ก้าวแรกทัพ น.ร.ไทยลุยอาเซียน เวทีต่อยอดสู่ความหวังทีมชาติ

ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับการแข่งขันกีฬาโรงเรียนแห่งอาเซียน ครั้งที่ 13 รายการ อาเซียน สคูลส์เกมส์ ที่เมืองดานัง ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 1- มิถุนายนที่ผ่านมา

ซึ่งนับเป็นการกลับมาจัดชิงชัยอีกครั้งภายหลังผ่านพ้นสถานการณ์โควิด-19 นับตั้งแต่การจัดครั้งล่าสุดเมื่อปี 2019 ที่เมืองเซมารัง ประเทศอินโดนีเซีย เป็นเจ้าภาพครั้งที่ 11

แต่หลังจากนั้นในการจัดครั้งที่ 12 ที่เมืองดูมาเกเต ประเทศฟิลิปปินส์ เป็นเจ้าภาพ เมื่อปี 2022 ถูกยกเลิกไปเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 จึงทำให้มหกรรมกีฬาอาเซียน สคูลส์เกมส์ ห่างหายไปยาวนานกว่า 5 ปี

และหวนกลับมาจัดชิงชัยกันอีกครั้งที่เมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ภายใต้สโลแกน “Connect to shine bright” หรือ “เชื่อมต่อให้เปล่งประกายสดใส”

 

การแข่งขันกีฬาโรงเรียนแห่งอาเซียน ครั้งที่ 13 อาเซียน สคูลเกมส์ นับเป็นครั้งที่ 2 ที่เวียดนามได้เป็นเจ้าภาพ และเป็นครั้งแรกของเมืองดานัง

โดยมีนักกีฬาจำนวนกว่า 1,300 คน จาก 10 ประเทศในอาเซียนเข้าร่วมการชิงชัยกันทั้งสิ้น 107 เหรียญทอง จาก 6 ชนิดกีฬา ประกอบด้วย กรีฑา, ว่ายน้ำ, แบดมินตัน, บาสเกตบอล, ปันจักสีลัต และโววีนัม

“Connect to shine bright” หรือ “เชื่อมต่อให้เปล่งประกายสดใส” เป็นสโลแกนประจำการแข่งขัน ซึ่งเป็นการสื่อถึงว่า นอกเหนือจากการแข่งขันแล้วยังเป็นการเชื่อมต่อกันระหว่างนักกีฬานักเรียนในอาเซียนให้เติบโตไปด้วยกัน

โดยมีแมสคอตเป็น Red-Shanked Douc Langur หรือค่างห้าสี สัตว์หายากของเวียดนามที่กำลังใกล้จะสูญพันธุ์ จึงนำมาเป็นสัญลักษณ์ให้ทุกคนร่วมกันปกป้องสิ่งแวดล้อม และธรรมชาติของโลกใบนี้

 

ในส่วนของทัพนักกีฬานักเรียนไทยนั้น กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ส่งคณะนักกีฬาตัวแทนนักเรียนไทย พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่เข้าร่วมการชิงชัยจำนวน 150 คน

โดยชนิดกีฬาความหวังของทัพนักเรียนไทยอย่าง วอลเลย์บอล และเซปักตะกร้อ ไม่ได้บรรจุเข้าร่วมการแข่งขัน ทำให้ในครั้งนี้ตั้งเป้าหมายคว้า 20 เหรียญทอง

อย่างไรก็ตาม ผลงานที่ออกมาของทัพนักกีฬานักเรียนไทยปรากฏว่า คว้ามาได้ 18 เหรียญทอง 17 เหรียญเงิน 23 เหรียญทองแดง ถือว่าต่ำกว่าเป้าหมาย พร้อมกับจบอันดับ 3 ในตารางรวมเหรียญรางวัล

โดยเป็นรองเจ้าภาพเวียดนามที่ครองเจ้าเหรียญทองด้วยการคว้าไป 44 เหรียญทอง 31 เหรียญเงิน 17 เหรียญทองแดง

ตามด้วยอันดับ 2 อินโดนีเซีย 22 เหรียญทอง 22 เหรียญเงิน 20 เหรียญทองแดง

ส่วนอันดับ 4 มาเลเซีย 13 เหรียญทอง 17 เหรียญเงิน 24 เหรียญทองแดง, อันดับ 5 สิงคโปร์ 4 เหรียญทอง 8 เหรียญเงิน 20 เหรียญทองแดง, อันดับ 6 ฟิลิปปินส์ 2 เหรียญทอง 8 เหรียญเงิน 20 เหรียญทองแดง, อันดับ 7 กัมพูชา 2 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน 6 เหรียญทองแดง, อันดับ 8 เมียนมา 2 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน 4 เหรียญทองแดง, อันดับ 9 ลาว 1 เหรียญเงิน 3 เหรียญทองแดง และอันดับ 10 บรูไน 1 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง

สำหรับผลงานของทัพนักนักเรียนไทย แบ่งออกเป็นตามแต่ละชนิดกีฬาได้ดังนี้ กรีฑา 8 เหรียญทอง 6 เหรียญเงิน 6 เหรียญทองแดง, ว่ายน้ำ 5 เหรียญทอง 9 เหรียญเงิน 7 เหรียญทองแดง, แบดมินตัน 1 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน 3 เหรียญทองแดง, บาสเกตบอล 1 เหรียญทอง, ปันจักสีลัต 1 เหรียญทอง 2 เหรียญทองแดง

และโววีนัม 2 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน 5 เหรียญทองแดง

 

แม้ว่าจะเป็นผลงานที่ต่ำกว่าเป้าหมายตอนแรกที่ตั้งไว้ 20 เหรียญทอง แต่ก็ถือว่านักกีฬานักเรียนไทยช่วยกันทำผลงานอย่างเต็มที่แล้ว

