ยุทธการ 22 สิงหา : จาก ‘โบว์ อังคณา-สารวัตรจ๊าป’ ผลสะเทือน สู่ ‘ชวลิต ยงใจยุทธ’

(Photo by PORNCHAI KITTIWONGSAKUL / AFP)

หากพิจารณาจากข้อมูลทางด้านของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ต่อการเสียชีวิตจำนวน 2 คนในวันที่ 7 ตุลาคม 2551

ให้น้ำหนักกับกรณี น.ส.อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ ค่อนข้างสูง

ขณะที่กรณี พ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรี รายละเอียดและการติดตามเบาบางมากกว่าแม้ในเอกสารของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะระบุว่า เสียชีวิตจากการถูกฆาตกรรมและทำลายหลักฐานด้วยการระเบิดรถ

“ในสถานการณ์ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข่นฆ่าทำร้ายประชาชนในการสลายการชุมนุมที่หน้ารัฐสภา”

จึงไม่ปรากฏการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ

ไม่ว่าจะเป็นของคณะกรรมาธิการ วุฒิสภา ไม่ว่าจะเป็นในเอกสารของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไปตย

อาจจะเนื่องจากขาดหลักฐานอย่างสิ้นเชิง

เห็นได้จากที่ จินตวรรณ สิงคงสิน สนทนากับแกนนำรุ่น 2 สาวิทย์ แก้วหวาน แล้วนำมาเรียบเรียงในหัวข้อเรื่อง “ประชาธิปไตยไม่ได้มาจากปลายกระบอกปืน” ทั้งในกรณีของ พ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรี และ น.ส.อังคณา ปัญญาระดับวุฒิ

ในหนังสือ “พันธมิตรกู้ชาติ บทพิสูจน์ความกล้าเสียสละอหิงสา”

 

บ่ายวันที่ 7 ตุลาคม 2551 เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อเสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วถนนพิชัย ตามด้วยเพลิงที่ลุกไหม้รถจี๊ปเชโรกีที่จอดอยู่ตรงหน้าพรรคชาติไทย

แรงระเบิดส่งผลให้นายตำรวจน้ำดีอย่าง

“สารวัตรจ๊าป” พ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรี อดีต สวป.สภ.ห้วยทับทัน จ.ศรีสะเกษ เสียชีวิตทันที

นับว่าเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของ “พันธมิตรภาคอีสาน”

เพราะสารวัตรจ๊าปนั้นเป็นแกนนำคนสำคัญของภาคอีสานเลยทีเดียว ซึ่งหลังจากลาออกจากราชการก็ผันตัวมาทำงานเพื่อมวลชนโดยเคลื่อนไหวในนาม “เครือข่ายสมัชชาประชาชนบุรีรัมย์” และติดตามพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

และร่วมเป็นแกนนำเครือข่าย “พันธมิตรบุรีรัมย์” รับหน้าที่เป็นหัวหน้าการ์ดพันธมิตรในการชุมนุมของพันธมิตรภาค 2 ในปี 2551

กรณีของสารวัตรจ๊าปเขาเสียชีวิตจากแรงระเบิดบริเวณหน้าพรรคชาติไทยซึ่งเกิดขึ้นในช่วงบ่าย 3 โมงกว่าๆ ช่วงที่กำลังมีการยิงแก๊สน้ำตาอย่างหนักเพื่อเปิดทางให้ ส.ส.ออกจากสภา

สาวิทย์ แก้วหวาน ให้รายละเอียดว่า

 

ตอนนั้นพันธมิตรฯ ส่วนหนึ่งอยู่หน้าพรรคชาติไทยเพราะเห็นว่าตอนเช้าตำรวจเข้าจุดนั้นก็อยู่ตรงนั้นเพื่อคอยระวังหลัง

ตอนเกิดระเบิดผมไม่เห็น มารู้ทีหลังว่าเป็นสารวัตรจ๊าป

เขาเป็นคนที่ทำงานร่วมกันมา ที่ผ่านมาก็ตีกับตำรวจเป็นประจำ ตัวแกก็ไม่ได้ใหญ่มาก วันนั้นผมไม่ได้เจอสารวัตรจ๊าปเลยตลอดการชุมนุม ผมเจอแกแค่ 1-2 ครั้ง เขาเดินอยู่เป็นแนวหน้าถือธงนำขบวนตลอด

มีคนเล่าให้ฟังว่า แกอยู่แถวหน้าพรรคชาติไทยแล้วมีการยิงระเบิดลงมาใส่รถยนต์ที่อยู่แถวนั้นแกเลยถูกแรงระเบิดเสียชีวิต

ไม่ใช่แกพกระเบิดไปแล้วเกิดระเบิดอย่างที่ตำรวจบางคนกล่าวหา

ถ้าดูจากสภาพภูมิศาสตร์แล้วจะเห็นว่าแถวพรรคชาติไทยมีตึกสูงอยู่หลายตึก ถัดจากพรรคชาติไทยก็เป็นสำนักเลขาธิการรัฐสภา

ฝั่งตรงข้ามพรรคชาติไทยก็มีแฟลตซึ่งเป็นที่พักของข้าราชการ ไม่แน่ใจว่าจะเป็นแฟลตตำรวจหรือแฟลตทหาร คือดูจากวิถีของระเบิดแล้วคิดว่าน่าจะยิงมาจากตึกซึ่งเป็นที่พักของราชการ

ตึกนี้เป็นจุดที่กำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถเข้าไปได้ การปฏิบัติการจึงไม่ใช่เรื่องยาก

