วินหัว | สถานีคิดเลขที่ 12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

สถานีคิดเลขที่ 12 | สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

 

วินหัว

 

วิน-WIN ภาษาฝรั่ง แปลว่า ชนะ

ส่วน วิน ในภาษาอีสานบ้านเฮา แปลว่า อาการหน้ามืดตาลาย เวียนหัว

เรียก “วินหัว”

โดยปกติสำหรับ ฝ่ายหรือคนที่WIN ย่อมต้องยินดี เฉลิมฉลอง

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือน ฝ่ายหรือคนการเมืองตอนนี้ แม้จะWIN

แต่ก็ตกอยู่ในอาการ”วินหัว” อย่างเหลือเชื่อ

ใช่แล้ว เรากำลังพูดถึง การเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)ปทุมธานี ที่ลุงชาญ พวงเพ็ชร์ ผู้สมัคร จากพรรคเพื่อไทยที่ควรเฉลิมฉลอง

หลังจากทุ่มเททั้งส่วนตัว ทั้งพรรคเพื่อไทย และทั้งคนในครอบครัว”ชินวัตร” ไปมากมายเพื่อแลกกับชัยชนะ

แต่ไม่ใช่เช่นนั้น นายชาญกลับเจอปัญหาคุณสมบัติ

เมื่อป.ป.ช.ชี้มูลความผิด เรื่องถุงยังชีพช่วยน้ำท่วมปี 2554 แล้วส่งเรื่องให้ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 พิจารณา และศาลมีคำสั่งประทับรับฟ้อง ไปแล้ว

ทำให้เกิดคำถามว่า เมื่อนายชาญ ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการเลือกตั้ง และเข้ารับตำแหน่ง จะสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้หรือไม่

ฝ่ายหนึ่งเห็น”จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่โดยอัตโนมัติ” ตามกฎหมายป.ป.ช.

แต่อีกฝ่าย โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย เห็นว่าปฏิบัติหน้าที่ได้เพราะยังอยู่ระหว่างพิจารณาของศาล อยู่ในขั้นตอนการสืบพยาน ยังไม่แล้วเสร็จ

หากจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ต้องมีคำสั่งศาล

อย่างไรก็ตามหากดูท่าที ป.ป.ช. คณะกรรมการกฤษฏีกา รวมทั้ง กระทรวงมหาดไทยที่ดูแลกรมปกครองส่วนท้องถิ่น ให้น้ำหนักไปที่ต้อง “หยุดปฏิบัติหน้าที่”

ทำให้เพื่อไทยที่แม้จะเห็นต่าง ลึกๆก็คงอดจะหวั่นๆไม่ได้

เพราะเรื่อง”คุณสมบัติ” นี้ จากกรณีของนายพิชิต ชื่นบาน ที่เคยเดินหน้าตั้งเป็นรัฐมนตรี ก็เกิดปัญหาบานปลาย นำไปสู่การยื่นถอดถอนนายเศรษฐา ทีวสิน ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ต่อศาลรัฐธรรมนูญ

กลายเป็นความ”ไม่แน่นอน”ทางการเมือง

ส่งผลสะเทือนต่อความเชื่อมั่นที่มีต่อรัฐบาลอย่างไม่ควรเกิด

ขณะที่เรื่องดังกล่าวยังไม่รู้จะออกหัวออกก้อยอย่างไร หากต้องมาเผชิญ เรื่องคุณสมบัติของนายชาญเข้าไปอีก ก็เหนื่อย

เหนื่อยที่ต้องถูกตั้งคำถาม ถึงความรอบคอบของเพื่อไทยในการพิจารณาบุคคลที่จะเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมือง

และเมื่อรู้แล้วว่ามีปัญหา แทนที่จะปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม

แต่กลับเดินหน้า จนทำให้หลายคนเกิดความรู้สึกว่านี่คือ”ความเชื่อมั่น”อันเกินเลย หรือไม่

กรณี “ปทุมธานี” จึงไม่ได้ส่งผลสะเทือนเฉพาะในพื้นที่ หากแต่ลามถึงการเมืองระดับประเทศด้วย

ยิ่งหาก นายชาญ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ คงมีการเรียกร้องหาความรับผิดชอบจากพรรคเพื่อไทยด้วย

นอกจากนั้นที่พูดกันมากนั่นคือ แม้พรรคเพื่อไทยจะชนะในสนามปทุมธานี

แต่ก็เป็น ชัยชนะอันฉิวเฉียด

จนเกิดเป็นคำถามว่าการทุ่มเทของทั้งพรรคเพื่อไทย ทั้งของครอบครัวชินวัตร ทั้งของบ้านใหญ่ในปทุมธานี คุ้มค่าหรือไม่

และคำถามนี้ ยังอาจไปท้าทาย โมเดลการดึง”บ้านใหญ่”กลับมาสู่พรรคเพื่อไทยด้วย

โดยบ้านใหญ่ ที่ทาบทาม ก็อาจมีคำถามเช่นกันว่าโมเดลนี้จะประสบความสำเร็จทางการเมืองหรือไม่ เพราะปัจจุบันสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปมาก เครือข่ายอุปถัมน์ ในหลายเฉดสี อาจไม่สามารถชี้เป็นชี้ตายได้ดังเดิม

มีปัจจัย เงื่อนไข และกระแสใหม่ๆเข้ามาท้าทายมากมาย

รวมถึงประเด็นบ้านใหญ่สีน้ำเงินโชว์พลังขึ้นมาแข่ง โดยยึดสภาสูงโชว์ให้ดู

ทำบ้านใหญ่ทั้งหลายจึงต้องคิดมากๆว่าจะเลือกอยู่ข้างไหน

และอาจจะสงวนท่าทีอยู่ในที่ตั้ง มากกว่าจะกระโดดเข้าไปร่วม

ดังนั้นWIN ที่ปทุมธานี จึงเกิดอาการ”วินหัว”เข้าแทรกซ้อน ให้เดินเซ ซะอย่างนั้น

—————-