จดหมาย

จดหมาย | ประจำวันที่ 14-20 มิถุนายน 2567

 

• รังรัก (1)

สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์

เปิดเผยเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2567 ว่า ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ระหว่างการเร่งผลักดันนโยบายส่งเสริมการมีลูก

โดยมีเป้าหมายไปที่คนมีคู่ เพื่อแก้ปัญหาเด็กเกิดน้อย

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน (SES) ปี 2566 กลับพบว่า คนไทยครองตัวเป็นโสดมากขึ้น คิดเป็น 23.9%

และหากพิจารณาเฉพาะช่วงวัยเจริญพันธุ์ จะมีสัดส่วนมากถึง 40.5% สูงกว่าภาพรวมประเทศเกือบเท่าตัว และเพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ.2560 ที่ 35.7%

“Bangkok Matching” ในฐานะบริษัทจัดหาคู่ ซึ่งเปิดให้บริการจัดหาคู่มายาวนานกว่า 18 ปี

พบว่า นอกจากเหตุผลทางเศรษฐกิจ สังคม ที่ทำให้คนไม่อยากจะมีลูกแล้ว

อีกเหตุผลหนึ่งคือ คนโสดจำนวนมากที่อยากมีคู่ แต่หาคู่ไม่ได้

เพราะถ้าไม่ได้คนที่ถูกใจ ก็ไม่เอา

ตามคติของคนโสดยุคปัจจุบัน ว่า “หากหาคู่ที่ทำให้ชีวิตดีขึ้นไม่ได้ ก็ไม่เอา ขออยู่คนเดียวดีกว่า”

“สเป๊ก lock” ยอดนิยมของคนโสดชายหญิง ในปี พ.ศ.2567 นี้ก็คือ

อายุคู่ที่ต้องการ

80% หญิงโสดชอบหาคู่อายุน้อยกว่าตน และเท่าๆ กับตน

90% ชายโสดเปิดหาคู่อายุน้อยกว่าตนเองเท่านั้น

รูปลักษณ์

95% หญิงโสดหาคู่ ต้องการชายโสดที่มีรูปร่างสมส่วน-อวบเท่านั้น

95% ชายโสดหาคู่ ต้องการหญิงโสดที่มีรูปร่างเพรียว-สมส่วนเท่านั้น

98% ชายโสดหญิงโสด ต่างหาคนที่ดูแลรูปลักษณ์ตัวเอง ไม่เอาคนอ้วน

85% หญิงโสดนิยมชายตี๋ ขาว ใส่แว่น เป็นแฟนในอุดมคติ

95% ชายโสดนิยมหญิงผิวขาว หมวย หุ่นดี หน้าตาน่ารัก เป็นแฟนในอุดมคติ

90% ชายโสดหญิงโสด ถึงคู่แมตช์มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่ตนต้องการ แต่หน้าตาไม่ถูกใจ ก็ไม่สนใจ

ส่วนสูง

98% หญิงโสดยังนิยมชายโสดสูง 175 เซนติเมตร เป็นต้นไป 2% ชอบชายโสดที่สูง 180 หรือ 185 เซนติเมตร ขั้นต่ำ เป็นส่วนสูงในอุดมคติ

95% หญิงโสดรับไม่ได้เลย หากชายโสดสูงเท่ากับตน

80% ชายโสดชอบหญิงโสดสูง 160 เซนติเมตร ขั้นต่ำ 20% ชอบหญิงโสดสูงกว่า 160 เซนติเมตร เป็นส่วนสูงในอุดมคติ

สีผิว

85% ชายโสด มักหาคู่เป็นหญิงผิวขาว

15% ชายโสดรับคนผิวขาวเหลือง สองสีได้

60% หญิงโสด มักนิยมคนผิวขาว เป็นสีผิวในอุดมคติ

40% หญิงโสด รับคนผิวขาวเหลือง สองสีได้

99% ชายโสดหญิงโสด ไม่ชอบคนผิวดำ

การศึกษา

80% หญิงโสดชายโสดต่างต้องการให้คู่ของตนจบปริญญาตรี ขั้นต่ำ 15% ต้องการคู่จบปริญญาโท หรือเอก หรือจบนอก 5% คือจบต่ำกว่าปริญญาตรีได้ ถ้าการงาน ฐานะมั่นคง

90% หญิงโสดไม่รับคู่เดตที่การศึกษาน้อยกว่าตนเลย

80% ชายโสดไทยต้องการให้คู่ของตนจบปริญญาตรี ขั้นต่ำ 5% ต้องการคู่จบปริญญาโท หรือเอก 15% คือจบต่ำกว่าปริญญาตรีได้

