‘พี่แจ๊ส-ลุงชาญ’ มอง ‘ก้าวไกล-ทักษิณ’ กลางสมรภูมิเดือด ชิงนายก อบจ.ปทุมธานี

หมายเหตุ รายการ “เอ็กซ์-อ๊อก talk ทุกเรื่อง” ที่เผยแพร่ทางช่องยูทูบมติชนทีวี เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน สนทนากับ “พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง” และ “ชาญ พวงเพ็ชร์” สองตัวเต็งที่กำลังแข่งขันขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือดคู่คี่ในสนามเลือกตั้งนายก อบจ.ปทุมธานี

โดยหนึ่งในประเด็นคำถามหลักสองข้อที่สองอดีตนายกฯ เมืองปทุม ต้องตอบคล้ายๆ กัน ก็คือ “พรรคก้าวไกล” และอดีตนายกรัฐมนตรี “ทักษิณ ชินวัตร” แห่งพรรคเพื่อไทย ถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งนี้มากน้อยแค่ไหน?

 

ก้าวไกลกับสนามเลือกตั้ง
นายก อบจ.ปทุมธานี

คำรณวิทย์

“คือก้าวไกลเขาก็เป็นพรรคที่เด็กรุ่นใหม่นะ เราพูดถึงก่อนว่าทำไมพี่แจ๊สต้องลงอิสระ? ในสมัยที่แล้ว ผมลงอิสระเพราะผมมีแนวคิดว่าการเมืองท้องถิ่นกับการเมืองระดับประเทศมันแยกกัน

“ถ้าการเมืองท้องถิ่น คุณเป็นนายก อบจ. คุณต้องรู้ปัญหาของประชาชน ปัญหาอะไรเกิดขึ้นมา คุณต้องลงไปแก้ปัญหาให้เขาให้เร็วที่สุด

“ถามว่าคะแนนของพรรคก้าวไกลมีส่วนไหมต่อการเลือกตั้งครั้งนี้? มี แต่ขณะเดียวกัน ทางพรรคก้าวไกลก็มีอุดมการณ์ของเขา มันเป็นไปไม่ได้หรอกที่อยู่ๆ คะแนนของพรรคก้าวไกลจะเทไปทางนู้นไปทางนี้ เดี๋ยวนี้คนเขามีความรู้ เราเห็นชัดเจน

“เพราะฉะนั้น ระบบบ้านใหญ่มันควรจะหมดไปแล้ว เพราะบ้านใหญ่จะไปสั่งใครได้? ถ้าระบบบ้านใหญ่ยังมีประสิทธิภาพ คราวที่แล้ว พี่น้องประชาชนคนปทุมฯ เขาสอนให้เห็นแล้วว่า ส.ส.ทั้งหมด 7 คน 6 คนเป็นของก้าวไกล บ้านใหญ่ไปสั่งได้ไหม? แล้วบ้านใหญ่ทั้งหมดร่วงระเนระนาด

“มันเห็นชัดเจนว่าคนปทุมฯ เขาไม่ใช่งมงาย พี่แจ๊สเป็นนายก อบจ. ถามว่าไปสั่งได้ไหม? เฮ้ย ต้องเลือกพรรคนี้นะ มีแต่มันจะสั่งเรา ไอ้เด็กรุ่นใหม่

“ระบอบประชาธิปไตย มีอย่างเดียวที่ผมอยากได้ คือ ออกไปใช้สิทธิกันให้เยอะ เท่านั้นเอง”

ชาญ

“ส่วนก้าวไกลนี่ เราก็ไม่ได้กระทบนะ มันก็มีคนที่เชียร์ก้าวไกล แต่ (พรรค) เขาไม่มีตัวส่ง คิดว่าไม่มีผลอะไรมากมายกับคะแนนของเรา เพราะว่าเด็กๆ ก็ยังรักลุงชาญอยู่เหมือนเดิม

“ส่วนประเด็นที่ว่าคะแนนก้าวไกลจะไปอยู่ที่ใคร? อันนี้มันตอบไม่ได้ เพราะว่าเด็กๆ เขาจะตัดสินใจเอง ใครจะตัดสินใจแทนเด็กๆ ไม่ได้”

