เช็กสต๊อกหนังสือ : วิ่งได้ ไม่ใช่แค่ ได้วิ่ง /ความบ้า ความเป็นอื่น และทุกขภาวะ / ร้อยบ้านร้อยเมือง ประวัติศาสตร์ไทยก่อนกำเนิดอยุธยา

วิ่งได้ ไม่ใช่แค่ ได้วิ่ง สำนักพิมพ์มติชน “ครูดิน” สถาวร จันทร์ผ่องศรี เขียน จำนวน 197 หน้า ราคา 280 บาท

ตูน บอดี้สแลม ได้สร้างตำนานการวิ่งใต้จรดเหนือ จนทำให้คนทั่วไปหันมาสนใจการวิ่งเพื่อสร้างเสริมสุขภาพกันมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ “วิ่งได้-วิ่งเป็น” ไม่ใช่แค่ “ได้วิ่ง”

“ครูดิน” ซึ่งเป็นอดีตนักวิ่งทีมชาติและเป็นเน็ตไอดอล ขวัญใจในแวดวงการวิ่ง จะมาถ่ายทอด How to การ “วิ่งเป็น” ที่จะเปลี่ยนคนธรรมดาให้กลายเป็นนักวิ่ง

ครูดินเล่าว่า คำถามที่มักได้ยินเสมอคือ แค่วิ่ง…ต้องเรียนด้วยเหรอ? แค่วิ่ง ทำไมต้องทำให้มันยาก?

ทั้งที่จริงๆ แล้วการวิ่งที่เป็นเหมือนกิจกรรมสุดสันโดษ ง่ายดาย แค่มีรองเท้าดีๆ สักคู่ เสื้อผ้าเท่ๆ สักชุด แต่เมื่อถึงเวลาลงมือ (เท้า) กันจริงๆ แล้ว หลายคนพบว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เราจะสามารถวิ่งจนเป็นกิจวัตร วิ่งให้ถึงเป้าหมาย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการก้าวไปเป็นนักวิ่งเต็มตัว ซึ่งแท้จริงแล้วเราจำเป็นต้องเรียนรู้ร่างกายและจิตใจของเราเองให้ดีที่สุด

นั่นคือสิ่งที่ “ครูดิน” จะรับเป็นเทรนเนอร์ผ่านหนังสือเล่มนี้ ตั้งแต่การจับชีพจร จังหวะการหายใจ วิธีก้าวขา วิธียกขา ท่าทางการวิ่ง การหายใจ การวอร์มอัพ-คูลดาวน์ การดูแลรักษาอาการบาดเจ็บเบื้องต้น ไปจนถึงขั้นแอดวานซ์อย่างการออกแบบตารางการซ้อมเพื่อวิ่งมาราธอนให้ถึงเส้นชัย

รวมทั้งจะมาแนะนำกฎประจำใจ 15 ข้อของตนเองที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้

บนแผ่นดินแหลมทอง ร้อยบ้านร้อยเมือง ประวัติศาสตร์ไทยก่อนกำเนิดอยุธยา สำนักพิมพ์ศรีปัญญา ภาสกร วงศ์ตะวัน เขียน จำนวน 319 หน้า ราคา 270 บาท

ที่ผ่านมาการเรียนรู้ประวัติศาlตร์ไทยถูกระบบการศึกษาจำกัดกรอบให้รับรู้เพียงหยาบๆ โดยจู่ๆ ก็สรุปว่าเทือกเถาเหล่ากอเรามาจากเทือกเขาอัลไต อพยพกันมาอย่างต่อเนื่องจนสามารถตั้งอาณาจักรน่านเจ้า ก่อนจะแตกมาเป็นสุโขทัย แล้วก็มาถึงสมัยอยุธยาจนมาถึงปัจจุบัน ทั้งที่โดยแท้จริงแล้ว มันมิได้เป็นเช่นนั้น

เราทำเป็นมองเมินว่า ในภูมิภาคที่รายรอบสยามในอดีตนั้นมีทั้งชุมชนและเมืองมากมาย ซึ่งแท้จริงแล้วคือรากเหง้าของตัวตนเราและเป็นที่มาของการสร้างบ้านแปงเมืองจนมาเป็นประเทศไทยในปัจจุบัน

