รู้จักและสำรวจปรากฏการณ์ “BNK48” เมื่อ “ไอดอลเกิร์ลกรุ๊ป” ฮิตสนั่นเมือง!

หากพูดถึงวงเกิร์ลกรุ๊ปที่กำลังมาแรงในขณะนี้ คงหนีไม่พ้น “บีเอ็นเค โฟร์ตี้เอท” (BNK48) อย่างแน่นอน

แต่ถ้าหากใครยังไม่เคยได้ยินชื่อของพวกเธอมาก่อน วันนี้เราจะขอนำทุกท่านไปทำความรู้จักให้มากขึ้น

BNK48 เป็นวงไอดอลเกิร์ลกรุ๊ปไทย และเป็นวงน้องสาวอย่างเป็นทางการของ “อากิฮาบาระ โฟร์ตี้เอท” (AKB48) ที่มีชื่อเสียงโด่งดังและได้รับความนิยมอย่างสูงในประเทศญี่ปุ่น จนมีการขยายวงไปยังหลายเมืองในแดนปลาดิบ อาทิ NMB48, SKE48, HKT48, NGT48, STU48

รวมถึงต่างประเทศ อย่าง อินโดนีเซีย JKT48, ไต้หวัน TPE48, ฟิลิปปินส์ MNL48 และ อินเดีย MUM48 ภายใต้แนวคิดหรือจุดขายร่วมกันคือ “ไอดอลที่คุณสามารถพบได้”

โดย BNK ย่อมาจากคำว่ากรุงเทพมหานคร (Bangkok) ส่วนเลข 48 ไม่ใช่จำนวนสมาชิก แต่เป็นชื่อของ ชิบะ โคทาโร่ ประธานบริษัท Office48 (ตามคำพ้องเสียงตัวเลขในภาษาญี่ปุ่น “ชิ” แปลว่า 4, “บะ” แปลว่า 8) และมีสีประจำวงคือสีม่วงอ่อนของดอกกล้วยไม้

จุดเริ่มต้นของ BNK48 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2559 โดยทีมงาน Office48 ประกาศก่อตั้งวงน้องสาวสาขานอกประเทศ ก่อนมีการเปิดออดิชั่นเด็กสาวอายุระหว่าง 12-22 ปี ที่มีความสามารถและมีความฝันที่จะเดินตามรอยรุ่นพี่ AKB48

ครั้งนั้นมีผู้สมัครจำนวน 1,357 คน แล้วคัดเลือกเหลือเพียง 29 คน ซึ่งทุกคนต้องเก็บตัวฝึกซ้อมร้องเพลงและเต้น รวมถึงสร้างบุคลิกและอัพเกรดตัวเองให้กลายเป็น “ไอดอล” ภายในเวลา 5 เดือน

จากนั้นจึงมีการเปิดตัววง BNK48 อย่างเป็นทางการในงาน BNK48 The Debut เมื่อวันที่ 2 มิถุนายนปีที่แล้ว

ต่อมา “อิซึตะ รินะ” สมาชิกวง AKB48 รุ่นที่ 10 ชาวญี่ปุ่น ได้เข้ามาสมทบเป็นส่วนหนึ่งของ BNK48 ขณะเดียวกันมีสมาชิก 2 คนในวง “ประกาศจบการศึกษา” หรือ “ขอลาออก” คือ “ซินซิน-ไอรดา ธวัชผ่องศรี” กับ “คิทแคท-วรรษมณฑ์ พงษ์วานิช”

ปัจจุบัน BNK48 มีสมาชิกทั้งหมด 28 คน ประกอบด้วย หัวหน้าวง เฌอปราง อารีย์กุล, ปัญ-ปัญสิกรณ์ ติยะกร, เจนนิส-เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ, มิวสิค-แพรวา สุธรรมพงษ์, โมบายล์-พิมรภัส ผดุงวัฒนะโชค, ไข่มุก-วรัทยา ดีสมเลิศ, ปูเป้-จิรดาภา อินทจักร, แจน-เจตสุภา เครือแตง, แก้ว-ณัฐรุจา ชุติวรรณโสภณ

ตาหวาน-อิสราภา ธวัชภักดี, เนย-กานต์ธีรา วัชรทัศนกุล, น้ำหนึ่ง-มิลิน ดอกเทียน, อร-พัศชนันท์ เจียจิรโชติ, แคน-นายิกา ศรีเนียน, ก่อน-วฑูศิริ ภูวปัญญาสิริ, เจน-กุลจิราณัฐ อินทรศิลป์, นิ้ง-มนัญญา เกาะจู

อิซึตะ รินะ, มิโอริ โอคุโบะ, มายด์-ปณิศา ศรีละเลิง, น้ำใส-พิชญาภา นาถา, น้ำหอม-คริสติน ลาร์เซ่น, เคท-กรภัทร์ นิลประภา, จ๋า-ณปภัช วรพฤทธานนท์, เปี่ยม-รินรดา อินทร์ไธสง, ซัทจัง-สวิชญา ขจรรุ่งศิลป์, จิ๊บ-สุชญา แสนโคต และ เมษา จีนะวิจารณะ

