กกต.ลุยโค้งสุดท้ายชิง 200 สว. หลังศาล รธน.ไฟเขียว ‘4 ปม’ จับตา ‘สมชาย วงศ์สวัสดิ์’ เดิมพันขั้วอำนาจใหม่

ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์วินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 มาตรา 36 มาตรา 40 มาตรา 41 และมาตรา 42 ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 107

ฉะนั้น กระบวนการเฟ้นหาวุฒิสภา หรือ ส.ว. ชุดใหม่ 200 คน จาก 20 กลุ่มอาชีพ จึงเดินหน้าไปตามไทม์ไลน์ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดไว้ตามเดิม

โดยขั้นตอนการเลือก ส.ว.ขณะนี้ เรียกได้ว่าเดินมาใกล้สู่ช่วงโค้งสุดท้ายแล้ว เพราะเหลือกระบวนการเลือกอีกแค่หนึ่งขั้นตอนเท่านั้น คือ การเลือกระดับประเทศ ซึ่ง กกต.กำหนดให้มีการเลือก ส.ว.ระดับประเทศในวันพุธที่ 26 มิถุนายน ที่อาคารศูนย์การประชุมอิมแพคฟอรั่ม อาคาร 4 เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

แต่ทว่า ด้วยกฎ กติกาที่รัฐธรรมนูญออกแบบวิธีการได้มาซึ่ง ส.ว.โดยให้ผู้สมัครเลือกกันเองเพื่อให้ได้ ส.ว.ที่มีความหลากหลายจากสาขาอาชีพนั้น

จึงไม่อาจการันตีว่าต่อให้ผู้สมัครรายนั้นมีชื่อเสียงระดับบิ๊กเนม โปรไฟล์การศึกษาและการทำงานดีเยี่ยมแค่ไหน หากผู้สมัครด้วยกันเองไม่ลงคะแนนให้ โอกาสที่จะผ่านเข้ารอบต่อไปก็ไม่มีทางเป็นไปได้

 

สนามการเลือก ส.ว.ระดับจังหวัด พบว่ามีคนดังที่ลงสมัครจำนวนมากตกรอบ ไม่สามารถไปลุ้นต่อสนามสุดท้ายระดับประเทศได้

อาทิ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตนายตำรวจ นายเนตร นาคสุข อดีตรองอัยการสูงสุด นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหว นักร้องเรียนทางการเมือง พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ นางสดศรี สัตยธรรม อดีต กกต. น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีต ส.ว. นายพนัส ทัศนียานนท์ อดีต ส.ว. และอดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

นายจักรพันธุ์ ยมจินดา อดีตผู้ประกาศข่าว น.ส.นารากร ติยายน ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น

นางประทีป อึ้งทรงธรรม ผู้ก่อตั้งมูลนิธิดวงประทีป นายแทนคุณ จิตต์อิสระ อดีต ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์ นายยุทธพิชัย ชาญเลขา นักแสดง เป็นต้น

 

ส่วนคนดังที่พาเหรดกันเข้ารอบสู่สนามเลือก ส.ว.ระดับประเทศ

นำโดย นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล อดีตรอง ผบ.ตร. นางอังคณา นีละไพจิตร อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชน นางนันทนา นันทวโรภาส คณบดีวิทยาลัยสื่อสารการเมือง มหาวิทยาลัยเกริก ศาสตราภิชาน แล ดิลกวิทยรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์แรงงาน และอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายสมเกียรติ ตันตระกูล อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง จังหวัดขอนแก่น นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ อดีต ส.ส.ขอนแก่น นายมงคล สุระสัจจะ อดีตอธิบดีกรมการปกครอง นายดิเรก ถึงฝั่ง อดีต ส.ว. เป็นต้น

แต่ทว่า ชื่อที่หลายคนจับตามองมากเป็นพิเศษคงหนีไม่พ้น “อดีตนายกฯ สมชาย วงศ์สวัสดิ์” ซึ่งหลายฝ่ายต่างวิเคราะห์กันตั้งแต่ลงสมัครวันแรกว่าอดีตนายกฯ ท่านนี้ เป็นตัวเต็งที่จะนั่งเก้าอี้ประธานวุฒิสภา

ยิ่งผลการลงคะแนนการเลือกรอบไขว้ที่ จ.เชียงใหม่ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ได้คะแนนรวมมากสุดถึง 10 คะแนนเลยทีเดียว ยิ่งถูกจับตา

 

สําหรับรอบสุดท้ายนี้ เหลือผู้สมัครที่ผ่านเข้ามาลุ้นชิงเก้าอี้สภาสูง จำนวน 3,000 คน โดยรอบนี้ผู้สมัครจะต้องดำเนินการเลือกผู้สมัครกลุ่มเดียวกันและเลือกบุคคลที่อยู่กลุ่มอาชีพอื่น (เลือกไขว้) เหมือนกับระดับอำเภอและระดับจังหวัด

ฉะนั้น เวลาที่เหลืออยู่ไม่กี่วันนี้ บรรดาผู้สมัครทั้งมือสมัครเล่นและมืออาชีพคงต้องเร่งงัดกลยุทธ์ แนะนำโปรไฟล์ให้เพื่อนผู้สมัครเห็นเพื่อจะได้เทคะแนนให้เข้ามาเป็น 1 ใน 200 ส.ว.