ซึ่งสถานการณ์ในเวลาแข่งขันจริงอาจมีปัจจัยภายนอกอื่นๆ ที่ทำให้ไม่สามารถคว้าเหรียญรางวัลได้ แต่ก็ถือเป็นเวทีสำคัญให้นักกีฬานักเรียนไทยได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์จากสนามแข่งขันจริง เพื่อพัฒนาจุดบกพร่อง

และยกระดับศักยภาพของตัวเอง จากก้าวแรกไปสู่ก้าวต่อๆ ไปในระดับเยาวชนทีมชาติไทย และทีมชาติไทยชุดใหญ่ต่อไปในอนาคต

ดร.นิวัตน์ ลิ้มสุขนิรันดร์ อธิบดีกรมพลศึกษา เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้กีฬาอาเซียน สคูลส์เกมส์ ต้องหยุดไปจากสถานการณ์โควิด ซึ่งครั้งนี้เวียดนามเองก็ถือว่าให้ความร่วมมือกับทางสภากีฬานักเรียนแห่งอาเซียนเป็นอย่างดี ในการรับเป็นเจ้าภาพแม้ว่าจะมีชิงชัยเพียง 6 ชนิดกีฬาก็ตาม เพราะที่ผ่านมามีผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจทุกประเทศในอาเซียน

ดร.นิวัตน์กล่าวว่า สำหรับผลงานของทัพนักกีฬานักเรียนไทยในภาพรวมทำออกมาได้ดีระดับหนึ่ง อย่างทีมบาสเกตบอลหญิงก็คว้าแชมป์ได้

ส่วนกรีฑา โดยเฉพาะวิ่ง 400 เมตรก็ทำลายสถิติการแข่งขันได้ ด้านว่ายน้ำก็สร้างสถิติใหม่ขึ้นมา ช่วงนี้เป็นช่วงเปลี่ยนถ่ายของทีมว่ายน้ำ เพราะส่วนใหญ่จบการศึกษา และเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ทำให้ชุดนี้เป็นเด็ก 14-17 ปี ก็ถือเป็นการเริ่มต้นใหม่ที่ดี

“ผลงานของนักกีฬาไทยในครั้งนี้ก็ถือว่าน่าพอใจ ซึ่งทุกคนได้แสดงศักยภาพพิสูจน์ตัวเองกับนักกีฬาเพื่อนชาติต่างๆ ในอาเซียน เป็นก้าวแรกที่เด็กๆ ทุกคนจะได้ก้าวไปสู่การเป็นตัวแทนเยาวชนทีมชาติต่อไป” อธิบดีกรมพลศึกษากล่าว

 

หลังจากนี้ กรมพลศึกษา พร้อมต่อยอดนักกีฬาชุดนี้ไปสู่การแข่งขันรายการต่อๆ ไป โดยเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทาง ดร.นิวัตน์ ลิ้มสุขนิรันดร์ ได้มีโอกาสไปเข้าร่วมการประชุมของสหพันธ์กีฬานักเรียนใน 2 ระดับ คือ การประชุมสหพันธ์กีฬานักเรียนโลก และการประชุมสหพันธ์กีฬานักเรียนแห่งเอเชีย เพื่อวางแนวทางต่อยอดการพัฒนานักกีฬานักเรียนไทย

ดร.นิวัตน์กล่าวว่า การประชุมระดับแรกคือ การประชุมสหพันธ์กีฬานักเรียนโลก โดยมีการระบุว่าในปลายเดือนตุลาคมนี้จะมีการแข่งขันมหกรรมกีฬานักเรียนระดับโลก รายการ ISF Gymnasiade Summer 2024 ที่กรุงมานามา ประเทศบาห์เรน

ซึ่งตรงนี้เราก็คงจะมองว่า นักกีฬานักเรียนไทยส่วนหนึ่งของชุดนี้ ยกตัวอย่างเช่น กรีฑา และว่ายน้ำ ที่คว้าเหรียญทอง และทำสถิติได้ดี เรากำลังพิจารณากันว่าน่าจะมีโอกาสต่อยอดให้เด็กชุดนี้ได้ไปแข่งขันในระดับกีฬานักเรียนโลกต่อไป

อธิบดีกรมพลศึกษากล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะเดียวกันก็ได้มีการประชุมสหพันธ์กีฬานักเรียนแห่งเอเชีย ซึ่งมีการยืนยันว่า ในสิงหาคมปีนี้ ทางประเทศอินโดนีเซียจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันแบดมินตันนักเรียนแห่งเอเชีย และประเทศจีนจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันบาสเกตบอล 3 x 3 นักเรียนแห่งเอเชียเช่นกัน ในช่วงเดือนธันวาคม

ซึ่งเราก็จะพิจารณาว่าจะต่อยอดทัพนักกีฬานักเรียนไทยชุดนี้ต่อไปได้อย่างไร

 

จากเวทีก้าวแรกอาเซียนในกีฬาอาเซียน สคูลส์เกมส์ ถือเป็นรายการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ดีของทัพนักกีฬานักเรียนไทย เพื่อต่อยอดก้าวต่อไปสู่ระดับเอเชีย และระดับโลกต่อไป

ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นการยกระดับพัฒนาศักยภาพของนักกีฬานักเรียนไทย เพื่อให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้นเพียงพอสำหรับการก้าวไปสู่การเป็นตัวแทนเยาวชนทีมชาติ และทีมชาติไทยต่อไป

และจะเป็นความหวังของวงการกีฬาไทยต่อไปในอนาคตข้างหน้า… •

 

เขย่าสนาม | เมอร์คิวรี่

[email protected]