(ล่าสุด เมื่อวันที่ 29 มกราคม “แจน -เจตสุภา เครือแตง” ก็เป็นอีกหนึ่งสมาชิกของวงที่ประกาศจบการศึกษา โดยให้เหตุผลเรื่องการต้องไปรับงานที่ประเทศญี่ปุ่น)

แม้จะมีสมาชิกมากเกือบ 30 คน แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะได้ขึ้นเวทีร้องเต้นกันหมด แต่ทุกคนจะต้องแข่งขันกันเองภายในวง เพื่อชิงตำแหน่ง “สมาชิกตัวหลัก” หรือ “เซ็นบัตสึ”

โดยแต่ละซิงเกิลจะมีผู้ถูกเลือกเป็น “เซ็นบัตสึ” จำนวน 16 คน ส่วนที่เหลือ 12 คนจะอยู่ในฐานะ “อันเดอร์เกิร์ล” หรือ “ตัวสำรอง” ที่ต้องฝึกซ้อม เตรียมความพร้อมตลอดเวลา และจะมีโอกาสขึ้นเวทีแทน ก็ต่อเมื่อสมาชิกตัวหลักเจ็บป่วย หรือติดภารกิจ

นอกจากนี้ ทุกคนยังต้องแสดงศักยภาพออกมาให้ดีที่สุด เพื่อโอกาสในการเป็น “เซ็นเตอร์” หรือ “คนที่ยืนตำแหน่งดีที่สุด” ในเพลงนั้นๆ ซึ่งความพิเศษของเซ็นเตอร์อีกอย่าง คือ มีท่อนร้องเดี่ยวของตัวเอง และหากมีการโปรโมตเพลง เซ็นเตอร์ก็จะทำหน้าที่แนะนำเพลงต่อหน้าแฟนคลับ หรือสื่อมวลชนในทุกๆ งาน

ส่วนเรื่องเพลง BNK48 ใช้เพลงต้นฉบับของ AKB48 โดยนำเนื้อดั้งเดิมมาแปลและดัดแปลงเป็นภาษาไทย แต่ยังคงมีภาษาญี่ปุ่นในบางท่อน

พวกเธอมีผลงานออกมาแล้ว 6 เพลง ได้แก่ ซิงเกิลที่ 1 ประกอบด้วย 3 เพลง คือ “อยากจะได้พบเธอ”, “ก็ชอบให้รู้ว่าชอบ”, “365 วันกับเครื่องบินกระดาษ”

ซิงเกิลที่ 2 มี 3 เพลง ได้แก่ “คุกกี้เสี่ยงทาย” ที่กำลังเป็นกระแสฮ็อตฮิตในเวลานี้ ล่าสุดมียอดคนดูในยูทูบทะลุ 25 ล้านวิวแล้ว รวมถึงเพลงประจำวงอย่าง “BNK48” และ “พลิ้ว” ที่ร้องโดยเหล่าอันเดอร์เกิร์ล

ส่วนซิงเกิลที่ 3 มีการประกาศชื่อเพลงออกมาแล้ว แต่ยังไม่มีชื่อภาษาไทย คือ “โชนิจิ”, “นามิดะ เซอร์ไพรส์!” และ “อานะตะโตะ คริสต์มาสอีฟ”

หากใครที่คิดจะติดตาม BNK48 อย่างจริงจัง ก็ควรรู้คำศัพท์เกี่ยวข้องเอาไว้บ้างจะได้ไม่ตกเทรนด์

เริ่มจาก “โอตะ” ที่เพี้ยนมาจากคำว่า “โอตาคุ” หมายถึง แฟนคลับ, “โอชิ” หมายถึง คนที่ชื่นชอบสมาชิกรายใดรายหนึ่งเป็นพิเศษ เช่น “โย่ง-อาร์มแชร์” นักร้องและนักแสดงชื่อดัง ซึ่งเป็น “โอชิปัญ” หรือ รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็น “โอชิมิวสิค”

“คามิโอชิ” หมายถึง สมาชิกคนที่เราชอบมากที่สุดถึงขั้นเทิดทูน, “โอชิเฮน” หรือ เรียกสั้นๆ ว่า “เฮน” หมายถึง การเปลี่ยนใจไปชอบสมาชิกคนอื่น และ “ดีดี” มาจากคำว่า “ดาเระเดโมสุคิ” ในภาษาญี่ปุ่น หมายถึง ชอบ (สมาชิก) ทุกคน

ที่สำคัญแฟนคลับ BNK48 ก็ควรต้องรู้กฎหรือข้อห้ามต่างๆ และทำความเข้าใจกับวัฒนธรรมการเป็นศิลปินไอดอลโมเดลแบบญี่ปุ่นด้วย

