โบราณคดีมีปัญหา บริหารการเรียนการสอน

ม.จ.สุภัทรดิศ ดิศกุล (พ.ศ.2466-2546) ทรงเป็นคณบดีลำดับที่สองของคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร เริ่มตั้งแต่ พ.ศ.2507 (นาน 11 ปี ถึง พ.ศ.2518)

สังคมไทยเมื่อเรือน พ.ศ.2507 มีสภาพทั่วไปเกี่ยวข้องการเมืองและวัฒนธรรม ดังนี้

จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ถึงแก่อสัญกรรม พ.ศ.2506 (หลังยึดอำนาจตั้งแต่ พ.ศ.2500) จอมพลถนอม กิตติขจร เป็นนายกรัฐมนตรี สืบทอดอำนาจเผด็จการทหารจากจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ตั้งแต่ พ.ศ.2506 (ต่อไปอีก 10 ปี)

สงครามเย็นและสงครามเวียดนาม ลากรัฐบาลไทยเลือกข้างร่วมหัวจมท้ายกับรัฐบาลสหรัฐ (เพราะสหรัฐจ่ายเงินช่วยเหลือทางทหารและอื่นๆ มูลค่ามหาศาล) ปลุกระดมชาตินิยมต่อต้านคอมมิวนิสต์ และอนุญาตสหรัฐใช้ไทยเป็นทางผ่านทำสงครามในเวียดนาม

หนังสือพิมพ์รายวัน ฉบับหลักมีไทยรัฐ, เดลินิวส์ วางตลาดตอนเช้า ส่วนสยามรัฐวางตลาดตอนบ่าย วารสารและนิตยสารมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์โบราณคดี ได้แก่ “ศิลปากร” (ของกรมศิลปากร) และ “สามทหาร” รายเดือน (ขององค์การเชื้อเพลิง)

“สังคมศาสตร์ปริทัศน์” วารสารกึ่งวิชาการทางสังคมและการเมืองเริ่มวางตลาดฉบับแรก พ.ศ.2506 และ “7 สถาบัน” หนังสือรายสะดวกของนักศึกษาจาก 7 มหาวิทยาลัยสมัยนั้น มีเนื้อหาการเมืองต่อต้านสหรัฐในสงครามเวียดนาม ฉบับแรก พ.ศ.2507

ประวัติศาสตร์ชาตินิยม “คลั่งเชื้อชาติไทย” เป็นเนื้อหาหลักนับตั้งแต่เปลี่ยนชื่อประเทศจากสยามเป็นประเทศไทย พ.ศ.2482

 

โบราณคดีมีกำเนิดจากคณะราษฎร

ทบทวนความเป็นมาของโบราณคดีอย่างรวบรัด มีลำดับขั้นตอนขึ้นกับสถานการณ์ทางการเมือง ดังนี้

เริ่มแรก โบราณคดีเป็นวิชาเรียนหนึ่งในมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง ที่คณะราษฎรสถาปนาขึ้นมา

ต่อมา คณะราษฎรผลักดันให้โบราณคดีมีการเรียนการสอนในโรงเรียนศิลปศึกษา (เตรียมมหาวิทยาลัยศิลปากร) สังกัดกรมศิลปากร พ.ศ.2495

ท้ายสุด ยกฐานะการเรียนการสอนโบราณคดีในโรงเรียนศิลปศึกษา เป็นคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร สังกัดกรมศิลปากร พ.ศ.2498 หลวงบริบาลบุรีภัณฑ์ (ป่วน อินทุวงศ์) เป็นคณบดีลำดับแรก พ.ศ.2498-2507 ม.จ.สุภัทรดิศ ดิศกุล เป็นคณบดีลำดับที่สอง พ.ศ.2507-2518

