ขอแสดงความนับถือ

ผ่านไปแล้ว งาน THACCA SPLASH – Soft Power Forum 2024 ที่มีระหว่าง 28-30 มิถุนายน 2567

เป็นฟอรั่มระดับนานาชาติที่รวมอุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ 11 สาขาที่รัฐบาล และพรรคเพื่อไทย หวังจะโชว์

ประกอบด้วย Food, Travel, Festival, Sport, Design, Arts, Fashion, Book, Film, Music, Game

ซึ่ง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ประกาศว่า ประเทศไทยจะปักหมุด

เป็นหนึ่งในประเทศผู้นำในด้าน Soft Power ทั้ง 11 สาขาดังกล่าว

“ตั้งเป้าหมายว่าซอฟต์เพาเวอร์ของเราจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 4 ล้านล้านบาท และยกระดับชีวิตของคนไทยทุกครัวเรือนให้มีรายได้ 200,000 บาทต่อปี มีการสร้างสรรค์ไม่น้อยกว่า 20 ล้านตำแหน่ง”

ความมุ่งมั่นนี้น่าจะเป็นข่าวและประเด็นใหญ่

แต่กระนั้นกลับมี “สีสัน” อื่นมากลบอย่างน่าเสียดาย

สีสันอะไร

พลิกที่หน้า 73 คำ ผกา มีคำตอบ

 

คํา ผกา เกริ่นนำในบทความของเธอว่า

“เป็นเรื่องเป็นราวถกเถียงกันได้ยาวนานหลายวันอย่างไม่น่าเชื่อ

กับชุดที่ แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และประธานยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์ฯ สวมใส่ไปงาน Splash ที่จัดโดย THACCA

ประเด็นที่ถกเถียงกันมีตั้งแต่

ไม่สวย น่าเกลียด เหมือนผ้าเช็ดเท้า ไม่มีรสนิยม

เป็นถึงหัวหน้าพรรคการเมือง ในอนาคตอาจเป็นผู้นำประเทศ ทำไมไม่รู้จักแต่งตัวให้ดูภูมิฐานน่าเชื่อถือ

ในอีกฝั่งหนึ่งก็บอกว่านี่เป็นการส่งเสริมผ้าไทย ให้กำลังใจชาวบ้าน สร้างความภาคภูมิใจให้กับท้องถิ่น

และมันก็สวยมาก ไม่สวยตรงไหน”

ใช่แล้ว การแต่งตัวของแพทองธาร คือ “สีสัน” ที่มากลบ “เนื้อหา” นั่นเอง

คํา ผกา ซึ่งประกาศชัดเจนในจุดยืนของการเป็น “นางแบก”

จึงต้องเหน็ดเหนื่อยมาอธิบายอีกครั้งและอีกครั้ง

โดยแยกแยะการถกเถียงเรื่องนี้ออกเป็นสองกลุ่ม

กลุ่มแรก เธอมองว่าเป็นการถกเถียงที่อยู่บนจุดยืนของการเลือกข้างทางการเมือง

กลุ่มที่สอง พยายามจะวิเคราะห์วิจารณ์อย่างเป็นกลางและเป็นวิทยาศาสตร์ว่าหลักการของการออกแบบคืออะไร แฟชั่นคืออะไร

ในกลุ่มแรกนั้น เธอบอกไม่ได้ให้น้ำหนัก

แต่ก็จิกไม่เบานักว่า มีผู้สนับสนุนพรรคก้าวไกล หรือที่เรียกกันว่า “ส้ม”

เป็นผู้ที่รู้สึกเจ็บปวดว่าตัวเองถูกพรรคเพื่อไทยขโมยชัยชนะ

มีความเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยล้าหลัง ไม่เก่ง ไม่ทันสมัย ไม่มีวิสัยทัศน์ ไม่มีความรู้

คนกลุ่มนี้ “เกลียดชัง” ทุกอย่างที่เป็นเพื่อไทย

และขับเคลื่อนการวิจารณ์ในโลกโซเชียลมีเดีย

โดยหวังผลอยากดิสเครดิตพรรคเพื่อไทยไปเรื่อยๆ

สร้างชุดความเชื่อสู่สังคมว่า พรรคเพื่อไทยไร้ความสามารถที่จะบริหารประเทศ

กลุ่มนี้จะวิจารณ์โดยอิงอยู่กับตัวบุคคล

เช่น ถ้าแพทองธารแต่งตัวสวย แต่งตัวดีก็จะบอกว่า มัวแต่เอาเวลา เอาสมองไปแต่งตัว เลยไม่เหลือเวลาและสมองไปพัฒนาตัวเอง

นำไปสู่ข้อสรุปว่า สวยแต่โง่ แบบที่ยิ่งลักษณ์เคยโดน

และถ้าแต่งตัวไม่สวยก็จะด่าว่า เป็นถึงแพทองธาร แต่งตัวได้แค่นี้เองหรือ ไม่มีปัญญาจ้างสไตลิสต์หรือ?

ส่วนการตอบโต้จากกองเชียร์พรรคเพื่อไทย เมื่อโดนกระตุ้นด้วยประเด็นที่ยึดติดกับตัวบุคคล

ก็ทำให้กองเชียร์เพื่อไทยต้องตอบโต้ในประเด็นที่วิ่งวนอยู่กับการปกป้องตัวบุคคล

และยิ่งโกรธเพราะมันเป็นการต่อสู้เพื่อแสวงหาความเป็นธรรมให้กับพรรคหรือบุคคลที่ตนเองเชียร์ว่า ทำไมต้องโดนกระทำเช่นนี้

 

อย่างที่บอก คำ ผกา บอกว่า จะขอไม่เข้าไปถกเถียงในหมวดหมู่นี้

โดยมองว่า ทุกอย่างเป็นอคติ และฉันทาคติเรื่องตัวบุคคลล้วนๆ

เธออยากจะวิเคราะห์วิจารณ์อย่างเป็นกลางและเป็นวิทยาศาสตร์ว่าหลักการของการออกแบบคืออะไร แฟชั่นคืออะไร มากกว่า

ซึ่งเธอวิเคราะห์อย่างไร

จนนำไปสู่ข้อสรุปว่า

“นี่คือแต่งตัวเพื่อประกาศวาระทางการเมือง

แต่งตัวเพื่อวางหมุดหมายและประกาศว่า นี่คืองาน นี่คืออนาคต และนี่คือชีวิตของฉันที่หลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน”

ของ “แพรทองธาร”

จริงหรือไม่

ขอให้เป็นภาระของผู้อ่านที่จะพิจารณา

โดยไม่ต้องพะวงว่าจะต้องแบกหามใคร

อ่านโดย “เปิดกว้าง”

ว่า นี่คือการวิเคราะห์วิจารณ์อย่างเป็นกลางและเป็นวิทยาศาสตร์

ไม่เป็นอคติ หรือฉันทาคติเรื่องตัวบุคคล อย่างที่ว่าไหม •