เรื่องราวที่เป็นต้นธารของชุมชนในอดีตอย่าง ลำพูน หริภุญชัย เชียงใหม่ ทางเหนือ ละโว้ สุพรรณภูมิ ในภาคกลาง หรือแม้แต่ ตามพรลิงค์ และปัตตานี ในภาคใต้ ล้วนมีประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงกันอย่างน่าสนใจทั้งทางเศรษฐกิจ การเมืองและสังคม คนไทย คนเขมร คนมอญ คนล้านนา ต่างเคลื่อนไหวไปมาบนดินแดนแถบนี้มายาวนานก่อนที่จะถูกแบ่งด้วยเส้นพรมแดนเมื่อไม่กี่ร้อยปีมานี้เอง ไม่นับการเข้ามาของชาวจีนแห่งโพ้นทะเลที่ผสมผสานกลมกลืนกับคนพื้นถิ่นจนยากที่จะแยกแยะ

ความเป็นไทยแท้ที่น่าภาคภูมิใจจึงแทบเป็นเรื่องเลื่อนลอย หามีอยู่จริงไม่

เป็นหนังสือที่ย่อยประวัติศาสตร์ด้วยภาษาที่อ่านเข้าใจง่าย ช่วยเปิดมุมมองใหม่ เป็นพื้นฐานในการทลายกรอบคิดคับแคบแบบเก่าได้ดีทีเดียว

Madness Otherness and Suffering / ความบ้า ความเป็นอื่น และทุกขภาวะ จัดพิมพ์โดย Underground Rewrite และ Newground Publishing วริศ ลิขิตอนุสรณ์ บรรณาธิการ จำนวน 272 หน้า ราคา 300 บาท

หนังสือแหวกกรอบคิดยุค 4.0 ที่น่าสนใจ รวมบทความของนักคิดนักเขียนรุ่นใหม่ที่เรียบเรียงด้วยแนวคิดที่ข้ามพ้นสหวิทยาการทั้งปวง ซึ่งน่าอ่าน หากหวังที่จะเข้าใจอย่างลงลึกถึงบรรยากาศอันแปลกประหลาด แวดล้อมด้วยมูลเหตุที่พร้อมนำไปสู่ “ภาวะซึมเศร้า” ของผู้คนในสังคมบ้านเราเวลานี้

ในเล่มมีข้อเขียนที่สะท้อนสภาวะตามชื่อปก “ทั้งความบ้า ความเป็นอื่น และความทุกข์” เริ่มตั้งแต่ “ความบ้า” ในชาติพันธุ์นิพนธ์ของโจอาว / บีห์ล ของ บัณฑิต ศิริรักษ์โยธิน / Madness of Rationality ของ ณัฐนันท์ วรินทรเวช / Facebook ruined my life ของ ณัฐภัทร เหลืองรุ่งทิพย์ / As A Social Slut ของ ธนวิชญ์ ทองพรหม / ล้านนาไทย(?) ทบทวนวิวาทะว่าด้วยความไทยหรือไม่ไทยของล้านนา ของ พริษฐ์ ชิวารักษ์ / ดนตรีไทยและการกลับกลายเป็นเสียงสยองขวัญ ของ สิทธิโชติ บุญรอด / ชู้ นังสำส่อนผู้บ่อนทำลายสังคมในภาพยนตร์ ของ เปรมปพัทธ ผลิตผลการพิมพ์ / ในช่วงเวลาของใคร ของ วรพล ถาวรวรานนท์ / Free/lance/life ของ ศุภณัฐ แสงอรุณฉาย ปัญหาเรื่อง Fate of the Unlearned (ชะตากรรมของผู้ไม่ได้ศึกษา) ในศาสนาคริสต์ ของ พงษ์อดิศร แย้มเอิบสิน เป็นต้น โดยมีรุ่นเก๋า อย่าง ธเนศวร์ เจริญเมือง มาแจมด้วยเรื่อง ลานนา ล้านนา และล้านนาไทย : ข้อสังเกต และ มีเรื่องที่คลับคล้ายบทรำพึงชวนเศร้าของ นันดานี ใน วิวรณ์

