จดหมาย

จดหมาย | ประจำวันที่ 21-27 มิถุนายน 2567

 

• เสือลี้ลับ

สิงห์เหนือ “เสือลำบาก”

ท้าตะปบขบ “เสือเก่า”

เสือป่าสายแมวเซา

นั่งเป่าหูอยู่ภูดอย

“เสือเจ็บ” แม้นถดถอย

คงจ้องคอยคุมจังหวะ

รอวันล้างชำระ

คอย “ตบะ” เสือเก่าแตก

“เสือน้อย” อ่อยจะแจก

แลกโอกาสทะยานต่อ

“เสือสอ” … เสือกะบาก

สากกะเบือ เพลียจะแจก

“เสือสมิง” สิงร่าง

ทั่วสารพางค์เสือเก่า

ทั้งเสือเฒ่าจำศีล

“เสือหิว-โหย” ตะกละกิน…

(หมดสิ้นลาย…ตายมูมมาม)

สงกรานต์ บ้านป่าอักษร

ป.ล. “บันดาลใจ” จากปก “มติชนสุดสัปดาห์” ฉบับ ป่าลั่น ‘ษิณ’ เหนือ vs เสือ ‘ป้อม’ รอยต่อ = รอต่อย อ๊ะเปล่า (ครับ)

 

ในบรรดาเสือทั้งหลาย

ที่ “สงกรานต์ บ้านป่าอักษร” ว่ามา

ที่น่าสนใจ คือ “เสือสมิง”

ด้วยเป็นเสือแห่งความลี้ลับ (ฮา)

มีจริง หรือไม่จริง ไม่รู้

แต่ก็เป็นเสียงเล่าลือไม่สร่างซาในสังคมไทย

วนลูปเป็น “เสืออุบาทว์”

ให้เสือหิว เสือโหย (อำนาจ)

ใช้เป็นข้ออ้างในการตะกละกิน (การเมือง) ไทยมาโดยตลอด

 

• ประกันตัว-ละเมิดสิทธิ

7 องค์กรสิทธิมนุษยชน ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

แสดงความกังวลและขอให้ยุติการใช้กระบวนการยุติธรรมโดยมิชอบ

โดยควบคุมตัวนักปกป้องสิทธิมนุษยชน นักกิจกรรม และผู้ชุมนุมประท้วงโดยพลการ

รวมทั้งให้สอบสวนการเสียชีวิตระหว่างการควบคุมตัวของเนติพร เสน่ห์สังคม หรือ “บุ้ง” อย่างมีประสิทธิภาพ รอบด้าน เป็นอิสระ ไม่ลำเอียง และโปร่งใส

ก่อนลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ

7 องค์กรสิทธิมนุษยชน มองว่าการที่ทางการไทยสั่งจำคุกและไม่ให้สิทธิประกันตัวกับนักปกป้องสิทธิมนุษยชน นักกิจกรรม และผู้ชุมนุมประท้วง

เป็นการใช้กระบวนการยุติธรรมโดยมิชอบ

เข้าข่ายละเมิดพันธกรณีของประเทศไทยตามกฎหมายและมาตรฐานด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ

จึงมีข้อเสนอว่าทางการไทยต้องตรวจสอบเรื่องนี้อย่างรอบด้าน

สอดคล้องกับกฎหมายและมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ

เพื่อเป็นหลักประกันว่าทุกคนที่ใช้สิทธิในเสรีภาพการการแสดงของตัวเองได้รับความเป็นธรรม

และจะต้องได้รับสิทธิประกันตัวทันทีและไม่มีเงื่อนไข

รวมถึงต้องยกเลิกการสอบสวนที่มีการฟ้องคดีอาญากับบุคคลที่ใช้สิทธิในเสรีภาพการแสดงออกและการชุมนุมประท้วงโดยสงบ หรือสิทธิมนุษยชนอื่นๆ ด้วย

ข้อมูลจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระหว่างเดือนกรกฎาคม 2563 ถึงพฤษภาคม 2567

พบว่าทางการไทยดำเนินคดีอาญาต่อบุคคลอย่างน้อย 1,954 คนใน 1,296 คดี

มีเด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 286 คน ที่ร่วมการชุมนุมประท้วงอย่างสงบหรือแสดงความคิดเห็นทางออนไลน์และออฟไลน์รวมอยู่ด้วย

อีกทั้งยังมีบุคคลอย่างน้อย 424 คน รวมทั้งเด็กและเยาวชน ที่ถูกดำเนินคดีในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญาเกี่ยวกับ “ความมั่นคง” ซึ่งมีโทษจำคุกเป็นเวลานาน และทางการไทยได้ดำเนินคดีกับบุคคลอย่างน้อย 272 คนในข้อหาหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ (มาตรา 112)

อีก 152 คนในข้อหายุยงปลุกปั่น (มาตรา 116)

รวมถึงดำเนินคดีกับบุคคลอีกอย่างน้อย 202 คนในข้อหาตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ จากการแสดงออกทางโลกออนไลน์

1) แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล

2) สมาคมนานาชาติเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนาแห่งเอเชีย หรือ ฟอรั่ม-เอเชีย

