MONTANA STORY | ‘เจ็บปวด’

นพมาส แววหงส์

Montana Story เป็นดราม่าในครอบครัว ซึ่งค่อยๆ ใช้เวลาทีละเล็กทีละน้อยเผยให้รู้ถึงเรื่องราวอันขมขื่นของการล่มสลายภินท์พังของครอบครัว

จุดเน้นของหนังอยู่ที่ความสัมพันธ์ระหว่างสองพี่น้องต่างมารดา เอรินพี่สาว (เฮลีย์ ลู ริชาร์ดสัน) กับแคลน้องชาย (โอเวน ทีก) ซึ่งเคยสนิทรักใคร่กันมาก แต่ก็มีเหตุการณ์ที่เข้ามาขวางกั้นความสัมพันธ์ระหว่างกันจนไม่ได้ติดต่อกันเลยในช่วง 7 ปี

หนังเปิดเรื่อง ณ จุดที่แคลเดินทางมาถึงบ้านไร่หลังใหญ่บนเนื้อที่กว้างสุดลูกหูลูกตาในรัฐที่มีฉายาว่า Big Sky Country

ชื่อหนังบอกให้รู้ชัดว่าเรื่องราวเกิดในรัฐมอนทานา ที่นี่เป็นบ้านที่เขาอยู่มาตั้งแต่เกิด และจากไปเมื่อถึงวัยจะโบยบินจากรังไปสร้างชีวิตของตัวเอง

คนคนแรกที่เขาเจอหน้าบ้านคือวาเลนตินา (คิมเบอร์ลี กูเอเรโร) แม่บ้านที่อยู่ด้วยกันมานานและยังคงแวะเวียนมาดูแลบ้านทุกสัปดาห์

บ้านนี้ไม่มีคุณผู้หญิง เพราะภรรยาเจ้าของบ้านเสียชีวิตไปแล้ว เจ้าของบ้านเป็นชายวัยกลางคนซึ่งมีอาชีพเป็นทนายความ และไม่ได้ทำไร่ทำนาด้วยตัวเองบนผืนดินไพศาลสุดลูกหูลูกตาภายใต้ท้องฟ้ากว้างใหญ่

เขาเพิ่งจะเกิดอาการเส้นเลือดในสมองแตก และนอนเป็นผักอยู่ในห้องชั้นล่าง ลมหายใจยังรวยรินอยู่ได้จากการปั๊มของเครื่องช่วยหายใจ

แคลได้พบพยาบาลชายผิวดำผู้อพยพมาจากเคนยา ชื่อ เอซ (กิลเบิร์ต โออูออร์) ซึ่งคอยดูแลคนไข้อยู่ตลอด 24 ชั่วโมง

ในฐานะลูกชายของเจ้าของไร่ แคลเป็นคนดูแลจัดการทรัพย์สินทั้งหมดของพ่อ และเมื่อลูกไม่ได้คิดจะทำไร่ต่อ หรือเตรียมการจะกลับมาอยู่ดูแล หนทางที่ดีที่สุดคือบอกขายทรัพย์สินทั้งหมดเสีย

มีม้าแก่ๆ ชื่อ “มิสเตอร์ที” เหลืออยู่ในคอกเพียงตัวเดียว เป็นม้าที่เขารู้จักมาตั้งแต่เด็กและอาลัยอาวรณ์ แต่ก็จำต้องนัดสัตวแพทย์มาฉีดยาให้พ้นทุกข์ไปเสีย ดีกว่าจะอยู่อย่างทุกข์ทรมานโดยไม่มีใครดูแล

ยังไม่ทันไร เอริน (เฮลีย์ ลู ริชาร์ดสัน) ก็เดินทางมาถึง แคลถอดใจไปแล้วกับการจะได้เจอพี่สาวต่างมารดาอีก เพราะเอรินออกจากบ้านไปโดยไม่เคยส่งข่าว ไม่เคยติดต่อพ่อหรือน้องชายคนเดียว

เอรินได้ข่าวเรื่องพ่อป่วยหนักเหมือนนอนรอความตายอยู่อย่างเดียว และเดินทางกลับมาด้วยเหตุผลที่เธอเองก็อธิบายไม่ได้ว่ากลับมาทำไมอีก

เพียงแค่ได้ดูหน้าพ่อที่นอนเป็นผักอยู่ แล้วเธอก็หันหลังกลับ ทำท่าจะจากไปทันที

ครั้นได้รู้ถึงการที่แคลตัดสินใจจะ “ทำการุณยฆาต” กับมิสเตอร์ที เอรินก็เปลี่ยนใจจะอยู่ต่อไปอีกสักหน่อย เพื่อจัดการเรื่องการขนย้ายม้าไปอยู่กับเธอที่นิวยอร์กตอนเหนือ ซึ่งเธอทำงานเป็นแม่ครัวในร้านอาหาร

