แว่นยุคใหม่ต้องกันแดดได้ และมาพร้อม AI

จิตต์สุภา ฉินFacebook.com/JitsupaChin

Cool Tech | จิตต์สุภา ฉิน

Instagram : @sueching

Facebook.com/JitsupaChin

 

แว่นยุคใหม่ต้องกันแดดได้

และมาพร้อม AI

 

หากถามถึงแว่นตาอัจฉริยะรุ่นแรกที่เรานึกออก คำตอบที่ได้ส่วนใหญ่ก็น่าจะเป็น Google Glass ที่เปิดตัวครั้งแรกในงาน Google I/O ปี 2012 และเรียกเสียงฮือฮาได้จากคนทั่วโลก

ในวันนั้น Google เปิดวิดีโอที่ถ่ายด้วยกล้องของ Google Glass ให้ดู พร้อมกับสาธิตว่ามีวิธีการใช้งานแว่นได้หลากหลาย ทั้งการแปลภาษา แสดงคำแจ้งเตือนต่างๆ บอกทาง ไปจนถึงถ่ายภาพและวิดีโอ ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่เราไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าแว่นตาอันเล็กๆ จะสามารถทำได้

แม้ว่าฟังก์ชั่นทุกอย่างที่ Google Glass ทำได้ล้วนเป็นฟังก์ชั่นในฝันของเรา

แต่การใช้งานจริงมันไม่ได้ทำได้ดีราบรื่นตลอดเวลา อุปสรรคที่ใหญ่กว่านั้นไปอีกก็คือดีไซน์ของแว่นที่ทำให้คนสวมดูแปลกแตกต่างจากชาวบ้านชาวช่อง

ยิ่งพิจารณาควบคู่ไปกับราคาที่แพงระดับเหยียบห้าหมื่นบาทก็ทำให้ Google Glass ไม่ฮิตเปรี้ยงปร้างจนต้องยอมพับโปรเจ็กต์ไป

หลังจากนั้นมาตลาดของแว่นอัจฉริยะก็ไม่ได้ซบเซาเหมือนที่คิดเพราะหลายบริษัทเทคโนโลยีต่างก็พากันออกแบบและเปิดตัวแว่นในแบบฉบับของตัวเองมาเรื่อยๆ

โดยล่าสุด Meta และ Ray-Ban ซึ่งเคยจับมือทำแว่นร่วมกันมาแล้วก็เปิดตัวรุ่นใหม่ประจำปี 2024 และได้รับเสียงตอบรับที่ดียิ่งกว่ารุ่นก่อน

ครั้งนี้ออกมาในชื่อที่ยาวขึ้น คือ Ray-Ban Meta Smart Glasses

 

ขึ้นชื่อว่าเป็น Ray-Ban ที่มีความเชี่ยวชาญในการผลิตแว่นกันแดดก็เชื่อได้ว่าหน้าตาของแว่นอัจฉริยะจะไม่ผ่าเหล่าผ่ากอจากคอลเล็กชั่นแว่นที่ Ray-Ban วางขายมาโดยตลอดแน่นอน

แทนที่จะไปโฟกัสที่ฟีเจอร์เทคโนโลยี Ray-Ban เลือกให้ความสำคัญกับดีไซน์เป็นหลัก ทำให้แว่น Ray-Ban Meta ตั้งแต่รุ่นแรกจนถึงรุ่นนี้มีความเป็นแว่นกันแดดที่เท่และเก๋ไม่แตกต่างจากแว่นอื่นๆ ที่แบรนด์ขาย

สิ่งที่ทำให้แว่นรุ่นนี้ได้รับการพูดถึงมากกว่ารุ่นแรกที่เน้นการถ่ายภาพและวิดีโอก็คือเทคโนโลยี AI ที่ตอนนี้ถูกควบรวมเข้าไปอยู่ในทุกอณูของการใช้ชีวิตยุคนี้แล้วจริงๆ

เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ดีไซน์ของแว่นอัจฉริยะ Ray-Ban รุ่นใหม่มีความบางลงกว่าเดิมจนใกล้เคียงกับแว่นกันแดด Ray-Ban ทั่วไป มีตัวเลือกหลากหลายขึ้น ทั้งกรอบ สี และเลนส์ ในแง่เทคโนโลยีก็มาพร้อมกับไมโครโฟน ลำโพง และกล้องที่มีคุณภาพดีกว่าเก่า

แต่แน่นอนว่าไฮไลต์ก็จะอยู่ที่ความสามารถของ AI ที่มาพร้อมตัวแว่น ซึ่งก็คือ AI จากค่าย Meta นั่นเอง

 

Mark Zuckerberg โพสต์วิดีโอสั้นๆ แสดงให้เห็นว่าแว่น Ray-Ban Meta สามารถทำอะไรได้บ้าง เป็นวิดีโอมุมมองบุคคลที่หนึ่งเนื่องจากเป็นวิดีโอที่บันทึกโดยกล้องที่ติดตั้งมาพร้อมแว่น

เขาอยู่ในตู้เสื้อผ้าวอล์กอิน หยิบเสื้อเชิ้ตลายทางออกมาตัวหนึ่ง แล้วถามแว่นว่า “เฮ้ เมตะ ดูให้หน่อยว่าเสื้อตัวนี้ควรจะใส่กับกางเกงตัวไหนดี”

มีเสียงคล้ายกับชัตเตอร์ลั่นดังขึ้น จากนั้น AI ของแว่นตอบกลับมาว่า “ดูจากภาพ นี่น่าจะเป็นเสื้อเชิ้ตลายทาง กางเกงยีนส์สีเข้มๆ หรือกางเกงขายาวสีล้วนไม่มีลวดลายน่าจะเข้ากับเสื้อเชิ้ตตัวนี้นะ”

นอกจากความสามารถด้าน AI แล้ว อีกประโยชน์ของการสวมแว่นอัจฉริยะคือการใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ ของแว่นที่ทดแทนการหยิบสมาร์ตโฟนออกมาจากกระเป๋าได้ อย่างเช่น การใช้คุยโทรศัพท์ ใช้แทนหูฟัง ใช้ถ่ายภาพถ่ายวิดีโอสั้นๆ ที่พร้อมให้อัพโหลดขึ้นโซเชียลมีเดียได้เลย

ทั้งหมดนี้อยู่ตั้งอยู่บนฟีเจอร์พื้นฐานที่สุดของแว่นกันแดดก็คือความสามารถในการกันแดดและเพิ่มความเท่ของลุคการแต่งตัวโดยรวมด้วย

 

ในอนาคต Meta อาจจะติดตั้งหน้าจอเข้าไปเพื่อให้แว่นแสดงผลบางอย่างให้เราเห็นได้ด้วย ซึ่งถ้าสามารถทำได้โดยยังคงรักษาดีไซน์โดยรวมไว้ก็จะทำให้แว่นอัจฉริยะน่าสนใจขึ้นอีกเยอะมาก

Meta ไม่ได้เปิดเผยตัวเลขว่าขายแว่นไปได้แล้วกี่อัน แต่มีการพูดคุยกับผู้ถือหุ้นว่าแว่นได้รับความนิยมมากกว่าที่คาดคิดจนทำให้บริษัทผู้ผลิต Ray-Ban ต้องเร่งกำลังการผลิตเพื่อตอบรับความต้องการของลูกค้า

ฉันคิดว่าหากเรามีแว่นกันแดดเท่ๆ สักอันที่สวมใส่แล้วไม่รู้สึกแตกต่างจากแว่นกันแดดทั่วไป แต่มันสามารถทำหน้าที่ในการมองเห็นและประมวลผลแทนเราได้ก็จะเป็นแว่นที่น่าซื้อมาใช้งานมากๆ

