‘ผลพลอยได้’

ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ

ว่ากันว่า ในแต่ละปีมีนกนับล้านตัวเดินทางจากถิ่นอาศัยเพื่อหลบความขาดแคลนอาหารเนื่องจากสภาพอากาศอันหนาวเย็น พวกมันส่วนใหญ่มุ่งหน้าทางทิศใต้ จุดหมายอยู่อีกซีกโลกหนึ่งซึ่งอบอุ่นและมีอาหาร

เหล่านกท่องน้ำ หรือที่เราเรียกว่า นกชายเลน เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัด ออกเดินทางจากบ้านเกิดบริเวณพื้นที่ราบกว้างใหญ่ทางตอนเหนือสุดของทวีปเอเชีย ลงมาสู่ตอนใต้ ตั้งแต่ราวเดือนกันยายน จนถึงเดือนเมษายน

พวกมันบางส่วนแวะพักและหากินอยู่ในทวีปเอเชีย มีไม่น้อยเลยไปถึงทวีปออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์

และเมื่อถึงเวลา พวกมันก็จะเดินทางกลับ ไปทางตอนเหนือเพื่อจับคู่ผสมพันธุ์ในช่วงฤดูร้อนสั้นๆ ระหว่างเดือนพฤษภาคม ถึงเดือนสิงหาคม

ไม่ว่าจะไปไกลแสนไกลเพียงใด พวกมันก็จะกลับบ้าน

 

ไม่ใช่เรื่องแปลกของเหล่านกท่องน้ำบางชนิดที่เดินทางโดยใช้ปีกเป็นเครื่องมือไปตามเส้นทางบินระยะทางกว่า 25,000 กิโลเมตร

บางชนิดบินกว่า 6,000 กิโลเมตรโดยไม่หยุดพักเลย

เดินทางยาวไกลเช่นนี้ นอกจากปีกบางๆ ดูเหมือนว่า จิตใจอันมุ่งมั่นเข้มแข็ง ก็จำเป็น

 

เย็นวันหนึ่ง ขณะกำลังอาบน้ำในลำห้วยของผืนป่า ที่ผม “ฝังตัว” ใช้เวลาที่นี่ ตลอดทุกฤดูกาลมากว่าสามปี นกกระเต็นหัวดำตัวหนึ่งเกาะอยู่บนกอไผ่ที่ถูกสายน้ำพัดล้มลงทั้งกอ มันเดินทางมาจากถิ่นกำเนิดบริเวณคาบสมุทรเกาหลีใต้

หลังทำงานมากว่าสองสัปดาห์ พรุ่งนี้ผมจะเข้าเมืองซื้อเสบียง และส่งงาน

ผมไม่แน่ใจนักหรอกว่า นกกระเต็นหัวดำตัวนี้ คือนกตัวที่เราพบกันที่แล้วหรือเปล่า

มันมีท่าทางอิดโรย แน่นอนว่า ผ่านการเดินทางมายาวไกลเช่นนี้ ย่อมต้องใช้พละกำลังไปไม่น้อย

ผมเคยมีคำถามมากมาย ถ้าเป็นตัวเดิม มันมาที่นี่ถูกได้อย่างไร

รู้เพียงว่า มันคงเริ่มต้นด้วยสัญชาตญาณ ใช้ดวงอาทิตย์ ดวงดาว รวมทั้งเข็มทิศแม่เหล็กภายในร่างกายเป็นคล้ายดังจีพีเอส เรารู้บ้างว่า พวกมันไม่ได้บินตรงในแนวเหนือ-ใต้ เหมือนเข็มทิศ แต่กำหนดตำแหน่งโดยรับรู้ถึงมุมที่เส้นแรงแม่เหล็กตกกระทบผืนโลก

มีนกหลายชนิดเดินทางกลางคืน กำหนดตำแหน่งโดยใช้ดวงดาว ถึงแม้ว่าดาวจะโคจรไปตามฤดูกาล แต่ในซีกโลกเหนือมีดาวดวงหนึ่งไม่เคลื่อนที่ไปไหน ดาวดวงนั้นคือ ดาวเหนือ

นกรู้ความจริงนี้ พวกมันจึงใช้ดาวเหนือกำหนดตำแหน่ง

ส่วนเวลากลางวัน นกใช้ดวงอาทิตย์เป็นเครื่องนำทาง

ผมไม่รู้อีกเหมือนกันว่า มันมาเพียงตัวเดียวหรือมีเพื่อนๆ ร่วมทาง

บางทีไม่สำคัญนักว่า นกจะเดินทางลำพังหรือร่วมกันมาเป็นฝูงใหญ่ๆ

จุดหมายของมันมีสภาพเป็นเช่นไร ในวันเวลาซึ่งทุกสิ่งเปลี่ยนแปลงไปแล้วเช่นนี้ แหล่งพักพิงเปลี่ยนไปแล้ว

