ไฟฟ้าชอร์ตเด็กเสียชีวิต บทเรียนยกเครื่องระบบดูนักเรียน-ครู

กรณีนักเรียนชายถูกไฟฟ้าชอร์ตเสียชีวิตติดคาตู้ผลิตน้ำดื่มภายในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในพื้นที่จังหวัดตรัง โดยช่วงเกิดเหตุมีฝนตกหนัก ทำให้บรรดาครู ผู้บริหาร เพื่อนนักเรียน เจ้าหน้าที่พยาบาล และยามของโรงเรียน ไม่กล้าที่จะเข้าไปช่วยเหลือ เพราะห่วงจะถูกไฟชอร์ต…

ถือเป็นบทเรียนจากความสูญเสียที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น!

หลังเกิดเหตุ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สั่งการให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ต้นสังกัด ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในทุกมิติ ทั้งเรื่องความประมาทของโรงเรียน สาเหตุที่ทำให้ระบบไฟฟ้าบริเวณก๊อกน้ำรั่ว

รวมถึงจัดมาตรการเยียวยาครอบครัวนักเรียนที่เสียชีวิต

 

ขณะที่ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สั่งให้ตรวจสอบเครื่องทำน้ำเย็นในสถานศึกษาสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) อย่างเร่งด่วน

โดยกำหนดรายละเอียดการตรวจสอบ ดังนี้

1. อายุการใช้งานของเครื่องทำน้ำเย็นที่ติดตั้งหมดอายุแล้วหรือไม่ หากหมดอายุให้งดใช้ทันทีเนื่องจากจะเป็นอันตรายต่อเด็กนักเรียน

2. ต้องใช้เครื่องทำน้ำเย็นที่ได้มาตรฐานตาม มอก.

3. ต้องมีการติดตั้งระบบตัดไฟอัตโนมัติในเครื่องทำน้ำเย็นทุกเครื่อง โดยทาง สพฐ.จะดำเนินการส่งหนังสือแจ้งไปยังผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และผู้อำนวยการโรงเรียนทุกโรงเรียน ให้ตรวจสอบอย่างเร่งด่วนที่สุด และหากตรงไหนยังไม่ปลอดภัยต้องให้งดใช้ และหาน้ำดื่มอื่นเข้ามาทดแทนก่อน

สำหรับเครื่องทำน้ำเย็นที่ไม่มีมาตรฐาน มอก. ต้องเปลี่ยนใหม่ หรือเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านนี้มาช่วยตรวจสอบตั้งแต่ระบบการติดตั้ง และระบบไฟฟ้า ทุกเครื่องต้องมีระบบตัดไฟอัตโนมัติ หากเกิดเหตุไฟฟ้าลัดวงจร เครื่อง Safety ที่ติดตั้งไว้ก็จะทำการตัดไฟก่อน ทำให้ไม่เกิดไฟฟ้าชอร์ต หรือไฟฟ้าลัดวงจร

นอกจากนี้ จะต้องมีครูคอยดูแลตรวจสอบอยู่สม่ำเสมอ เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องความปลอดภัยกับชีวิตนักเรียนรวมถึงครูและบุคลากรในโรงเรียน อีกทั้งอาจจะมีผู้ปกครองหรือพี่น้องประชาชนไปใช้ด้วย อาจจะเกิดอันตรายในวันข้างหน้าได้ ถือว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการอย่างจริงจัง

 

พล.ต.อ.เพิ่มพูนระบุว่า กล่าวชัดว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่มีสิ่งใดจะสามารถชดเชยได้ ดังนั้น ศธ.จะไม่เพิกเฉยกับกรณีนี้ ต้องมีการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงให้ได้

ขณะเดียวกันได้เน้นย้ำสถานศึกษาทั่วประเทศเกี่ยวกับมาตรการเฝ้าระวังปัญหาด้านความปลอดภัยนักเรียนเป็นพิเศษในเรื่องของอุปกรณ์ต่างๆ เช่น เครื่องทำน้ำเย็น อุปกรณ์ที่ต่อพ่วงระบบไฟฟ้าทุกชนิดต้องมีวงรอบการตรวจสอบ เช็กสภาพ ระวังการลัดวงจรจุดเสี่ยงทุกจุดอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้าเกิน ระบบสายดิน ระบบตัดไฟ เป็นต้น

หากพบอุปกรณ์ชำรุด ไม่พร้อมใช้งาน ต้องดำเนินการแก้ไขทันที และงดใช้อุปกรณ์นั้นจนกว่าจะแก้ไขแล้วเสร็จ และต้องดำเนินการอย่างจริงจังทั่วประเทศ

“ก่อนหน้านี้ได้มีนโยบายให้ทุกหน่วยงานใน ศธ. บูรณาการทรัพยากรร่วมกัน ซึ่งในสถานศึกษาต่างๆ ในส่วนภูมิภาค หากไม่มีช่าง หรืออุปกรณ์ซ่อมแซมสิ่งต่างๆ สามารถประสานขอความร่วมมือสถาบันอาชีวศึกษาในพื้นที่ ทั้งด้านอุปกรณ์และบุคลากรได้อยู่แล้ว ซึ่งการดูแลกันและกันเช่นนี้ เป็นการทำงานแบบจับมือไว้แล้วไปด้วยกันอย่างแท้จริง”

พล.ต.อ.เพิ่มพูนกล่าว

 

ขณะที่หน่วยงานอื่น ที่มีสถานศึกษาในสังกัด ก็ออกมารับลูก โดยนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) สั่งการด่วนให้ทุกจังหวัดประสานการไฟฟ้านครหลวง (MEA) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ในแต่ละพื้นที่รับผิดชอบ รวมไปถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันอาชีวะ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เข้าไปมีส่วนร่วมในการตรวจสอบมาตรฐานการติดตั้งตู้กดน้ำ และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในโรงเรียน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุที่อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่เด็กนักเรียนในโรงเรียน

“คลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในงานกีฬาสีโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดตรัง เกิดเหตุเพราะคุณครูใช้ให้ไปปิดสวิตช์น้ำ” โดยภาพที่ทางผู้โพสต์นำมาเปิดเผยให้ดูนั้นพบว่าเป็นสายไฟที่มีตะปูตอกเข้าไปกลางสายไฟ อย่างไรก็ตาม พบว่ามีประชาชนจำนวนมากเข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์การติดตั้งสายไฟของทีมช่าง ซึ่งการตอกตะปูเช่นนี้เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดไฟฟ้าชอร์ตได้

มท.จึงได้สั่งการให้ทุกจังหวัดประสานหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในพื้นที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และการไฟฟ้านครหลวง สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ จังหวัดนนทบุรี และสมุทรปราการ ดำเนินการออกตรวจสอบระบบไฟตู้น้ำโรงเรียนในเขตพื้นที่การดูแล ให้มีการติดตั้งระบบไฟฟ้าที่มีคุณภาพและปลอดภัย

รวมถึงการติดตั้งสายดินที่ถูกวิธี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อชีวิต หรือทรัพย์สินของประชาชน พร้อมได้สั่งการเร่งด่วนให้ทุกจังหวัด ประสานการไฟฟ้านครหลวง (MEA) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ทุกพื้นที่

รวมไปถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เข้าดำเนินการตรวจสอบตู้น้ำตามโรงเรียนต่างๆ โดยให้ดำเนินการตรวจสอบตู้กดน้ำ รวมถึงการติดตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าในบริเวณที่เด็กนักเรียน หรือบุคลากรทางการศึกษาใช้ประโยชน์ให้มีมาตรฐานความปลอดภัย” นายสุทธิพงษ์กล่าว

ทั้งนี้ ตู้กดน้ำเย็นในโรงเรียน เป็นอุปกรณ์ขั้นพื้นฐานที่ควรติดตั้งเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักเรียนทุกคนอย่างเพียงพอต่อความต้องการในแต่ละวัน ซึ่งสถานที่ตั้งควรอยู่ห่างจากบริเวณที่มีฝุ่นละออง แหล่งระบายน้ำเสีย และแหล่งขยะมูลฝอย

ในส่วนการติดตั้งตู้กดน้ำเย็น ก็ต้องมีมาตรฐานในการติดตั้ง มีความมั่นคงแข็งแรง มีระบบป้องกันภัยจากกระแสไฟฟ้ารั่ว หรือลัดวงจร โดยการติดตั้งสายดินบริเวณพื้นที่ตั้งต้องไม่เป็นที่ที่มีน้ำขัง หรือสกปรก ต้องมีการระบายน้ำที่ถูกสุขลักษณะ ไม่ก่อให้เกิดการปนเปื้อน และมีการทำความสะอาดบริเวณที่ตั้งของตู้ทำน้ำเย็นเป็นประจำทุกวัน แท็งก์น้ำต้องมีการปกปิด หรือมีฝาปิด เพื่อควบคุมป้องกันการปนเปื้อนจากแมลงและสัตว์พาหะนำโรค

 

ดังนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การตรวจเช็กสภาพอย่างเป็นประจำต่อเนื่อง มีปฏิทินในการตรวจเช็ก จากหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญ

มาตรการป้องกันดังกล่าว แม้จะดูเหมือนวัวหายแล้วล้อมคอก แต่ก็ถือเป็นการย้ำเตือนสถานศึกษา และครูที่จะต้องดูแลนักเรียนให้มีความเข้มงวดมากยิ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยอีก

ไม่ใช่แค่แสดงความเสียใจ ให้เงินเยียวยาแล้วจบ…

และคงไม่ใช่แค่เหตุการณ์นี้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงกรณีอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับเด็กและครูในสถานศึกษา ซึ่งมีดราม่าให้เห็นกันไม่เว้นแต่ละวัน

ก็ควรมีมาตรการป้องกัน และการดำเนินการทางกฎหมายที่เข้มงวดมากขึ้นด้วย… •

 

| การศึกษา