“เขาเป็นคนรุ่นใหม่ เขาก็คิดเอง”

 

“ทักษิณ” กับการเมืองท้องถิ่นปทุมธานี

คำรณวิทย์

“บอกตรงๆ นะ ถามว่าคุณทักษิณเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกตั้งครั้งนี้ไหม? มีผล มันจะไม่มีผลได้ไง ในเมื่อท่านเป็นคนระดับประเทศ คนระดับโลกรู้จักท่านทั้งนั้น แล้วท่านลงมาเล่นเอง ถ้าบอกว่าไม่มีผล พี่แจ๊สโกหกแล้ว

“ถามว่าวิตกไหม? วิตก ในเมื่อท่านระดมบ้านใหญ่มาทั้งหมด สิ่งที่น้อยใจนิดๆ อันนี้ไม่พูดไม่ว่า ไม่ตำหนิพี่เขาออกจากปากผมเลย แต่ทำไมไม่ถามผมสักคำว่าเหตุผลอะไร? (ที่ผมกับพรรคเพื่อไทยแยกทางกัน) ผมไม่มีโอกาสแก้ตัวไง ไม่มีโอกาสชี้แจง แต่ผมไม่รู้ ใครไปใส่อะไรผมไว้บ้าง ถ้าเกิดถามผม ผมสามารถชี้แจงได้ทั้งหมดว่าในอดีตมันเกิดอะไรขึ้น

“แล้วที่ท่านพูดในโต๊ะอาหารว่า ‘ไม่รู้จักไอ้แจ๊ส’ ท่านพูดว่าไม่รู้จัก ก็ไม่รู้จัก แต่ในระบบของโรงเรียนนายร้อยตำรวจเรา ถ้ารุ่นน้องจำรุ่นพี่ไม่ได้ เจ๊ง

“ผมเข้าไปปีหนึ่งแค่เดินสวนกับรุ่นพี่ปีสองปีสามปีสี่ เขาถามเฮ้ย ปีหนึ่ง ผม (รุ่นพี่) ชื่ออะไร? เขาปิดป้ายชื่อเขา ถ้าเราตอบไม่ได้ วิดพื้นไปเถอะเป็นร้อย วิ่งไม่รู้เท่าไหร่ แล้วเอาสมุดไปเล่มหนึ่ง มึงคัดชื่อกูมา คัดจนหมดเล่มแล้วเอามาส่ง

“เพราะฉะนั้น น้องยังไงมันก็ต้องจำพี่ได้ แต่พี่เขาจำน้องไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร”

ชาญ

“วันนั้น (งานบวชเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ที่จังหวัดปทุมธานี) ผมต้องบอกเลยว่า ผมไม่เคยเข้าไปสวัสดีท่าน (ทักษิณ) เพราะว่ามันต้องแยกแยะ เราเป็นนักการเมือง เราก็มาพบปะประชาชนของเรา เราก็จะไม่ไปยุ่งกับผู้หลักผู้ใหญ่ที่เขามางาน เราไม่ไปทำให้เขากระทบ แล้วก็ไม่กระทบกับตัวเรา

“เขามาเพื่อตรงนั้นเป็น (งานของ) ส.ส.หนึ่งเดียว (ของพรรคเพื่อไทย) ในปทุมธานี เพราะฉะนั้น ลุงชาญก็อยู่ของลุงชาญในส่วนที่เป็นการเมืองท้องถิ่น ระหว่างผู้ใหญ่กับผมไม่ได้ไปพบกันในงานนั้น

“(ถามตรงๆ ได้เคยคุยกับคุณทักษิณไหม? – ผู้ดำเนินรายการ) คุย ส่วนหนึ่งก็มั่นใจ แต่อีกส่วนหนึ่งที่อยู่ด้วยตัวของเราเอง เราก็มั่นใจของเรา ว่าคนยังรักลุงชาญอยู่

“(คุณทักษิณมีอิทธิพลต่อการเลือกตั้งนายก อบจ.ปทุมธานี ที่กำลังจะเกิดขึ้นไหม? – ผู้ดำเนินรายการ) ไม่หรอกครับ ผมว่าไม่หรอกครับ”