พวกมันต้องบินไปไกลกว่าเดิม หรือจำเป็นต้องแสวงหาจุดหมายใหม่

นี่คล้ายจะสำคัญยิ่งกว่า

นกปากแอ่นหางดำ – พวกมันเดินทางร่วมกันเป็นฝูงใหญ่มาจากแหล่งกำเนิดบริเวณตอนเหนือไซบีเรีย มาพักพิงแถบพื้นที่ชุมน้ำ และกลับไปสร้างรังวางไข่ที่นั่น

ดวงอาทิตย์ลับสันเขา กระเต็นหัวดำตัวนั้นพุ่งลงน้ำหลายครั้ง กว่าจะได้ปลา มันบินกลับมาเกาะที่กอไผ่ คาบปลาสะบัดๆ หางกระดก

มันมีทักษะและความชำนาญ อีกทั้งมีเครื่องมืออย่างปากที่คล้ายดังหอก

แต่ก็ไม่ใช่ทุกครั้งที่โผลงน้ำแล้วจะพบกับความสำเร็จ

ฟ้าเริ่มสลัว มันส่งเสียง ก่อนบินหายลับไปตามโค้งลำน้ำ

ผมขยับท่อนฟืนใต้หม้อสนาม ข้าวในหม้อเริ่มเดือด น้ำหยดลงกองไฟดังฟู่ๆ

 

สองวันก่อน ช่วงบ่าย หมาไนฝูงหนึ่งวิ่งไล่กวางตัวเมียซึ่งยังไม่โตเต็มวัยนัก ผ่านหน้าซุ้มบังไพร ตำแหน่งบังไพรอยู่ริมลำห้วย อีกฝั่งลำห้วยเป็นด่านค่อนข้างใหญ่

กวางหนีลงน้ำ แต่ก็พบจุดจบ หมาไนฆ่ากวางตัวนั้นได้ พวกมันลงมือใกล้ๆ เสียงกระชากเนื้อ เสียงร้องด้วยความเจ็บปวด

พวกมันอยู่ใกล้ กระทั่งสัมผัสได้ว่า ผมอยู่ที่นั่น เจ้าตัวที่ทำหน้าที่เฝ้าระวัง ส่งเสียงเห่าเบาๆ

หมาไนตัวอื่นหยุดการกิน มันวิ่งเข้ามา บางตัวเข้ามาชิด ระหว่างเรา มีเพียงผ้าบางๆ กั้น

เดินวนเวียนรอบๆ สักพักก็ผละไป ผมไม่ใช่เป้าหมายของพวกมัน

เจ้าตัวที่ทำหน้าที่ยามเฝ้าระวังผลัดเปลี่ยนกับหมาไนอีกตัว มันเข้าไปกินบ้าง อีกไม่นาน ซากกวางจะถูกจัดการจนเหลือแต่กระดูก

งานควบคุมปริมาณสัตว์กินพืชของพวกมันสำเร็จไปอีกครั้งหนึ่ง การได้กินเป็นเพียงผลพลอยได้

 

ทุกเย็น กลับจากซุ้มบังไพร ผมพบกับนกกระเต็นหัวดำตัวนั้น ดูมันมีท่าทีผ่อนคลายมากขึ้น

ผมไม่รู้หรอกว่า มันใช่นกตัวเดิมที่พบกันวันก่อนหรือเปล่า เช่นเดียวกับเหล่านกท่องน้ำต่างๆ ที่เดินทางร่วมกันมาเป็นฝูงใหญ่ ที่ผมพบตามบริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำ

พวกมันเดินทาง ไม่ว่าจะพบกับความเปลี่ยนแปลงเช่นไร เริ่มต้นด้วยสัญชาตญาณ และสัญชาตญาณนั้นก็กระตุ้นเตือนให้พวกมันกลับบ้าน

นกหลายตัวอาจเป็นการเดินทางครั้งแรก และคงมีหลายตัวเป็นการเดินทางครั้งสุดท้าย

การเดินทางของนก สัตว์ป่า หรือชีวิตใดๆ ย่อมทำให้เติบโต, เติบโตทั้งภายนอกและภายใน

ได้เรียนรู้ และเติบโตจากการเดินทาง

จึงดูเหมือนว่า จุดหมายเป็นเพียง “ผลพลอยได้” เท่านั้น •

 

หลังเลนส์ในดงลึก | ปริญญากร วรวรรณ