สองนักปราชญ์ศาสตราจารย์ทางโบราณคดี (ขวา) ศาสตราจารย์ หลวงบริบาลบุรีภัณฑ์ (ป่วน อินทุวงศ์) คณบดี (ลำดับแรก) คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร เมื่อครั้งได้รับพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาโบราณคดี พ.ศ.2510 ถ่ายภาพคู่กับ (ซ้าย) ศาสตราจารย์ หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล คณบดี (ลำดับสอง) คณะโบราณคดี // (ภาพจาก https://www.facebook.com/profile.php?id=100057137423247)

พระประวัติโดยสังเขป

ม.จ.สุภัทรดิศ ดิศกุล ทรงเป็นโอรสสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ

ปริญญาตรีอักษรศาสตร์ จุฬาฯ วิชาเอกประวัติศาสตร์และภาษาอังกฤษ

ประกาศนียบัตรจากโรงเรียนลูฟวร์ (เป็นส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ กรุงปารีส) ฝรั่งเศส

ศึกษา (ช่วงเวลาหนึ่ง) ในสถาบันโบราณคดี มหาวิทยาลัยลอนดอน อังกฤษ

รับราชการกรมศิลปากร (ตำแหน่งภัณฑารักษ์ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ขณะนั้นสังกัดกองโบราณคดี)

ย้ายไปเป็นคณบดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร (สังกัดกรมศิลปากร)

ม.จ.สุภัทรดิศ ดิศกุล มีพระนิพนธ์เล่าประวัติพระองค์เองไว้ จะคัดบางตอนที่เกี่ยวข้องการบริหารการเรียนการสอนเริ่มแรกวิชาโบราณคดี (โดยจัดย่อหน้าใหม่ให้อ่านสะดวก) ดังนี้

“เมื่อกลับมาถึงประเทศไทยแล้ว ข้าพเจ้าก็คงทำงานในกรมศิลปากรต่อไป

แต่ได้ย้ายมาทำงานเป็นภัณฑารักษ์ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ซึ่งขณะนั้นยังรวมอยู่ในกองโบราณคดี ณ ที่นั้นข้าพเจ้าได้ช่วยจัดตั้งการสอนทางประวัติศาสตร์ศิลปะและโบราณคดีขึ้นในโรงเรียนศิลปศึกษาของกรมศิลปากร โดยมีสหายของข้าพเจ้าผู้ล่วงลับไปแล้วคือ ศาสตราจารย์ชิน อยู่ดี ผู้เชี่ยวชาญทางด้านวิชาก่อนประวัติศาสตร์และทำงานอยู่ในกองโบราณคดีเช่นเดียวกันเป็นผู้สอนทางด้านโบราณคดี

สำหรับทางด้านประวัติศาสตร์ศิลปะนั้น ข้าพเจ้าได้วางหลักสูตรเช่นเดียวกับที่ข้าพเจ้าเคยเล่าเรียนมาที่โรงเรียนลูฟ นักศึกษาต้องเรียนประวัติศาสตร์ศิลปะโดยทั่วไปของประเทศไทยเช่นเดียวกับของประเทศใกล้เคียง คือ อินเดีย ศรีลังกา อินโดนีเซีย และกัมพูชา ในชั้นต้นข้าพเจ้าต้องสอนทั้งทางด้านประวัติศาสตร์ศิลปะของประเทศจีนและญี่ปุ่นด้วย ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่นักศึกษาไทยได้เคยเรียนวิชาเหล่านี้ ข้าพเจ้าจึงต้องเตรียมตำราในภาษาไทยไว้ให้ด้วย ตำราส่วนใหญ่ได้แปลมาจากภาษาฝรั่งเศส การศึกษาวิชาเหล่านี้ต่อมาได้ขยายไปจนถึงการจัดตั้งคณะโบราณคดีขึ้นในมหาวิทยาลัยศิลปากร————”

