E-DUANG : ความนัย แฝงเร้น #เซฟทับลาน คำถามสู่ มูลนิธิสืบ นาคะเสถียร

การผลักดัน #เซฟทับลาน แม้จะดำเนินการโดย ”มูลนิธิสืบ นาคะเสถียร” แต่เมื่อเผชิญกับการท้วงติงจาก”ภายใน”องค์กรภาคประชาชนก็ก่อให้เกิดคำถาม

องค์กร 1 คือคนที่เคยมีบทบาทในสถานการณ์ #เซฟบางกลอย

เมื่อมีเสียงจาก”พีมูฟ”และ”สมัชชาคนจน”เข้ามาอีก

แม้มิได้กระทำอย่างเป็นทางการในฐานะอันเป็น”แถลงการณ์” แต่เมื่อมองผ่านชื่อชั้นและบทบาทการเคลื่อนไหวที่เคยมีก็ต้องล้างหูน้อมรับฟัง

ไม่ว่าจะเป็น นายบารมี ชัยรัตน์ จาก”สมัชชาคนจน” ไม่ว่าจะเป็น นายพชร คำชำนาญ จากขบวนการ#เซฟบางกลอย

ทำให้หลายคนต้องปรับท่าทีใหม่ต่ออุบัติแห่ง #เซฟทับลาน

ยิ่งกว่านั้น เมื่อเห็นบทบาทและการเคลื่อนไหวของข้าราชการบางคนแห่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยิ่งทำให้เกิดความแคลงคลางกังขา

เมื่อหวนถึงการเสียชีวิตของ”บิลลี่ แห่ง บางกลอย” เมื่อหวนนึกถึงความเห็นอันแปลกแปร่งต่อ”ไฟป่า”ทางภาคเหนือ

เกิดเป็นคำถามโดยตรงไปยัง”มูลนิธิสืบ นาคะเสถียร”

 

สังคมยอมรับต่อการเสียสละของ นายสืบ นาคะเสถียร ที่เอาชีวิตของตนพลีเพื่อให้เกิดสำนึกในการรักษาป่าและสัตว์

การเสียสละนี้ก่อให้เกิดความสะเทือนใจอย่างใหญ่หลวง

การเสียสละนี้ดูดดึงคนสำคัญๆเป็นจำนวนมากให้ไปแวดล้อมและทำงานเพื่อสนองเจตจำนงในทางความคิดของ นายสืบ นาคะเสถียร ให้ดำรงอยู่และบรรลุเป้าหมาย

แต่เมื่อมาถึงกระบวนท่าอันเกี่ยวเนื่องและสัมพันธ์กับอุทยาน แห่งชาติทับลาน ก็มีคำถามตามมามากมายกระทั่ง นายบารมี ชัยรัตน์ ประกาศว่าจะเสนอบทตอบโต้ต่อมูลนิธิสืบ นาคะเสถียร

ชื่อเสียงของ นายบารมี ชัยรัตน์ ที่มีรากฐานจาก”สมัชชาคน จน”ดำรงอยู่อย่างไร พี่น้องในหมู่นักเคลื่อนไหวภาคประชาชนตระหนักรู้อยู่เป็นอย่างดี

จึงเท่ากับเป็นการส่งสัญญาณเพื่อรั้งดึงบังเหียนม้ามิให้ถลำลึกตกไปในหุบเหว ณ เบื้องหน้า

 

ต้องขอบคุณการเกิดขึ้นและดำรงอยู่ของภาคประชาชน ต้องขอบคุณการเกิดขึ้นและดำรงอยู่ของโลกโซเชียล มีเดีย

ด้านหนึ่ง มีการจุดประกาย ด้านหนึ่ง มีการตรวจสอบ

กระบวนการในการตรวจสอบนั้นเองที่ทำให้ความเป็นจริงอันดำรงอยู่อย่างเป็นมูลฐานของปัญหาและความเดือดร้อนทะยอยกันเสนอตัวเข้ามาต่อ”สาธารณะ”

ของใครอยู่กับความเป็นจริงอย่างจริงแทร่ ของใครมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนและจำเป็นต้องมีการวิพากษ์วิจารณ์