตอน (เคยดูซาโตชิในบทพระเอกร่ำรวย ซึ่งไม่เหมาะกับบทเท่าไรนัก)

ได้เห็นอีกด้านหนึ่งของพวกนินจา ซึ่งปัจจุบันนินจาได้หายสาบสูญไปแล้ว แต่ความเป็นสัตว์ป่า ความเห็นแก่ตัว ได้สืบสายแพร่ขยายไปสู่กลุ่มคนทั่วไป แล้วแต่ว่าใครจะได้รับมามากหรือน้อย