แน่นอนว่า สิ่งที่น่าจับตามองคือ แท็กติกและเกมอำนาจต่อรอง การเลือก ส.ว.ระดับจังหวัดแม้จะผ่านพ้นมาได้ แต่ก็เจอกับสารพัดอุปสรรคนานัปการ ทั้งการประท้วงการนับคะแนน การร้องเรียนการล็อกโหวต การฮั้วการลงคะแนนของบางกลุ่ม

การเลือก ส.ว.ระดับประเทศ คัดผู้สมัคร 3,000 คน เหลือแค่ 200 คนนั้น การจะฝ่าด่านหินไปได้ย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายๆ อีกทั้งตำแหน่ง ส.ว.นอกจากรัฐธรรมนูญกำหนดให้มีหน้าที่กลั่นกรองกฎหมายแล้ว อีกภารกิจสำคัญคือ การเลือกกรรมการองค์กรอิสระ และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอีกด้วย

ฉะนั้น สนามการเลือก ส.ว.ระดับประเทศที่กำลังจะถึงนี้ ด้วยกฎ กติกาที่ซับซ้อน ที่ออกแบบมาเพื่อให้ได้ ส.ว.ที่มีที่มาจากหลากหลายอาชีพ ท้ายที่สุดจะเป็นไปตามสเป๊กที่ตั้งเป้าหมายไว้หรือไม่ แม้ว่าจะมี ส.ว.ที่เป็นอิสระหลุดเข้าไปทำหน้าที่ ส.ว.ได้จริง แต่หลายคนก็วิเคราะห์ไปทำนองเดียวกันว่าอย่างไรก็ตาม ส.ว.ชุดใหม่จะต้องมีกลุ่มอนุรักษนิยม กลุ่มบ้านใหญ่ เข้าไปนั่งเก้าอี้สภาสูงแน่นอน

ยิ่งไปกว่านั้น มีความเป็นไปได้ว่า หลังจบกระบวนการได้เห็นรายชื่อว่าที่ ส.ว. 200 คนแล้ว บรรดาผู้สมัครที่ผิดหวังต้องมายื่นร้องคัดค้านผลการเลือกอย่างแน่นอน

 

นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเป็นเอกฉันท์ว่าพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา จำนวน 4 มาตรา ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 107 มีเนื้อหาระบุว่า

“ค่อยๆ เดิน แต่มั่นคง ภายหลังที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาไม่ขัดรัฐธรรมนูญ มีกัลยามิตร ผู้หลักผู้ใหญ่ได้สื่อสารแสดงความยินดีกับ กกต.มาทางผมหลายราย ก็ได้แต่บอกไปว่าควรจะยินดีกับประเทศไทยที่ยังเดินต่อไปได้ตามครรลองที่ควรจะเป็น เราเองไม่ได้รู้สึกอะไร เพราะเราทำในสิ่งที่ต้องทำ และต้องรับมือและรับผิดชอบกับทุกเรื่องที่จะตามมา ไม่ว่าเรื่องจะออกมาในทางใดทางหนึ่ง หากจะยินดีอยู่บ้างก็เพราะกระบวนการให้ได้มาซึ่ง ส.ว.ยังเดินต่อไป ส่วนจะได้ ส.ว.แบบไหน เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญออกแบบไว้หรือไม่ เราคงปฏิเสธความรับผิดชอบในส่วนนี้ไม่ได้เช่นกัน”

“การจะได้ ส.ว.แบบไหน ควรจะเป็นเรื่องของคนไทยทุกคน ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ ตามฐานานุรูปของแต่ละคนว่าตนมีหน้าที่ต่อบ้านเมืองอย่างไร หากแต่เพียงหวังมุ่งหาประโยชน์ให้แก่ตนหรือหมู่คณะตน จากการเลือก ส.ว.ครั้งนี้ การจะได้ ส.ว.ตามที่ออกแบบไว้ตามรัฐธรรมนูญคงจะเกิดขึ้นได้ยาก สำหรับเรา ยังมุ่งมั่นที่จะรักษากระบวนการการเลือก ส.ว. ให้เป็นไปตามครรลอง และอย่างราบรื่น จนกว่าจะได้ ส.ว.ครบตามจำนวนและเวลาที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้”

“ไม่มีอะไร ไม่ว่าจะมาดีหรือมาร้ายมาทำลายความมุ่งมั่นและจิตใจที่แข็งแกร่งของเราลงได้” เลขาธิการ กกต.ระบุ