เรื่องของกล้วยหอมญี่ปุ่น (バナナ) …(อีกแล้ว)

ผลไม้อะไรเอ่ย? คนญี่ปุ่นนิยมกินกันมากที่สุด

แอปเปิล สตรอว์เบอร์รี่ สาลี่ ลูกพลับ… ผิดๆๆ ทั้งหมด เฉลยว่า “กล้วยหอม” (バナナ)

กล้วยหอมเป็นผลไม้ที่กินง่าย รสชาติอร่อย มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย และที่สำคัญคือ ราคาไม่แพง ในบรรดาผลไม้ทั้งหลาย คนญี่ปุ่นกินกล้วยหอมมากเป็นอันดับหนึ่งติดต่อกันมาตั้งแต่ปี 2004

ที่น่าสนใจคือ กล้วยหอมส่วนใหญ่ไม่ได้ปลูกในญี่ปุ่น แต่เกือบทั้งหมดนำเข้าจากต่างประเทศ

ญี่ปุ่นนำเข้ากล้วยหอมปีละประมาณ 1 ล้านตัน ประมาณ 80% นำเข้าจากฟิลิปปินส์ (อ่าน สุภา ปัทมานันท์ “กล้วยหอมญี่ปุ่น (バナナ) กับความจริงอันขมขื่น” 

จากสถิติล่าสุดของกระทรวงกิจการสาธารณะ ครัวเรือน ไปรษณีย์และการสื่อสาร (総務省) สำรวจครัวเรือนที่มีสมาชิกตั้งแต่ 2 คน พบว่า ประชาชนในเมืองซาคาอิ (堺市) ทางตอนใต้ของโอซากา กินกล้วยหอมมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ

คือ ปีละ 23,662 กรัมต่อครัวเรือน มากกว่าค่าเฉลี่ยของครัวเรือนทั่วประเทศประมาณ 4,000 กรัม

 

ประชาชนชาวเมืองซาคาอิ ไม่เคยรู้ถึงข้อมูลนี้เลย รู้แต่ว่าในชีวิตประจำวันเห็นกล้วยหอมวางเรียงรายขายในซูเปอร์มาร์เก็ตมากมายจนชินตา เมื่อไปสำรวจดูก็เห็นแผงวางกล้วยหอมมากกว่า 16 ยี่ห้อ วางเด่นกว่าผลไม้อื่นๆ

อันที่จริง เมืองซาคาอิ โอซากา เป็นเมืองหนึ่งที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ มีการขุดพบกลุ่มหลุมศพโบราณเก่าแก่ของจักรพรรดินินโทคุ (仁徳天皇陵古墳) ในช่วงปลายศตวรรษที่ 4 ถึงต้นศตวรรษที่ 5 เป็นหลุมศพที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ภายในพบอาวุธมีด ดาบ ภาชนะ ไหแก้ว เครื่องทองแดง เป็นต้น ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมโลก และยังพบหลุมศพโบราณอีกหลายแห่งที่บริเวณเมืองนี้

แต่…ข้อเท็จจริงนี้ ไม่ได้มีความเชื่อมโยงกับการกินกล้วยหอมของชาวเมืองนี้แต่อย่างใด

ชาวเมืองบอกว่า กล้วยหอมกินง่าย ปอกเปลือกแล้วก็เข้าปากได้เลย ราคาก็ถูก อิ่มท้องด้วย ทุกเช้าต้องกินกล้วยหอมเป็นอาหารเช้า บางคนบอกว่า คนโอซากาเป็นคนใจร้อน ไม่พิรี้พิไรกินอาหาร รีบกิน รีบอิ่ม รีบทำงาน ในชีวิตประจำวันกล้วยหอมจึงตอบโจทย์มาก

ต้องติดตามเรื่องน่าสนใจของกล้วยหอมลึกลงไปอีก

 

ญี่ปุ่นมีกฎหมายเกี่ยวกับการนำเข้ากล้วยหอม ที่ระบุว่าต้องเป็นกล้วยหอมดิบเท่านั้น ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันแมลง ศัตรูพืช ที่อาจติดมากับกล้วยหอมสุก กล้วยหอมที่นำเข้าจึงต้องผ่านกระบวนการบ่มให้สุกก่อนวางขาย

บริษัทยาบุอุชิ อินดัสตรีส์ ทำกิจการเกี่ยวกับกล้วยหอมในเมืองนี้ ดำเนินกิจการมายาวนานกว่า 100 ปี ใช้วิธีบ่มกล้วยหอมที่ชั้นใต้ดิน มีห้องขนาด 8 เสื่อญี่ปุ่น (ประมาณ 13 ตารางเมตร) เต็มไปด้วยลังกล้วยหอมวางซ้อนๆ กัน ทั้งหมดเป็นกล้วยหอมที่ยังดิบ สีเขียวเข้มและแข็ง