ความสัมพันธ์อันชวนอึดอัดระหว่างสองพี่น้องและกับพ่อที่นอนไม่รู้สึกตัวอยู่ สร้างความตึงเครียดให้เราใจจดใจจ่ออยู่กับหนังด้วยความใคร่รู้ว่าครอบครัวนี้มีเรื่องบาดหมางอะไรกัน

แต่หนังก็เดินเรื่องช้าๆ ก้าวไปทีละขั้นๆ โดยไม่มีแฟลชแบ็กให้เราเห็นเรื่องราวในอดีต ได้แต่ค่อยๆ เผยทีละน้อย ด้วยข้อความในบทสนทนาระหว่างกัน โดยมีคนนอกคือพยาบาลเอซ เป็นตัวเชื่อมโยง

สองพี่น้องคู่นี้สนิทสนมกลมเกลียวกันมาก แม้จะไม่ได้ร่วมครรภ์มารดาคนเดียวกัน ตอนวัยรุ่นเอรินเขียนบทความลงหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นเปิดโปงความไม่ชอบมาพากลในเหมืองเปิดที่เป็นแหล่งก่อสารพิษให้แก่ชุมชน โดยที่เบื้องหลังของเรื่องราวฉาวโฉ่นี้มีพ่อของเธอเองเป็นทนายความให้แก่บริษัทที่ควรรับผิดชอบ

เรื่องนี้ทำให้พ่อโกรธมากขนาดตบตีทำร้ายร่างกายลูกสาว แต่สิ่งที่ทำให้เอรินเจ็บปวดใจยิ่งไปกว่าความเจ็บปวดทางกาย คือแคลเดินเข้ามาเห็นเหตุการณ์ และแทนที่จะเข้ามาช่วยพี่สาว แต่แคลกลับยืนตัวแข็งและเดินหนีไป

เรื่องนี้กลายเป็นปมที่ตราอยู่ในใจแคลด้วย เขาเองก็ประณามตัวเองที่ไม่กล้าพอที่จะออกหน้ามาต่อสู้กับพ่อเพื่อพี่สาวที่รัก และไม่มีทางจะอธิบายให้ใครเข้าใจได้เลย แม้แต่ตัวเอง ว่าทำไมเขาจึงไม่ทำสิ่งที่น่าจะทำ

ระหว่างการไปเสาะหาวิธีการจะขนย้ายม้าเพื่อขับไปรัฐนิวยอร์ก รถของสองพี่น้องไปตายอยู่กลางทาง และระหว่างการรอรถที่โทร.เรียกมาลาก พี่น้องก็เดินไปดูเหมืองร้างที่เป็นต้นเหตุของการแตกแยกของครอบครัว ซึ่งคนแถวนั้นขนานนามว่า “นรกเจ็ดขุม”

เอรินมองไปที่หลุมดำบริเวณหนึ่งแล้วบอกว่า ในนรกของดันเต ขุมนรกที่ต่ำที่สุดมีไว้สำหรับ “คนทรยศต่อความสัมพันธ์ใกล้ชิดเป็นพิเศษ”

นั่นคือความเจ็บปวดที่เธอรู้สึกว่าโดนน้องชายสุดที่รักทรยศ โดยไม่เข้ามาช่วยยามที่เธอเดือดร้อนแสนสาหัสและต้องการความช่วยเหลืออย่างที่สุด

ขอหยุดเรื่องไว้ตรงนี้เลยนะคะ เพราะเรื่องยังพัฒนาต่อไปอีกสู่ไคลแมกซ์ที่ชวนอึ้งซึ่งอาจทำใจยากสำหรับคนดู

เป็นหนังที่เดินเรื่องช้าๆ แต่ละเมียดละไม นักแสดงทั้งคู่เล่นได้กำลังดีพอเหมาะพอเจาะ แสดงให้เห็นความคุกรุ่นภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉย ข่มอารมณ์เจ็บปวด โกรธแค้นและเสียใจเอาไว้ โดยไม่มีการระเบิดแรงโทสะออกมา

ได้ดูหนังเรื่องนี้ทางช่องอเมซอนไพรม์มาได้สักพักแล้วค่ะ นึกอยากเขียนถึงหนังดรามาเล็กๆ เดินเรื่องช้าๆ ไม่เอะอะมะเทิ่ง ไม่ตึงตังโครมครามบ้าง

ความสนุกอยู่ที่ว่าคนดูต้องเก็บเล็กผสมน้อยมาประมวลผลเอาเอง นับเป็นหนังชีวิตที่จับใจและกินใจมาก

แต่ขอบอกเสียก่อนว่าไม่น่าจะเหมาะสำหรับคนดูที่เป็นวัยรุ่นใจร้อน ชอบอะไรที่หวือหวารวดเร็วทันใจนะคะ •

MONTANA STORY

กำกับการแสดง

Scott McGehee และ David Siegel

แสดงนำ

Haley Lu Richardson

Owen Teague

Gilbert Owuor

Kimberly Guerrero

ภาพยนตร์ | นพมาส แววหงส์