ฤทธา ‘ละมุน’ ลิซ่า ROCKSTAR แผ่อานิสงส์ช่วย ‘บ้านเกิด’ ปลุก ‘เยาวราช’ ฮอตสุดขีด

ไม่ผิดหวังสมการรอคอยของแฟนๆ ทั่วโลก สำหรับเอ็มวีเพลง “ROCKSTAR” ของ “ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล” หรือ ลิซ่า BLACKPINK ผลงานแรกในฐานะศิลปินเดี่ยวภายใต้ค่าย LLOUD ที่เจ้าตัวก่อตั้งขึ้น สร้างความตื่นตาตื่นใจจนทำให้เช้าวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา กลายเป็นวาระแห่งชาติของแฟนคลับทั่วโลก

โดยเฉพาะการเลือกประเทศไทยเป็นโลเกชั่นถ่ายทำ ภาพลิซ่ายืนเด่นกลางถนนเยาวราช ย่านรวมร้านค้าอาหารอร่อยและวัฒนธรรมอันเก่าแก่ ได้รับเสียงฮือฮาอย่างหนัก

รวมถึงฉากบันไดเลื่อนโรงหนังออสการ์ ย่านเพชรบุรี 39 ซึ่งเคยเป็นแหล่งชุกชุมของวัยรุ่นไทยในตำนาน ก็ถูกเนรมิตใหม่ได้สุดปัง

ยิ่งไปกว่านั้น ลิซ่ายังเลือกใช้ทรัพยากรไทยเป็นส่วนหนึ่งในเอ็มวีนี้ ไม่ว่าจะเป็นทีมโปรดักชั่น แดนเซอร์ นักแสดงเอ็กซ์ตร้าที่ขนมาทั้งชาวไบเกอร์และกลุ่ม LGBTQ+ ที่กว่าจะรู้ว่าถ่ายเอ็มวีของใครก็เมื่อนาทีลิซ่าปรากฏตัว จนเกิดอาการอึ้งไปตามๆ กัน

ซึ่งหลังปล่อยเพลงออกมาได้ 24 ชั่วโมงแรก ROCKSTAR ทำสถิติยอดวิวในยูทูบได้ถึง 32.4 ล้านวิว ขึ้นแท่นเป็นเอ็มวีที่ทำยอดวิวสูงสุดวันเดียวของศิลปิน K-Pop ปี 2024

ยิ่งไปกว่านั้นยังแซงหน้าเพลง “Fortnight” ของตัวแม่ “Taylor Swift” แชมป์เก่าที่ทำสถิติเอาไว้ 19.5 ล้านวิว

แถมเอ็มวีติดเทรนด์ฮิตอันดับ 1 ทั่วโลกในหมวดหมู่รวมทั้งหมดและหมวดดนตรี ด้วยแรงซัพพอร์ตจากแฟนๆ อย่างล้นหลาม

 

แต่ก็ไม่วายโดนดราม่า “ดังอันดับหนึ่งแค่ในบ้านเกิด” จากคนบางกลุ่ม ที่เอาเพลงนี้ไปเทียบกับสถิติเก่าอย่างเพลง “LALISA” ที่ทำยอดวิวในวันแรกไว้สูงถึง 73.6 ล้านวิว

เรื่องนี้หากมองในมุมการทำงานด้วยตัวเองและค่ายที่เพิ่งก่อตั้ง ได้ผลงานออกมาปังขนาดนี้ ก็ถือว่าลิซ่าประสบความสำเร็จไม่น้อยก็ว่าได้

แถมเพลงนี้ยังได้เห็นลิซ่าฉีกตัวเองออกมาจากรูปแบบเดิมๆ ใส่ตัวตนและความสามารถใหม่ลงไปในเพลง

ไม่ว่าจะเป็นสไตล์การร้องแบบใหม่

รูปลักษณ์ที่ฉีกบิวตี้สแตนดาร์ดศิลปิน K-Pop ที่คุ้นเคย

รวมถึงใส่ทุกอย่างที่สะท้อนความเป็นไทย บ่งบอกว่าเจ้าตัวรักในประเทศบ้านเกิดมากแค่ไหน

จนทำให้ “นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ต้องออกมาชื่นชมว่าสิ่งที่ลิซ่าทำนั้นเป็นการกระตุ้นและยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย

“ขอขอบคุณและชื่นชมลิซ่าที่มีความเป็นเยาวชนไทยตัวอย่าง มีสำนึกรักบ้านเกิด ไม่เคยลืมที่จะใช้ทุกโอกาสในการเผยแพร่วัฒนธรรมไทย เช่นครั้งนี้ที่เลือกใช้โลเกชั่นและผู้เกี่ยวข้องชาวไทย เป็นโอกาสแสดงศักยภาพของไทย และเป็นการนำเสนอซอฟต์เพาเวอร์ของไทย สอดคล้องทิศทางและนโยบายของรัฐบาลอย่าง THACCA SPLASH : Soft Power Forum ที่จัดโดยรัฐบาล”

“รวมทั้งลิซ่ายังมีความใส่ใจ ละเอียดอ่อนในการคัดสรรเนื้อหาในเอ็มวี หากสังเกตให้ดี มีกลุ่มผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ LGBTQIAN+ ในเอ็มวีด้วย นับว่าเป็นการให้พื้นที่กับผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ตอกย้ำเจตนารมณ์ของรัฐบาลที่พร้อมมุ่งหวังเห็นสังคมไทยเป็นสังคมที่เท่าเทียมกัน โดยล่าสุดรัฐบาลก็ได้ผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียมจนสำเร็จเป็นที่เรียบร้อย”

ยังไม่วายพ่วงว่าสิ่งที่ลิซ่าทำนั้น สอดคล้องกับนโยบายผลักดันซอฟต์เพาเวอร์ของรัฐบาล จนแฟนๆ ต้องขอให้รัฐบาลหยุดโหนกระแสและดึงลิซ่าเข้าไปเกี่ยวข้องกับรัฐบาลเสียที

ซึ่ง “นายชัย วัชรงค์” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ก็โพสต์ข้อความยอมรับ “ใครจะว่าโหนลิซ่า ก็ยอมรับครับ โหนเพื่อ Ignite Tourism Thailand ลิซ่าเป็นสาวไทยที่น่าภาคภูมิใจ”

 

“เศรษฐา ทวีสิน” เองก็ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสเพลง Rockstar ที่ทำให้นักท่องเที่ยวแห่ไปเที่ยวเยาวราช โดยกล่าวขอบคุณลิซ่าที่คำนึงถึงประเทศที่เป็นบ้านเกิดเมืองนอน การที่ลิซ่ามาโปรโมตเพลง มียอดวิวคนดูไปหลายสิบล้านวิว เชื่อว่านักท่องเที่ยวต้องเดินทางมาอย่างแน่นอน ซึ่งมาแล้วก็จะต้องไม่ผิดหวัง คือเรื่องของมาตรฐานและความสะอาด ทั้งนี้ เยาวราชก็มีศักยภาพสูงมาก คนจีนเข้ามาท่องเที่ยวจำนวนมาก แต่ไม่อยากพูดถึงแค่เยาวราชอย่างเดียว เพราะทรงวาดหรือที่อื่นๆ บริเวณใกล้เคียงทางวัดภูเขาทองก็มีศักยภาพในการดึงดูดนักท่องเที่ยวได้อย่างดีมาก

ด้าน “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ส.ส.บัญชีรายชื่อและประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล ก็ได้กล่าวชื่นชมเอ็มวีเพลงของลิซ่าพร้อมยกให้เป็นผลงานระดับโลกที่ตนในฐานะคนไทยก็ภูมิใจเช่นกัน ขณะเดียวกัน ก็มี Local Content จำนวนมาก และแม้เป็นผลงานระดับโลก แต่การประสานงาน การเต้นหรือคนที่อยู่ในภาพประกอบ ของ Music Video ก็เป็นคนไทยทั้งนั้น

“ต้องขอชื่นชมไปยังคุณลิซ่าและบริษัทด้วย ที่ทำให้ประเทศไทยได้รับความสนใจอย่างน่าเหลือเชื่อ และที่ผ่านมาไม่มีบุคคลใดทำได้เท่านี้ ซึ่งน่าจะทำให้เกิดการรับรู้ เพราะการที่คุณลิซ่าร้องว่า “Can you teach me Japanese? I said, ไฮ ไฮ” เป็นการแสดงให้คนภูมิภาคอื่นรู้ว่าในเอเชียมีหลายเชื้อชาติ มีความเป็นคนไทยอยู่ด้วย เป็นการเอาคนไทย เอาความสามารถไทย เอานักเต้นไทย ได้ข่าวว่า ช่างทำเล็บหรือช่างแต่งหน้าก็เป็นคนไทยด้วย”