เมื่อบริษัทได้กล้วยหอมดิบมาแล้ว การบ่มกล้วยหอม เริ่มต้นด้วยการฉีดสเปรย์ก๊าซเอธิลีน (ethylene) ก๊าซไม่มีสี ติดไฟได้ ลงบนพื้นห้อง และควบคุมอุณหภูมิ ความชื้นของห้อง ทิ้งไว้ 5 วัน กล้วยหอมก็จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง รสหวานน่ากินพอดี พร้อมนำออกสู่ตลาดผู้บริโภคญี่ปุ่นที่จู้จี้มากเรื่องความสุก ความห่ามของกล้วย

วิธีการบ่มกล้วยหอมแตกต่างกันไป บางบริษัทบ่มในห้องควบคุมอุณหภูมิบนชั้นพื้นดิน แต่ที่บริษัทนี้ ใช้วิธีการนี้มาจากรุ่นสู่รุ่น เจ้าของบอกว่ากล้วยหอมของที่นี่อร่อยมาก บริษัทจึงอยู่มาได้จนทุกวันนี้

 

ยังมีข้อมูลสถิติที่น่าสนใจของกระทรวงกิจการสาธารณะฯ (総務省) เกี่ยวกับกล้วยหอมอีก คือ ครัวเรือนที่บริโภคกล้วยหอมมาก 10 อันดับแรก เมืองซาคาอิ ครองอันดับหนึ่งไปแล้ว ยังมีอีก 6 เมือง ซึ่งล้วนแล้วแต่อยู่ในเขตคันไซ (関西) คือภาคตะวันตกของญี่ปุ่น อาทิ เมืองโกเบ เกียวโต นารา โอซากา เป็นต้น

ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น คนญี่ปุ่นภูมิภาคคันไซชอบกินกล้วยหอม?

ผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมการกินของภูมิภาคคันไซ นายคาซึฮิโร โซกะ ให้ความเห็นว่า อาจเป็นเพราะกล้วยหอมมีความเกี่ยวพันกับภูมิภาคนี้มาแต่โบราณ

กล้วยหอมถูกนำเข้ามายังญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกในปีเมจิ 36 (ค.ศ.1903) ในครั้งนั้นกล้วยหอมประมาณ 70 กิโลกรัม มากับเรือที่เทียบท่าที่เมืองโกเบ คนญี่ปุ่นจึงรู้จักกล้วยหอมเป็นครั้งแรก จึงเรียกท่าเรือโกเบว่า “ท่าเรือกล้วยหอม” (バナナの港) ด้วย ตั้งแต่นั้นมา ก็มีการนำเข้ากล้วยหอมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

เมื่อเปรียบเทียบกับคนญี่ปุ่นในภูมิภาคคันโต (関東) คือ ภูมิภาคตะวันออกที่มีโตเกียวเป็นศูนย์กลาง ชาวคันไซแถบโอซากา ชอบอาหารที่มีรสหวานมากกว่า ดังนั้น เมื่อกล้วยหอมเข้ามาที่ภูมิภาคนี้ ก็เลยกลายเป็นผลไม้ที่ถูกอกถูกใจชาวเมืองได้อย่างง่ายดายนั่นเอง

 

เมื่อสอบถามชาวเมืองซาคาอิ เกี่ยวกับอาหารเช้าประจำวัน มีไม่น้อยที่บอกว่า ถ้ากินขนมปังปิ้งเป็นอาหารเช้าจะต้องกินกล้วยหอมด้วยเสมอ

ขนมปังปิ้งคู่กับกล้วยหอม กลายเป็นคู่หูอาหารเช้าของคนในเมืองซาคาอิ

ยังมีข้อมูลที่น่าสนใจของกระทรวงกิจการสาธารณะฯ (総務省) อีก เกี่ยวกับปริมาณการ

บริโภคขนมปังของคนญี่ปุ่น

ลองทายกันดูว่าเมืองใดที่ชาวเมืองชอบกินขนมปังมาก

ถูกต้องแล้ว…อันดับหนึ่งคือ เมืองซาคาอิ

ที่น่าสนใจอีกเช่นกันคือ 10 อันดับแรก ที่ครองตำแหน่งการบริโภคขนมปังจำนวนมาก มีอีก 6 เมืองที่อยู่ในภูมิภาคคันไซ ซึ่งสถิตินี้คล้ายกับปริมาณการบริโภคกล้วยหอมอย่างมีนัย

อาจเป็นเพราะว่าคนญี่ปุ่นกินกล้วยหอมเป็นอาหารเช้า ปอกกล้วยเข้าปากได้ง่ายๆ ไม่เสียเวลา อุดมด้วยสารอาหารสำคัญให้พลังงานสำหรับชีวิตที่เร่งรีบ และราคาถูก กินกล้วยหอมคู่กับขนมปัง จึงเป็นเซ็ตอาหารเช้าที่ห่างไกลจากอาหารเช้าดั้งเดิม ที่ประกอบด้วยข้าวสวยร้อนๆ ซุปมิโสะ นัตโต (ถั่วเน่า) ไข่ดิบ เป็นต้น

กล้วยหอมจึงกลายเป็น “อาหารกล้วยๆ” ของคนญี่ปุ่น…