รัฐบาล-ททท. ชิงกระแส ต่อยอด ลิซ่า ROCKSTAR ปักหมุด ‘เยาวราช’ ขายสินค้า-เที่ยวไทยไปทั่วโลก

นับเป็นการประกาศความสำเร็จอย่างเป็นทางการของ “ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล” หรือ “ลิซ่า BLACKPINK” ในฐานะศิลปินเดี่ยวแบบเต็มตัวภายใต้ค่าย “LLOUD” อันเป็นค่ายของเธอเอง (ร่วมทุนกับ “RCA Records”) ในเครือ “Sony Music Entertainment” หลังหมดสัญญากับ “YG Entertainment”

พร้อมกับสลัดคราบ K-Pop ที่เคยเป็นกับซิงเกิลใหม่ “ROCKSTAR”

หลังจากเวลา 07.00 น. ของวันที่ 28 มิถุนายน 2567 ที่มิวสิกวิดีโอ (MV) ตัวเต็มของ ROCKSTAR ความยาว 2.48 นาที ถูกปล่อยสู่สาธารณะ เมื่อนั้นทุกอย่างก็กลายเป็นปรากฏการณ์ทันที

เพียง 27 นาทีแรกยอดวิวก็พุ่งทะลุ 1 ล้านวิว ก่อนจะแตะ 32.4 ล้านวิว สร้างสถิติเป็น MV ของศิลปินเดี่ยวที่มียอดวิวบน YouTube ใน 24 ชั่วโมงแรกมากที่สุดในปี 2024 แซงหน้าเพลง “Fortnight” ของ “เทย์เลอร์ สวิฟต์” ซึ่งทำไว้ 19.5 ล้านวิว ยังไม่นับรวมเอ็นเกจเมนต์บน “X” (ทวิตเตอร์) และเฟซบุ๊กที่บัญชีผู้ใช้ถูกบล็อกหลังจากมีการแชร์เพลง ROCKSTAR ด้วยเนื้อหาที่ถูกส่งต่อกันอย่างแพร่หลายจึงทำให้เฟซบุ๊กคิดว่าเป็นสแปม

 

ROCKSTAR แสดงความเป็นตัวเองของลิซ่าออกมาอย่างชัดเจน แทบไม่เหลือคราบการเป็นศิลปิน K-Pop ที่สำคัญคือการเลือก “เยาวราช” เป็นสถานที่ถ่ายทำ ถนนสายมังกรที่เป็นไชน่าทาวน์ของเมืองไทย ย่านเศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยชุมชนชาวจีน การค้าทองคำ ภัตตาคาร ร้านอาหารตั้งแต่ระดับเหลาไปจนถึงสตรีตฟู้ด ตอกย้ำการเป็นทำเลทองฝังเพชรตลอดกาลของเยาวราชได้อย่างแจ่มชัด

นอกจากนี้ ยังมี “โรงภาพยนตร์ออสการ์” เพชรบุรี ซอย 39 ที่ใช้ในการถ่ายทำด้วยเช่นกัน ตลอดจนมีนักแสดง LGBTQIA+ ร่วมแสดงใน MV เรียกว่านำเสนอวิถีชีวิต เรื่องราวทางวัฒนธรรม และความหลากหลายของประเทศไทยให้กระหึ่มโลก ซึ่งแต่เดิมก็เป็นที่รู้จักของต่างชาติอยู่แล้วไม่น้อย

“Been M-I-A, BKK so pretty. Every city that I go’s my city – ฉันหายไปพักใหญ่ กรุงเทพฯ ช่างสวยงามเหลือเกิน ทุกเมืองที่ฉันไปคือเมืองของฉัน” ส่วนหนึ่งของเพลง ROCKSTAR

 

ลิซ่าตอกย้ำการปล่อยพลังซอฟต์เพาเวอร์ ที่มีอยู่ล้นเหลือในตัวเธอ ไม่ว่าจะหยิบจับหรือทำอะไรก็เป็นกระแส ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ตั้งแต่การแต่งกายชุดไทยผ้าทอยกดอกลำพูนสีทองสวมชฎาในเพลง “LALISA” นุ่งผ้าถุงมัดหมี่ย้อมครามหมักโคลนลายขอนาคเที่ยวโบราณสถานที่อยุธยา ลูกชิ้นยืนกิน นมหนองโพ

หรือแม้แต่อาร์ตทอยลาบูบู้ ซึ่งทุกวงการที่กล่าวมาล้วนได้รับอานิสงส์และถูกเพิ่มมูลค่าให้มากขึ้น เพราะทุกคนต่างกระโดดเข้าไปร่วมในกระแสนั้น โดยเฉพาะภาครัฐที่มาพร้อมกับคำว่า “ซอฟต์เพาเวอร์”

ROCKSTAR เป็นอีกผลงานของลิซ่าที่ถูกนำไปโยงกับซอฟต์เพาเวอร์ ซึ่งก็ไม่แปลกเพราะสิ่งที่ลิซ่าทำเป็นพลังในระดับโลกจริงๆ และไม่ใช่พลังที่เกิดจากการบังคับ ผู้คนต่างพร้อมใจกันตามกระแส ตามรอยไปเช็กอินที่เยาวราชและอื่นๆ ก่อนหน้านี้ ซึ่งฐานแฟนคลับของลิซ่ามีทั้งชาวไทย จีน ญี่ปุ่น ตลอดจนอินเดียและอีกหลายชาติ จึงคาดและหวังกันว่าพลังจาก ROCKSTAR จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้ “ถนนค้าทองคำ” ย่านการค้าเก่าแก่ที่เป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม และแหล่งรวมสตรีตฟู้ด กลับมาคึกคักอีกครั้ง