ประเด็นนี้รัฐบาลสามารถนำโมเดลของลิซ่ามาผลักดันเป็นซอฟต์เพาเวอร์ได้หรือไม่ พิธากล่าวว่า “การที่เพาเวอร์จะเป็นเพาเวอร์ที่ซอฟต์ได้ มันยัดเยียดหรือประดิดประดอยไม่ได้ และอย่างที่สอง ถ้าอยากถอดบทเรียน คือลิซ่ารู้ว่าโลกต้องการอะไร แล้วย้อนกลับมา เขาเป็น Outside In ไม่ได้เป็น Inside Out แบบที่เรานิยามความเป็นไทยกัน บังคับให้ทุกคนเสพความเป็นไทยตามที่เราต้องการ แต่เขาดูว่าความต้องการของโลกและเทรนด์โลกเป็นอย่างไร แล้วเขาค่อยกลับมาทำในมุมมองของเขา แล้วค่อยนำเสนอ เลยกลายเป็นอำนาจที่อ่อนจริงๆ”

“ในระยะสั้นเมื่อลิซ่าทำคุณูปการให้กับประเทศไทยขนาดนี้แล้ว ดังนั้น ต้องไปเตรียมเรื่องการท่องเที่ยวให้ดี เพราะในส่วนของ Demand ไม่มีปัญหา คนอยากมาท่องเที่ยวอยู่แล้ว คนนิยมชมชอบกรุงเทพฯ อยู่แล้ว อย่างสมุยก็เป็นเกาะระดับต้นๆ ของโลก อาหารก็เป็นระดับต้นๆ แต่สิ่งที่ต้องเตรียมคือ Supply ดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวและการให้ข้อมูลหลายภาษา ทำให้ไกด์ไทยมีโอกาสเข้าไปอยู่ในโซ่มูลค่า”

“เราต้องมาคิดแล้วว่าในเมื่อลิซ่าทำคุณูปการ รัฐบาลจะรับลูกอย่างไร อย่างเช่น ทำให้สาธารณูปโภคหรือการท่องเที่ยวเข้มแข็ง และทำให้เม็ดเงินการท่องเที่ยวกระจายออก ไม่ใช่กระจุกตัว”

“สิ่งที่ลิซ่าทำถือเป็นพรสวรรค์และพรแสวง เพราะกว่าจะมาถึงวันนี้ได้เขาต้องต่อสู้มาอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นภาษา ทักษะการร้องการเต้น เวลามองไม่ได้มองแค่ปลายทางที่เขาประสบความสำเร็จ แต่ขอชื่นชมในสิ่งที่ต่อสู้และผลักดันจนกระทั่งมาเป็นแบบนี้ ยืนยันว่าตนไม่ได้โหน แต่คิดว่าทั้งหมดทั้งมวลควรจะสร้างระบบนิเวศให้พรสวรรค์ไทยที่มาจากบุรีรัมย์ จากสตูล จากเชียงใหม่ สามารถอยู่ในประเทศแล้วประสบความสำเร็จได้ นักการเมืองควรจะคิดเช่นนั้นมากกว่า” พิธากล่าว

 

เพลง ROCKSTAR ไม่ได้แค่สร้างความภูมิใจให้แฟนคลับลิซ่าเท่านั้น แต่ยังสร้างแรงกระเพื่อมใหญ่ให้กับประเทศไทย

เพลงความยาว 2.48 นาที แผ่อานิสงส์ไปทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการท่องเที่ยวที่เป็นความหวังของรัฐบาลในการดึงเม็ดเงินเข้าประเทศ เห็นได้ชัดจากภาพนักท่องเที่ยวแห่มาเยาวราชเพื่อเช็กอินจุดถ่ายทำเอ็มวี

รวมถึงอุตสาหกรรมเสื้อผ้าแฟชั่นก็คึกคัก คนแห่ซื้อชุดแบบเดียวกับลิซ่ามาใส่ถ่ายรูป จนทำให้เยาวราชฮอตสุดขีดอยู่ในตอนนี้

ทำถึงเกินคาด แถมผลที่ตามมายังส่งพลังมหาศาลไปหลายส่วน จนคนในสังคมอดไม่ไหวที่จะเปรียบเทียบกับผลงานที่รัฐบาลทุ่มงบประมาณก้อนโตจัดงานผลักดันซอฟต์เพาเวอร์ แต่ยังมองไม่เห็นว่าจะได้อะไรกลับมาหลังจบงานนี้

และอยากให้รัฐบาลเลิกโหนความตั้งใจที่ลิซ่าอยากพรีเซนต์ประเทศ แต่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ แล้วกลับไปตั้งใจทำนโยบายที่สัญญาไว้กับประชาชนให้เกิดขึ้นจริงน่าจะดีกว่า…