 

ขณะเดียวกัน หากอ่านจากการให้สัมภาษณ์ของ น.ส.เพ็ญพิมล ใสงาม ภรรยาของ พ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรี

ก็จะเข้าใจรากฐานและความเป็นมาเป็นไปของ “สถานการณ์” ลึกซึ้ง

เท่าที่ปรากฏผ่านหนังสือ “พันธมิตรกู้ชาติ บทพิสูจน์ความกล้า เสียสละ อหิงสา” ระบุว่าเป็นการแถลงเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2551

ยืนยันสถานะของ พ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรี หรือ “สารวัตรจ๊าป”

เป็นประธานหัวหน้าการ์ดพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ภาคอีสาน ผู้ประสานงานเครือข่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จ.บุรีรัมย์

นส.เพ็ญพิมล ใสงาม กล่าว

ตนและครอบครัวขอยืนยันจะไม่รับเงินเยียวยาช่วยเหลือจากรัฐบาลหลังจากคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติเงินช่วยเหลือครอบครัวผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุสลายการชุมนุมอย่างรุนแรงของรัฐบาลในเหตุการณ์วันที่ 7 ตุลาคม 2551

แต่อยากให้รัฐบาลออกมาแสดงความรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและให้ความเป็นธรรมกับสามีที่ถูกยัดเยียดข้อหาพกพาระเบิด ซึ่งเป็นข้อหาที่หนัก ไร้ความเป็นธรรมมากสำหรับสามีที่เสียชีวิตไปแล้ว

จึงอยากเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่สามีและวงศ์ตระกูล

และขอให้รัฐบาลยุติการกระทำความรุนแรงต่อกลุ่มผู้ชุมนุมเพราะจะส่งผลกระทบสร้างความเจ็บปวดให้กับครอบครัว ญาติพี่น้องอีกหลายชีวิตที่อยู่ข้างหลัง และไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลจะนำเงินที่ได้มาจากภาษีของประชาชนมาเยียวยากับประชาชนกับการกระทำอันโหดร้ายป่าเถื่อน ไร้มนุษยธรรมของรัฐบาลเอง

ฉันจะสานต่อเจตนารมณ์ของสามีที่ได้สละชีวิตต่อสู้เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์

โดยจะนำเงินที่กลุ่มเครือข่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบริจาคมาเก็บไว้ให้กับลูกๆ และบางส่วนจะนำมาจัดตั้งสถานีวิทยุชุมชนถ่ายทอดสัญญาณเสียงจากสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเอเอสทีวี เพื่อให้ประชาชนชาวบุรีรัมย์ได้รับฟังข้อมูลข่าวสารที่แท้จริง

รวมทั้งความเคลื่อนไหวต่างๆ ในการต่อสู้เพื่อชาติบ้านเมืองของประชาชนที่เกิดขึ้น

 

ขณะเดียวกัน บทบาทของคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา อันมี นายสมชาย แสวงการ เป็นประธาน

ก็ได้นำเสนอข้อสังเกตและบทสรุปที่ไม่ควรมองข้าม

แผนการสลายการชุมนุมของตำรวจได้ดำเนินการตามขึ้นตอนของการสลายการชุมนุมตามหลักสากล หรือตาม “แผนกรกฎา/48” หรือไม่

วิธีการสลายการชุมนุม ตำรวจจะต้องใช้โล่และกระบองในการผลักดันมวลชนก่อน เมื่อไม่สำเร็จจึงใช้วิธีแรงเพิ่มขึ้นจากการฉีดน้ำก่อนหรือไม่ เพราะเหตุใดจึงใช้ปืนยิงกระสุนแก๊สน้ำตาชนิดขว้าง

อาวุธที่ใช้สลายการชุมนุมเจาะจงเลือกใช้กระสุนแก๊สน้ำตาผลิตจากประเทศจีนที่มีสารระเบิดอันมีอานุภาพร้ายแรงถึงขั้นทำลายอวัยวะและชีวิตได้

นายกรัฐมนตรีและฝ่ายบริหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกระดับชั้นได้แสดงความรับผิดชอบและตระหนักหรือไม่ว่าผลกระทบอันเกิดจากการสลายการชุมนุมครั้งนี้จะทำให้ทัศนคติระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นไปในทางลบ

อีกทั้งเกียรติประวัติและความดีความชอบที่ทำไว้ให้แก่ประเทศชาติซึ่งองค์กรตำรวจได้สั่งสมมายาวนานจะเสื่อมเสียไปหรือไม่

รวมไปถึงผลกระทบต่อความสามัคคีในชาติซึ่งยากแก่การแก้ไขหรือไม่

 

ไม่ว่ามุมสะท้อนอันมาจากคณะกรรมาธิการ วุฒิสภา ไม่ว่ามุมสะท้อนอันมาจากพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

พุ่งเป้าเข้าใส่รัฐบาล เข้าใส่องค์กรตำรวจ

เหมือนกับโดดเดี่ยวองค์กรตำรวจออกจากกลไกแห่งอำนาจรัฐอื่น เหมือนกับโดดเดี่ยวรัฐบาล โดดเดี่ยวพรรคพลังประชาชน

ผลสะเทือนจากท่าทีของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ลึกซึ้ง

เป็นความลึกซึ้งอันสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาและความขัดแย้งที่เกิดขึ้นและดำรงอยู่ภายในรัฐบาล

ปฏิกิริยาจาก “กองทัพ” จึงตามมาอย่างมากด้วย “กัมมันต์”