รายได้ ฐานะ

70% หญิงโสดนิยมหาคู่ที่มีรายได้ 1 แสนบาทต่อเดือน

15% หาคู่รายได้มากกว่า 1 แสนบาทต่อเดือน

15% หาคู่รายได้เท่าๆ กับตน

50% ชายโสดนิยมหาคู่ที่มีรายได้ 3 หมื่นบาทต่อเดือน

30% ชายโสดไม่สนใจรายได้ของหญิงโสดเลย ขอแค่มีงานทำ

10% ระบุรายได้มากกว่า 3 หมื่นบาทต่อเดือน

และประมาณ 40% ที่ไม่สนใจเลยว่าหญิงโสดจะมีรายได้เท่าใด ขอเพียงมีงานสุจริตทำ เลี้ยงตนเองได้ ก็เพียงพอแล้ว

ลูกติด

90% หญิงโสดชายโสด ไม่เคยแต่งงาน ไม่ต้องการคนที่มีลูกติด

10% หญิงโสดชายโสด ไม่เคยแต่งงาน รับคนที่มีลูกติดได้ แต่ขอให้เด็กโตแล้ว หรือไม่ได้อยู่กับอีกฝ่าย

รอยสัก

90% หญิงโสดไม่รับชายโสดที่มีรอยสัก

65% ชายโสดไม่รับหญิงโสดที่มีรอยสัก

อื่นๆ

95% หญิงโสดและชายโสดไม่รับคนสูบบุหรี่

90% หญิงโสดและชายโสดต่างหาคู่คนที่มีเวลาให้แน่นอน ทำงานมีวันหยุดแน่นอน

บริษัทจัดหาคู่

Bangkok Matching

 

สเป๊กคู่ครอง

แม้เป็นรสนิยมส่วนบุคคล

แต่กระนั้น สเป๊กหลายอย่าง อาทิ

รายได้ การศึกษา การมีงานทำ

“รัฐ” สามารถร่วมกำหนดและสร้างได้

แต่อย่างที่แลเห็น

คนหนุ่ม-สาวส่วนใหญ่ดิ้นรนกันเอง

รังรัก จึงเป็น รังร้าง

ร้างลูก-ร้างทายาท!!

 

• รังรัก (2)

สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ประชาชนคิดอย่างไรกับเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด”

กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 1,243 คน (สำรวจทางภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 27 พฤษภาคม-2 มิถุนายน 2567

พบว่า

กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 76.51 ทราบว่า รัฐบาลมีโครงการ “เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด” เดือนละ 600 บาท ให้กับเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนอายุครบ 6 ปี อยู่ในครัวเรือนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อคนไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี มาตั้งแต่ปี 2562

ร้อยละ 74.74 มองว่านโยบายนี้ช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ปกครองในการเลี้ยงดูบุตร

ร้อยละ 43.20 เห็นว่าเงินอุดหนุนจากรัฐบาลที่เพียงพอควรอุดหนุนประมาณ 1,000-3,000 บาท

ร้อยละ 81.01 หากรัฐบาลจะขยายให้ทุกครอบครัวที่มีบุตรอายุตั้งแต่แรกเกิดจนอายุครบ 6 ปี ได้รับเงินอุดหนุนโดยไม่ต้องพิสูจน์รายได้ เนื่องจากช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูบุตรในช่วงวัยเด็กซึ่งค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง

นอกจากนี้ก็อยากให้รัฐบาลช่วยเหลือในเรื่องการเพิ่มเงินอุดหนุนเพื่อให้เพียงพอต่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ร้อยละ 66.85

จากผลการสำรวจแสดงให้เห็นว่าประชาชนตระหนักถึงโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด

และมองว่าเป็นโครงการที่ดีในการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว

จึงควรขยายให้เป็นแบบถ้วนหน้า

จัดสรรเงินอุดหนุนให้เหมาะสมกับค่าใช้จ่ายจริง

ให้การช่วยเหลือตรงเป้าหมาย คุ้มค่า และตรวจสอบได้

น.ส.พรพรรณ บัวทอง

นักวิจัย สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

 

เมื่อเรียกร้องให้ชาวบ้านสร้าง “รังรัก”

แล้วมี “ทายาท” นั้น

การอุดหนุน “เด็กแรกเกิด”

คือปัจจัยสำคัญหนึ่ง

ที่รัฐบาลและพรรคการเมืองทั้งหลาย

ต้องวางน้ำหนัก และมีวิสัยทัศน์

ต่อเรื่องนี้ให้มากขึ้น •