รัฐบาลเด้งรับกระแส ROCKSTAR อย่างรวดเร็ว ประจวบเหมาะกับที่กำลังโหมนโยบายซอฟต์เพาเวอร์อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน โดยรัฐบาลชื่นชมลิซ่าว่าเป็นแบบอย่างที่ดีของเยาวชนไทย แสดงออกถึงสำนึกรักบ้านเกิด ไม่เคยลืมที่จะใช้ทุกโอกาสในการเผยแพร่วัฒนธรรมไทย ตลอดจนเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวท้องถิ่น ยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย

“นายเศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยและระบบสาธารณสุข โดยเชื่อว่านักท่องเที่ยวต้องเดินทางมาอย่างแน่นอน ซึ่งมาแล้วจะต้องไม่ผิดหวัง นั่นคือเรื่องของมาตรฐาน ความสะอาด และความปลอดภัย

“รัฐบาลจะไม่ลืมดูแลเรื่องสุขอนามัยและเรื่องความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว”

ขณะที่ “น.ส.แพทองธาร ชินวัตร” ประธานกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ กล่าวว่า ลิซ่าทำได้สุดยอดมาก ส่วนตัวคิดว่าเป็นซอฟต์เพาเวอร์ตัวอย่างที่คนไทยได้เห็นและภาคภูมิใจ แน่นอนว่าเยาวราชมีเรื่องของอาหาร และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอยู่แล้ว จะทำให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวในบ้านเราได้ง่ายขึ้น โดยที่น้องเขาเอาเยาวราชบ้านเราไปแนะนำให้รู้จักเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากต่อยอดได้อย่างแน่นอน

ด้านเจ้าของพื้นที่อย่าง “นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่เยาวราชทันทีโดยร่วมกับ “นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช” รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมนำเสนอการปรับปรุงทางเท้า “ลายดอกโบตั๋น” ชูอัตลักษณ์ของเยาวราชในอีกมุมหนึ่ง

 

สําหรับภาคการท่องเที่ยว ที่กำลังมีความเป็นกังวลว่ารายได้จากการท่องเที่ยวปีนี้จะบรรลุเป้าหมาย 3.5 ล้านล้านบาท และมีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ 36.7 ล้านคน ตามที่ตั้งไว้ได้หรือไม่ เนื่องจากตั้งแต่ 1 มกราคม จนถึง 16 มิถุนายน 2567 ประเทศไทยมีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติราว 1.1 ล้านล้านบาท ในจำนวน 16 ล้านคน ไม่แน่ว่ากระแส ROCKSTAR อาจมาช่วยในส่วนนี้ได้ไม่มากก็น้อย

ล่าสุด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ก็เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่เข้ามาร่วมในกระแสของลิซ่าในครั้งนี้ หวังต่อยอดและดันซอฟต์เพาเวอร์ด้านการท่องเที่ยไทย “น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์” ผู้ว่าการ ททท. เชื่อว่า ROCKSTAR จะเป็นเหมือนกระแสต่างๆ ของลิซ่าที่ผ่านมา นั่นคือการสร้างปรากฏการณ์ที่ถือเป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวไทยผ่านอุตสาหกรรมบันเทิง ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวและภาพลักษณ์ของประเทศ ทั้งมีผลต่อการสร้างการรับรู้ในวงกว้างด้วย

เป็นโอกาสดีที่ ททท.จะได้ต่อยอดประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวอันทรงคุณค่าให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักอย่างกว้างขวาง สร้างรายได้สู่เศรษฐกิจฐานรากต่อไป โดย ททท.วางแผนในการส่งเสริมและเผยแพร่ซอฟต์เพาเวอร์ไทยเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวในมิติต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ “ย่านเยาวราช-ทรงวาด-ตลาดน้อย”

รวมถึงดำเนินกิจกรรมการตลาดการท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบ เพื่อนำเสนอขายเป็นเส้นทางท่องเที่ยว ตลอดจนการจัดอีเวนต์ต่างๆ

 

สุดท้าย การเลือกเยาวราช และโลเกชั่นอื่นๆ ในกรุงเทพมหานครเป็นฉากหลัง ตลอดจนหยิบยกวิถีชีวิต วัฒนธรรมของไทยมานำเสนอผ่าน MV ROCKSTAR ลิซ่าได้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว เรียกว่าเป็นซอฟต์เพาเวอร์ “ของแท้” และ “ทำถึง” เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยอย่างมหาศาลทั้งทางตรงและทางอ้อม

จากนี้คงขึ้นอยู่กับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ตลอดจนประชาชนแล้วว่าจะนำ ROCKSTAR มาต่อยอดในการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนได้อย่างไร เพราะต่อให้นักท่องเที่ยวถาโถมกันเข้ามาตามกระแส แต่ถ้าไม่พอใจก็คงไม่มาอีก

เพราะฉะนั้น อย่าปล่อยโอกาสอันล้ำค่านี้ให้สูญเปล่า