“ข้าพเจ้าได้ย้ายไปดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์และคณบดีแห่งคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปการ ใน พ.ศ.2507 และดำรงตำแหน่งอยู่เป็นเวลาถึง 11 ปี นอกจากทำงานทางด้านธุรการแล้ว ข้าพเจ้ายังต้องทำการสอนและค้นคว้าเช่นเดียวกับการเดินทางไปต่างประเทศหลายครั้งเพื่อเข้าร่วมประชุมและเสนอบทความทางด้านวัฒนธรรม โบราณคดีและประวัติศาสตร์ศิลปะของไทย ในระยะนั้นการศึกษาทางด้านประวัติศาสตร์ศิลปะได้ขยายไปยังมหาวิทยาลัยหลายแห่งในกรุงเทพฯ ข้าพจึงได้รับเชิญเป็นอาจารย์พิเศษไปสอนตามสถานศึกษาเหล่านั้นด้วย———-”

เสด็จต่างประเทศ ม.จ.สุภัทรดิศ ดิศกุล ในปีแรกเป็นคณบดีคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร มีภาระทางราชการต้องเสด็จต่างประเทศ โดยมอบหมาย อ.เสนอ นิลเดช (จบโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นอาจารย์คณะสถาปัตยกรรมไทย มหาวิทยาลัยศิลปากร ปัจจุบันคือคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์) สอนแทนวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะในประเทศไทย มีพระนิพนธ์เล่าเรื่องเสด็จต่างประเทศ ดังนี้

“ข้าพเจ้าค่อนข้างโชคดีที่มีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศบ่อยมาก จนบางคนพูดว่า ข้าพเจ้าอยู่เมืองนอกมากกว่าเมืองไทยเสียอีก ทำไมไม่ให้คนอื่นไปบ้าง

ความจริงแล้วต่างประเทศเชิญให้ข้าพเจ้าไปบรรยาย หรือเวลามีการประชุมเรื่องราวกี่ยวกับโบราณคดีก็จะเชิญข้าพเจ้า โดยมีการระบุชื่อมาด้วยทุกครั้ง คือเป็นการเชิญในนามของข้าพเจ้า ไม่ได้เชิญตัวแทนของกรมหรือมหาวิทยาลัยศิลปากร ข้าพเจ้าจะให้คนอื่นไปแทนได้อย่างไร จึงอยากทำความเข้าใจไว้ ณ ที่นี้ด้วย

ทั้งนี้ ไม่เพียงแต่การเชิญให้ไปบรรยายช่วงสั้นๆ เท่านั้น บางครั้งข้าพเจ้าได้รับเชิญจากรัฐบาลต่างประเทศให้ไปสอนในมหาวิทยาลัยต่างๆ ครั้งละหลายๆ เดือน โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา เพื่อสอนวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะในประเทศไทยและประเทศใกล้เคียง 2 ครั้ง

ครั้งแรกไปสอนที่มหาวิทยาลัยคอร์เนล ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงมากในสหรัฐอเมริกา และมหาวิทยาลัยโอไฮโอ อยู่นานถึง 6 เดือน

ครั้งที่สองได้รับเชิญให้ไปสอนทางด้านตะวันตกของสหรัฐ คือที่มหาวิทยาลัยอีสเทิร์น วอชิงตัน และมหาวิทยาลัยโอเรกอน อีก 6 เดือนเช่นกัน

ส่วนการบรรยายหรือประชุมย่อยๆ ครั้งละ 3 วัน 4 วันนั้น ข้าพเจ้าได้รับเชิญบ่อยมาก ทั้งในสหรัฐอเมริกาและทวีปยุโรป”

การเสด็จต่างประเทศของ ม.จ.สุภัทรดิศ ดิศกุล คณบดีคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร กระทบกระเทือน 2 อย่าง ได้แก่ (1.) การเรียนการสอน และ (2.) การบริหารจัดการ

ส่งผลให้นักศึกษาคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร (สังกัดกรมศิลปากร) ทำจดหมายเปิดผนึกวันศุกร์ 23 กรกฎาคม 2508 ยื่นต่อ พลเอกถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้เร่งแก้ปัญหาการเรียนการสอนและการบริหารจัดการในคณะโบราณคดี (วันรุ่งขึ้นมีข่าวลงในหน้า 1 ของหนังสือพิมพ์รายวันหลายฉบับ) •

 

| สุจิตต์ วงษ์เทศ