E-DUANG : การก่อรูป วัฒนธรรม การเมือง เนื่องแต่ รากฐาน ครูไหมใจร้าย

การพยายามสร้างภาพ”ครูไหมใจร้าย”ให้เกิดกับ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล กำลังก่อให้เกิด”คำถาม”ในทางสังคมว่ามีความเหมาะสมเพียงใด

เป็นคำถามว่าเป็นการยกย่องเพื่อเชิดชู หรือว่าเป็นการเซาะ กร่อนบ่อนทำลายในทางการเมือง

จะนำไปสู่”ด้านบวก” หรือกลับกลายเป็น”ด้านลบ”

ไม่ว่าจะมาจากกระบวนการนำเสนอโดย น.ส.ภัคมน หนุนอนันต์ ไม่ว่าจะมาจากการหนุนเสริมอย่างมุ่งมั่นตั้งใจโดย น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์

แม้จะโดยท่วงทำนองที่พูดไป ยิ้มไป เหมือนกับเป็นทีเล่นทีจริง แต่การเปรียบเปรยในระดับที่ละม้ายกับการถูกตัวเข้าพบกับ“ครูผู้ปกครอง”ย่อมเป็นเรื่องน่าหวั่นเกรง

ไม่ว่านักการเมืองหญิง ไม่ว่านักการเมืองชาย ล้วนเคยมีประสบการณ์การถูกเรียกเข้าห้อง”ครูปกครอง”มาแล้ว ย่อมมิได้เป็นเรื่องน่ายินดีอย่างแน่นอน

แม้ตอนจบของ”ครูไหวใจร้าย”จะเป็นภาพอันน่าประทับใจแต่ก็ไม่แน่ใจว่าของ”ครูไหมใจร้าย”จะเป็นอย่างเดียวกันหรือไม่

หากเป็น”บทเรียน”ก็น่าจะเป็นบทเรียน”ด้านกลับ”มากกว่า

 

ต้องยอมรับว่ากรณีของ”ครูไหมใจร้าย” ดำเนินไปในลักษณะเดียว กันกับการให้สมญา นายชัยธวัช ตุลาธน เป็นเหมือน”หมีโคอาล่า” และรวมถึงการนำเอาคำว่า”นายกว่าว” มาใช้

นี่กลายเป็นกระบวนท่าเดียวกันกับการนำเอา”การร้องเพลง” ของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ มาทำเป็นเรื่องเล่น

น่าสังเกตว่า จุดเริ่มต้นของสมญา”นายกว่าว” และ”นายกรถแห่”มิได้มาจากภายในพรรคก้าวไกล หากแต่มาจากภายนอกพรรคและต้องการด้อยค่า

เหมือนกับการด้อยค่า น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ในเรื่องการศึกษา ในเรื่องการทำงาน เหมือนกับการด้อยค่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ในเรื่องการร้องเพลง

การด้อยค่าในเรื่อง”นายกว่าว”ได้ผ่านการยอมรับจาก นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กระทั่งนำไปพูดต่อ

ในที่สุด สมญานาม”ครูไหมใจร้าย”จะนำไปสู่บทสรุปเช่นใด

 

ต้องยอมรับว่าการตั้งสมญาให้กับ”นักการเมือง”เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในลักษณะทั่วไปที่เกิดขึ้นตั้งแต่ยุคหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง แต่เป็นการเริ่มต้นจาก”ภายนอก” มิได้มาจาก”ภายใน”

ไม่ว่าจะเป็น”จอมพลตราไก่” ไม่ว่าจะเป็น”นายกช่อฟ้า”ไม่ว่า จะเป็น”อรหันต์สามเมีย” เพิ่งมีในยุคพรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกลนี้แหละที่จุดประกายจาก”ภายใน”ขึ้นมา

หรือนี่จะกลายเป็นวัฒนธรรม”ใหม่” เป็นเรื่องที่ต้องสร้างทำให้เกิดขึ้นภายใน”องค์กร”ทางการเมือง