ลองนึกดูว่าเราเดินไปไหนมาไหน และเราสามารถถาม AI ในแว่นได้ทันทีเลยว่าสิ่งที่เรากำลังมองเห็นตรงหน้าคืออะไร และขอรายละเอียดหรือความคิดเห็นเพิ่มได้ จะเป็นการเปิดประตูสู่ความเป็นไปได้อีกมากขนาดไหน

เชื่อว่าแว่น Ray-Ban Meta รุ่นต่อๆ ไปก็จะได้รับการพัฒนาให้เก่งกว่านี้และสวยยิ่งกว่านี้ จนในที่สุดเราอาจจะเข้าสู่ยุคที่ผู้คนรอบตัวสวมแว่นอัจฉริยะกันจนเป็นเรื่องธรรมดา พอๆ กับที่ตอนนี้เราเห็นคนใส่นาฬิกาสมาร์ตวอตช์ หรือใช้หูฟังอย่าง AirPods กันจนเป็นเรื่องปกติที่เราแทบไม่สังเกตเห็นอีกต่อไปแล้ว

 

ในตลาดแว่นอัจฉริยะ นอกจาก Ray-Ban Meta ก็ยังมีแว่นยี่ห้ออื่นๆ ที่น่าสนใจอีกไม่น้อย อย่างแว่น AirGo Vision จาก Solos ที่เพิ่งจะประกาศเปิดตัวไปไม่นาน มาพร้อม Gen AI ล่าสุด GPT-4o ที่ค่าย OpenAI สาธิตความเก่งกาจให้คนได้ประจักษ์กันมาแล้ว

AirGo Vision เป็นแว่นที่จะให้ข้อมูลผู้สวมใส่ตามเวลาจริง สามารถมองเห็นและรับรู้ถึงคน วัตถุ สิ่งของ สถานที่ต่างๆ ได้ คล้ายๆ กับแว่น Ray-Ban Meta

Solos ยกตัวอย่างการใช้งานว่าเราสามารถสวมแว่นแล้วมองไปที่สิ่งของที่เราต้องการ พร้อมกับถามแว่นว่า “ของที่ฉันกำลังมองอยู่นี้คืออะไร ราคาเท่าไหร่ และมีที่ไหนขายราคาดีกว่านี้บ้างไหม”

อันที่จริงแล้วความสามารถที่บอกมานี้เพียงแค่คว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมามันก็ให้คำตอบแบบเดียวกันได้ แต่จะสะดวกกว่าแค่ไหนถ้าเราสามารถเอ่ยปากถามแว่นที่สวมอยู่ได้เลย ไม่ต้องหยิบโทรศัพท์ออกมากดให้เสียเวลา

หลังจากนี้เราจะได้เห็นตัวเลือกแว่นอัจฉริยะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กล้อง ไมโครโฟน ลำโพง ที่ติดตั้งมาพร้อมกันจะมีสเป๊กที่ดีขึ้นกว่านี้ โดยความสามารถของผู้ช่วย AI ก็จะเก่งขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่นั่งอยู่บนจมูกของเราได้ ยิ่งผนวกกับการแสดงผลผ่านจอที่แนบเนียนได้ในอนาคต บางทีมันอาจจะดีเสียจนวันๆ หนึ่งเราเหลือสาเหตุที่ต้องหยิบมือถือออกมาจากกระเป๋าแค่ไม่กี่ครั้งก็ได้

สิ่งสำคัญที่บริษัทผู้ผลิตจะต้องยืนหยัดไม่ละทิ้งก็คืออย่างไรเสียแว่นกันแดดก็ต้องสวยเท่ หากเพิ่มฟีเจอร์ไฮเทคมาเพียบแต่ดีไซน์โดยรวมใส่แล้วไม่เก๋

ก็มีแนวโน้มว่าอาจต้องม้วนเสื่อกลับบ้านไปด้วยเหมือนกัน