สมาชิกในวง BNK48 ไม่สามารถถ่ายรูปกับแฟนคลับได้ในทุกกรณี ซึ่งประเด็นนี้แตกต่างกับศิลปินไทยอย่างสิ้นเชิง, ห้ามแฟนคลับแตะเนื้อต้องตัวสมาชิก, ห้ามสมาชิกรับสิ่งของจากแฟนคลับที่มีมูลค่ามากกว่า 1,000 บาท

รวมถึงห้ามทำศัลยกรรม, ห้ามแจกลายเซ็น, ห้ามถ่ายแฟชั่นแนวเซ็กซี่ ซึ่งวงพี่สาว AKB48 ทำได้ แต่สำหรับ BNK48 ไม่สามารถทำได้ เพราะผู้บริหารต้องการให้ BNK48 เป็นตัวอย่างที่ดีแก่เยาวชนไทย และห้ามมีแฟน แม้จะไม่มีกฎเขียนไว้อย่างชัดเจน แต่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติเพื่อรักษาความนิยมของสมาชิก

จากข้อห้ามที่กล่าวมา นำมาสู่กลยุทธ์ทางการตลาดที่ไม่เคยมีมาก่อนในวงการบันเทิงไทย คือ ถ้าอยากถ่ายรูปกับน้องๆ ต้องซื้อ “บัตรฟาวเดอร์เมมเมอร์ BNK48” ราคา 20,000 บาท คุณจึงจะได้สิทธิ์ถ่ายรูปคู่กับสมาชิกที่ตัวเองชื่นชอบ พร้อมรับรูปถ่ายและลายเซ็นของเธอ

นอกจากนี้ ยังมีการขายซีดีเพลงหรือสินค้าอื่นๆ ที่แถมบัตรจับมือและเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อได้พูดคุยกับสมาชิกเป็นเวลา 8-10 วินาที

น่าสนใจว่า “ซีดีซิงเกิลที่ 1 อยากจะได้พบเธอ” และ “ซิงเกิลที่ 2 คุกกี้เสี่ยงทาย” ขายได้ยอดรวมกว่า 43,500 แผ่น สร้างรายได้มากกว่า 15 ล้านบาท (แผ่นละ 350 บาท) สวนกระแสธุรกิจเพลงในปัจจุบันที่หลายค่ายเลิกผลิตซีดีไปแล้ว

ปัจจัยความสำเร็จของ BNK48 อาจไม่ใช่ท่าเต้นเพียงอย่างเดียว แต่เป็นความหลากหลายของสมาชิกที่ดึงดูดคนทุกเพศทุกวัย รวมถึงเบื้องหลังของน้องๆ แต่ละคนด้วย

หลายคนไม่เคยมีพื้นฐานด้านการร้องและเต้นมาก่อน แต่ก็พยายามฝึกฝนพัฒนาตัวเอง กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เหล่าแฟนคลับลุกขึ้นต่อสู้กับปัญหาอุปสรรคต่างๆ ในชีวิตได้เป็นอย่างดี

ขณะที่ “จิรัฐ บวรวัฒนะ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีเอ็นเค โฟร์ตี้เอท ออฟฟิศ จำกัด ระบุว่า ปีนี้จะขยายฐานแฟนคลับให้มากขึ้น โดยเริ่มจากงานจับมือที่จังหวัดเชียงใหม่ วันที่ 2-4 กุมภาพันธ์ แล้วยังมีการแสดงในเธียเตอร์ หรือโรงละคร รวมถึงคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรก วันที่ 31 มีนาคม

ตลอดจนการเปิดตัวสมาชิก BNK48 รุ่นที่ 2

นอกจากนี้ อาจจะได้เห็น “การเลือกตั้ง BNK48” ที่จะให้แฟนคลับโหวต “เซ็นบัตสึ” กันเอง ซึ่งผู้บริหารย้ำว่าจะมีการเลือกตั้งแน่นอน และคงเกิดขึ้นก่อนหน้าการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสียด้วยซ้ำ

ก่อนหน้านี้ BNK48 เป็นที่นิยมในวงจำกัดแค่คนเฉพาะกลุ่ม แต่หลังจากมีการใช้กลยุทธ์รุกตลาดโซเชียลมีเดีย จึงทำให้พวกเธอกลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น

จากนี้ไป คงต้องติดตามว่าพวกเธอและทีมงานเบื้องหลังจะสามารถตักตวงโอกาสที่วงกำลังสร้างกระแสฮิตครองเมืองอยู่ในขณะนี้ได้มากน้อยเพียงใด? และจะยืนระยะอยู่ในวงการเพลงไทยได้ยาวนานแค่ไหน?

มันจะหัวก้อยต้องเสี่ยงกัน!

บทความก่อนหน้านี้สำเริงคดี : ปณิธานปีใหม่
บทความถัดไปตร.โสมขาวเผย ปธ.ซัมซุงต้องสงสัยหลบเลี่ยงภาษี 7.5 ล้านดอลลาร์