เป็นหนังสือที่เน้นขายผ่านอินเตอร์เน็ต แต่ก็หาได้ตามร้านหนังสือที่ยังหลงเหลือ

หนังสือชุด 13 เล่มสำหรับเด็ก “อยากให้เรื่องนี้ไม่มีโชคร้าย” สำนักพิมพ์ NANMEEBOOKS เลโมนี สนิกเก็ต เขียน อาริตา พงศ์ธรานนท์ แปล ราคาระหว่าง 165-195 บาท

นวนิยายแนวผจญภัย สำหรับเยาวชนอายุ 13 ปีขึ้นไป ผลงานของนักเขียนหนุ่มอารมณ์ดีที่ไม่ค่อยยอมเปิดเผยตัวตนให้ใครรู้จักง่ายๆ เจ้าของวรรณกรรมเยาวชนที่ได้รับความนิยมทั่วโลก ที่มีวิธีการนำเสนอที่ไม่มีใครกล้าทำ ซ้ำยังเต็มไปด้วยจินตนาการ แค่อารัมภบทในบทแรกของเล่มที่ 1 “ลางร้ายเริ่มปรากฏ” ก็ท้าทายให้เราต้องเปิดอ่าน

“ถ้าคุณชอบเรื่องที่จบอย่างมีความสุขล่ะก็ คุณอ่านหนังสือเล่มอื่นดีกว่า หนังสือเล่มนี้ไม่เพียงจบอย่างไม่มีความสุขเท่านั้น แต่ตอนเริ่มต้นก็ยังไม่มีความสุข ยิ่งตอนกลางๆ เรื่อง ยิ่งมีความสุขน้อยมาก ทั้งนี้เพราะเรื่องที่เป็นความสุขในชีวิตของเด็กๆ ตระกูลโบดแลร์มีอยู่ไม่มากนัก ไวโอเล็ต เคลาส์ และ ซันนี่ โบดแลร์ เป็นเด็กฉลาด น่ารัก เจ้าความคิด รูปร่างหน้าตาดี แต่เป็นเด็กที่แสนจะโชคร้าย เกือบทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับพวกเขามีแต่ความทุกข์ยาก น่าเวทนาและสิ้นหวัง ผมเสียใจที่จะบอกคุณอย่างนี้ แต่นั่นคือเรื่องที่เกิดขึ้น”

ซึ่งก็จริง เพราะเล่มแรก เด็กๆ ก็กลายเป็นกำพร้าเมื่อไฟไหม้คฤหาสน์โบดแลร์และพ่อแม่พวกเขาก็เสียชีวิตในกองไฟ…มิหนำซ้ำญาติห่างๆ ก็ยังวางแผนที่จะฮุบมรดกด้วยวิธีการชั่วร้ายต่างๆ นานา

ดังนั้น เล่มต่อๆ มา ทั้ง ห้องอสรพิษชวนผวา, บ้านประหลาด, โรงงานเขย่าขวัญ, โรงเรียนสั่นประสาท, คฤหาสน์อาเพศ, หมู่บ้านสามานย์, โรงพยาบาลวิปริต

…จึงล้วนท้าทายความอยากรู้อยากเห็นว่าแต่ละเรื่องมีความทุกข์ยากแสนเข็ญอะไรรอพวกเขาอยู่ ถึงขนาดผู้เขียนท้าว่าถ้าอยากอ่านเรื่องที่มีแต่ความสุข สนุกสนาน ก็ขว้างทิ้งหนังสือชุดนี้ไปได้เลย

คํา คม คิด

“อย่าหยุดยั้งเราเลย เมื่อเราพูดเสียงดัง พูดตรง แม้กระทั่งโกรธ แสดงว่าพวกเราเข้าพัวพัน แต่ถ้าเราเงียบและแยกกันละก็ ความรุนแรงก็อยู่ไม่ไกล”

จอห์น พอล ลีเดอรัค จากหนังสือ “เมื่อเลือดและกระดูกโหยไห้”

บทความก่อนหน้านี้บทความพิเศษ : นวนิยายเพื่อชีวิต (จบ)
บทความถัดไปร่วม”ย่ำ”ระฆัง : โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร