ใช้มือถือแบบไหน เปลือย หรือ ใส่เคส?

จิตต์สุภา ฉินFacebook.com/JitsupaChin

มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ฉันทำมาติดต่อกันหลายปีและเป็นเรื่องที่ดูผิวเผินเหมือนจะไม่ได้มีรายละเอียดพิเศษอะไร แต่น่าแปลกใจที่มันกลับสร้างความสงสัยและทำให้เกิดบทสนทนากับผู้คนรอบข้างได้เรื่อยๆ

นั่นคือการใช้สมาร์ตโฟนแบบไม่ใส่เคสค่ะ

ทุกครั้งที่สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่เปิดตัวมาพร้อมตัวเลือกสีที่หลากหลายเรามักจะตื่นเต้นที่ได้เห็นสีใหม่ บางคนชอบสีเรียบๆ ในขณะที่บางคนก็ชอบสีสดใส

ดังนั้น เรื่องสีจึงเป็นหัวข้อแรกๆ ที่คนมักจะให้ความสนใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่

การถกเถียงกันว่าซื้อ iPhone สีไหนดีที่สุดมักจะไปจบที่คอมเมนต์ว่าจะเลือกสีไปทำไมในเมื่อทุกคนที่ซื้อโทรศัพท์มาใหม่ก็ใส่เคสกันทั้งหมดอยู่แล้ว บางคนใส่เคสนานจนลืมไปเลยว่าตัวเองซื้อ iPhone สีอะไรมา พอมีคนถามก็ต้องแกะออกมาจากเคสเพื่อดูสีทุกครั้ง

ตัวฉันเองก็เลือกที่จะใส่เคส ติดฟิล์มกันรอยบนจอมานานหลายปีจนตัดสินใจลองใช้โทรศัพท์แบบเปลือยเปล่าดูบ้าง และก็ได้เรียนรู้หลายอย่างว่าการไม่ใส่เคสโทรศัพท์มาพร้อมข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง

วันนี้มาเล่าให้ฟังแบบสบายๆ ในบทความนี้ค่ะ

 

สาเหตุดั้งเดิมที่ทำให้ฉันตัดสินใจถอดโทรศัพท์ออกจากเคสเป็นครั้งแรกคือความรู้สึกว่านิ้วก้อยเริ่มรับน้ำหนักไม่ไหวหลังจากที่เปลี่ยนมาใช้รุ่นจอใหญ่ แบตใหญ่ ที่น้ำหนักก็เพิ่มขึ้นด้วยเป็นเงาตามตัว

ท่าถือโทรศัพท์ท่าโปรดของฉันคือจะต้องมีนิ้วก้อยข้างซ้ายรองไว้ที่ฐานของโทรศัพท์เสมอ ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่องค์ประกอบที่สำคัญอะไรของการถือโทรศัพท์ เพราะหากยกนิ้วก้อยออกไปแตะไว้ที่ฝาหลังก็ยังถือโทรศัพท์ได้อย่างมั่นคงแทบไม่แตกต่างกัน แต่ท่าถือนี้ได้กลายเป็นนิสัยส่วนตัวที่แก้ไม่ได้ไปเสียแล้ว

พอเปลี่ยนมาใช้โทรศัพท์ที่หนักขึ้นก็พบว่านิ้วก้อยเริ่มมีความผิดปกติ ยิ่งช่วงไหนใช้โทรศัพท์มือถือเยอะๆ ก็ยิ่งรู้สึกว่านิ้วก้อยล้า รับน้ำหนักไม่ไหว แทนที่จะเลือกปรับท่าการถือโทรศัพท์ใหม่

ฉันกลับเลือกวิธีที่ทำได้เร็วกว่าคือการถอดเคสออกแทน

 

สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือโทรศัพท์เบากว่าเดิมมากจนนิ้วก้อยกลับมาเป็นปกติ แม้จะใช้โทรศัพท์นานเท่าเดิมแต่ก็ไม่รู้สึกปวดนิ้ว ปวดข้อมืออีกแล้ว

พอถอดเคสออก อีกอย่างที่ได้มาก็คือได้เห็นดีไซน์โทรศัพท์สวยๆ ตามแบบที่มันควรจะเป็น

พอไม่มีเคสปกปิดเอาไว้ สีและดีไซน์ของโทรศัพท์ก็โดดเด่นฉายชัด แม้ว่าเคสโทรศัพท์หลายๆ อันจะออกแบบมาเพื่อเปิดช่องว่างให้เรายังคงมองเห็นสีและดีไซน์ได้อยู่ แต่ก็ไม่ชัดเท่ากับการใช้โทรศัพท์แบบเปลือยๆ หรือต่อให้เลือกใช้เคสใส รายละเอียดบางอย่างก็อาจถูกแสงสะท้อนบดบังสายตา

ถึงจะเป็น iPhone ที่คนอื่นก็ใช้กันดาษดื่น แต่พอหยิบออกมาแบบไม่มีเคสก็ทำให้คนรอบตัวบางคนเอ่ยปากชมขึ้นมาด้วยความที่ไม่ได้เห็นเครื่องเปล่าๆ มานานแล้ว

อีกประโยชน์ที่ได้รับจากการไม่ใส่เคสคือการพกพาที่ง่ายขึ้น พอหยิบความหนาของตัวเคสออก เราจะสามารถสอดโทรศัพท์เข้าไปในกระเป๋ากางเกง หรือหย่อนเอาไว้ในช่องเก็บของภายในกระเป๋าสะพายที่มีพื้นที่จำกัดได้ง่ายขึ้น จะเอาโทรศัพท์มาเช็ดล้างทำความสะอาดก็ทำได้บ่อยขึ้น

 

คราวนี้มาถึงสิ่งที่ต้องแลกไปบ้าง ได้ความเบา สบาย พกง่าย ดีไซน์สวยมาแล้ว มีความเสี่ยงอะไรที่มาพร้อมกับการไม่ใส่เคส

ถึงแม้ว่าผู้ผลิตโทรศัพท์จะอวดอ้างวัสดุที่เลือกใช้ว่าแข็งแกร่ง มีความทนทานแค่ไหน แต่การทำโทรศัพท์หลุดมือตกพื้นหรือกระแทกเข้ากับอะไรบางอย่างก็มักจะเกิดความเสียหาย อย่างน้อยก็เป็นรอยถลอก อย่างมากก็อาจถึงขั้นแตกร้าว

และมันจะเกิดขึ้นบ่อยเป็นพิเศษเมื่อไหร่ก็ตามที่เราไม่ใส่เคส!

เมื่อไม่มีเคสเพิ่มความหนืด โทรศัพท์ก็มีโอกาสที่จะลื่นหลุดมือหรือไหลออกจากกระเป๋ากางเกงได้บ่อยขึ้น การใช้โทรศัพท์แบบไม่ใส่เคสแปลว่าเราจะต้องเพิ่มความระมัดระวังขึ้นเป็นเท่าตัว จะถือโทรศัพท์ท่าไหน วางโทรศัพท์ตรงไหน ทุกอย่างต้องผ่านการคิดก่อนทำทั้งสิ้น

ตัวฉันเองทำโทรศัพท์เหาะหลุดออกจากมือไปแล้วนับครั้งไม่ถ้วน หล่นเอาขอบลงกระแทกพื้นคมๆ มาแล้วก็หลายครั้ง

ระมัดระวังตัวเองก็เรื่องหนึ่ง แต่การจะยื่นโทรศัพท์มือถือให้คนอื่นช่วยถ่ายรูปให้ หรือยื่นโชว์รายละเอียดบนหน้าจอก็เป็นอีกความเสี่ยงที่เรากำหนดเองไม่ได้ และต้องทำใจไว้เผื่อทุกครั้ง

ข้อเสียอีกอย่างก็คือการใส่โทรศัพท์เปลือยเข้าไปปะปนกับข้าวของชิ้นอื่นๆ ในกระเป๋าก็มีความเสี่ยงที่ของสิ่งนั้นจะขูดตัวเครื่องหรือจอเป็นรอยด้วย อันนี้ฉันก็เจ็บมาแล้วหลายครั้งเหมือนกัน

 

ใช้โทรศัพท์แบบไม่ใส่เคสไปได้สักพักก็ได้ข้อสรุปกับตัวเองว่าวิธีที่ลงตัวที่สุดคือการเลือกใส่หรือไม่ใส่เคสตามที่เหมาะสมกับแต่ละโอกาส

เมื่อไหร่ที่เดินทางต่างประเทศ หรือวันไหนที่รู้ว่าจะต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาใช้บ่อยๆ หรือใช้ถ่ายงานอย่างสมบุกสมบัน ฉันก็จะเลือกหยิบเคสมาสวมเพื่อเพิ่มระดับการป้องกันและเพิ่มความอุ่นใจให้ตัวเอง

ยิ่งถ้าได้เคสลายที่ตัวเองชอบอยู่แล้วก็เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศให้รู้สึกเหมือนใช้โทรศัพท์เครื่องใหม่ไปในตัว

เคสใครทำหน้าที่เป็นกระเป๋าใส่บัตรได้ด้วยก็ทำให้มีฟังก์ชั่นแบบคูณสองไปอีก

ส่วนวันไหนที่มีกิจวัตรตามปกติ การใช้โทรศัพท์แบบไม่ใส่เคสก็ยังคงช่วยแบ่งเบาน้ำหนักได้ดีเสมอ

แต่ถ้าลองเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียดูแล้วพบว่าการได้น้ำหนักคืนมาไม่กี่กรัมกับได้เห็นสีโทรศัพท์แบบชัดๆ ไม่คุ้มกับความรู้สึกใจสลายที่โทรศัพท์หล่นกระแทกพื้นจนแตกหรือเป็นรอย

ก็เลือกเคสที่ถูกใจแล้วสวมป้องกันไว้ดีกว่าค่ะ