3) มูลนิธิผสานวัฒนธรรม

4) ฟอร์ตี้ฟายไรต์

5) คณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากลองค์กร ภายใต้กลุ่มสังเกตการณ์เพื่อพิทักษ์นักปกป้องสิทธิมนุษยชน โดยโครงการความร่วมมือระหว่างสมาพันธ์สิทธิมนุษยชนสากล พร้อมกับ

6) องค์กรต่อต้านการทรมานโลก

7) ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

 

หนึ่งในประเด็น ที่ 7 องค์กรสิทธิมนุษยชน

ยกขึ้นมาเรียกร้อง

คือการให้ประกันตัวผู้ต้องหาทางการเมือง

รวมถึงการกระทำผิดตามมาตรา 112

ทั้งนี้ หลังจากที่นายทักษิณ ชินวัตร ได้รับการประกันตัวในคดีดังกล่าว

คำถามถึงสิทธิประกันตัวของผู้ต้องหาอื่นก็กระหึ่ม

กระหึ่มถึงสิทธิอันเท่าเทียม และเป็นธรรม

 

• บันเทิงครบวงจร

สํานักงานการท่องเที่ยวรัฐบาลมาเก๊า (MGTO) ได้จัดอีเวนต์ใหญ่ประจำปี เมกาโรดโชว์ “Experience Macao มามะ มาเก๊า”

เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปีในการคืนสู่จีน

ยกขบวน 6 พันธมิตรภาคธุรกิจการโรงแรมรีสอร์ตครบวงจรของมาเก๊า มาจัดกิจกรรมมากมาย เมื่อ 14-16 มิถุนายน 2567 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ภายใต้แนวคิด “Tourism+”

นางมาเรีย เฮเลน่า เดอ เซนน่า เฟอร์นานเดซ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวมาเก๊า (Maria Helena de Senna Fernandes, Director of the Macao Government Tourism Office (MGTO) ซึ่งเป็นประธานเปิดงาน

กล่าวว่า งานเมกาโรดโชว์ “Experience Macao มามะ มาเก๊า” จัดขึ้นเป็นปีที่ 2

เพื่อหวังกระตุ้นนักท่องเที่ยวชาวไทย ซึ่งถือเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักประเทศหนึ่ง ให้มาเที่ยวมาเก๊า

ทั้งในกลุ่มที่เดินทางมามาเก๊าครั้งแรก และเดินทางซ้ำ

ซึ่งที่ผ่านมาเราได้รับการตอบรับที่ดีจากนักท่องเที่ยวชาวไทยเป็นอย่างมาก

เห็นได้จากจำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยที่กลับมามาเก๊าอย่างรวดเร็ว

โดยในปีที่ผ่านมากลุ่มนักท่องเที่ยวไทยติดอันดับ 1 ใน 10 ของนักท่องเที่ยวที่ไปเยือนมาเก๊ามากที่สุด

ปัจจุบันเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ สู่มาเก๊า มีถึง 45 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

ขณะเดียวกันประเทศไทยยังเป็นประเทศที่ชาวมาเก๊าเลือกมาท่องเที่ยวมากที่สุดอีกด้วย

การจัดงานในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมในแผนการโปรโมตส่งเสริมการท่องเที่ยวมาเก๊า ด้วยแนวคิด Tourism+

คือ การนำการท่องเที่ยวมาผสมผสานกับสิ่งที่โดดเด่นในมาเก๊า

ไม่ว่าจะเป็น อาหาร วัฒนธรรม กีฬา รวมทั้งเทคโนโลยี เพื่อสร้างความหลากหลายในผลิตภัณฑ์ เพื่อเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวในทุกไลฟ์สไตล์

โดยได้นำ 6 กลุ่มโรงแรมรีสอร์ตครบวงจร (Intergrated Resort) ได้แก่ MGM, Galaxy, Wynn Macau, Melco, Sands และ SJM รวมทั้งกลุ่มตัวแทนท่องเที่ยวในมาเก๊า Macao Trade and Investment Promotion Insitute และ Economic Development Bureau of Hengqin (เหิงฉิน) จากจีน เข้าร่วมในโรดโชว์ครั้งนี้ด้วย

สำนักงานการท่องเที่ยวรัฐบาลมาเก๊า (MGTO)

http://www.macautourism.gov.mo

 

หยิบอีเมลนี้มาให้อ่าน

เพราะเพิ่งมีข่าว

จากผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ว่า MGM Resorts International

ซึ่งมาร่วมอีเวนต์ “Experience Macao มามะ มาเก๊า”

จะมาตั้งสำนักงาน MGM ในประเทศไทย

เพื่อพิจารณาโอกาสการลงทุนเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร (Entertainment Complex)

ซึ่งเป็นเรื่องดี ในเชิงบวก

และ–แฮ่ม

ย่อมไม่เกี่ยวข้อง หรือไม่เชื่อมโยง

กับ “ฝ่ายชังรัฐบาล”

ที่ออกมาปูดนิทาน เรื่องถุงขนม 2 พันล้าน ที่ฮ่องกง

โดยโยงเรื่องกาสิโนเข้ามาเกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีกับใครทั้งสิ้น!?! •