E-DUANG : ภาพสะท้อน จาก “ออนไลน์” การต่อสู้ คะแนน “การโหวต”

ยังไม่ทันที่บรรยากาศแห่งการสัประยุทธ์ผ่านการแสดงความเห็นผ่านร่างพรบ.นิรโทษกรรมฉบับที่เสนอโดยประชาชนจะผ่านพ้นไป อย่างหมดสิ้น

พื้นที่แห่งการาต่อกรทางการเมืองผ่าน”คะแนน”และ”ความนิยม”ใหม่ก็ปรากฏขึ้นอย่างคึกคัก

พลันที่ Line today นำเสนอคำประกาศ

“มาช่วยโหวต คะแนนนิยมของนักการเมืองประจำเดือนมิถุนายน 2567”

เท่านั้นแหละการขับเคี่ยวก็เดินหน้าไปด้วยความเข้มข้น

สนามแห่งนี้เคยอยู่ในความยึดครองของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จากพรรคก้าวไกล แต่สำหรับในเดือนมิถุนายน 2567 มิได้เป็นเช่นนั้นต่อไปอีกแล้ว

คู่ต่อกรไม่เพียงแต่จะเป็น นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี จากพรรคเพื่อไทยเท่านั้น หากแต่ยังมี นายพีรพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีจากพรรครวมไทยสร้างชาติเข้ามาอีกด้วย

น่าสนใจก็ตรงที่ไม่มีชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จากพรรคพลังประชารัฐ หากแต่มีชื่อ นายชวน หลีกภัย เข้ามาแจม

เส้นทางแห่ง”ความนิยม”สะท้อนภาพใหญ่”การเมือง”

 

เอาเฉพาะที่ปรากฏตลอดวันพฤหสบดีที่ 13 มิถุนายน ก็จะสัมผัสได้ในความแหลมคมและร้อนแรงภายในกระบวนการต่อสู้จากแต่ละกลุ่มทางการเมือง

เวลา 10.58 น. คะแนนนำร้อยละ 31.12 เป็นของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นายเศรษฐา ทวีสิน ร้อยละ 29.62

ตามมาด้วย นายพีรพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ร้อยละ 20.17

แต่เมื่อถึงเวลา 11.35 น.ของวันเดียวกัน ปรากฏว่า นายเศรษฐา ทวีสิน ทะยานไปอยู่ที่ร้อยละ 32.18 ขณะที่ นายพิธา ลิ้ม เจริญรัตน์ หล่นลงมาที่ร้อยละ 30.6

เวลา 12.32  เวลา 13.03 คะแนนยังเป็นของ นายเศรษฐา ทวีสิน ร้อยละ 33.67 โดยที่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อยู่ที่ร้อยละ 31.92

แต่เมื่อเวลา 15.01 คะแนนของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ก็นำที่ร้อยละ 34.06 นายเศรษฐา ทวีสิน อยู่ที่ร้อยละ 33.45

จนถึงเวลา 18.29 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ก็ยังนำ”โด่ง”

 

การติดตามคะแนนจากการโหวตให้กับ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และ นายเศรษฐา ทวีสิน จึงสะท้อนแนวโน้มทางการเมือง

พื้นที่ของ Line today คือ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์

กระนั้น การเมืองที่วัดผ่าน”การโหวต”ก็ยังมีความไม่แน่นอนเกิดขึ้นและดำรงอยู่เหมือนเหตุการณ์ก่อนเดือนสิงหาคม 2566 อันทำให้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กลายเป็น”นายกรถแห่”

คะแนนจาก”การโหวต”อาจเป็นมิติหนึ่ง แต่”ความเป็นจริง”ในรัฐสภาต่างหากที่มีบทบาทอย่างเป็นจริงโดยแทร่