คาบสมุทรเกาหลีสะเทือน บอลลูนขยะข้ามชายแดน

(Photo by Handout / South Korean Defence Ministry / AFP)

กลายเป็นประเด็นใหญ่โตขึ้นมา ช่วงสุดสัปดาห์ก่อน เมื่อเกิดเหตุบอลลูนขยะเกือบพันลูก ลอยล่องจากฝั่งเกาหลีเหนือ ตกลงบริเวณตอนเหนือของเกาหลีใต้ รวมทั้งในกรุงโซล โดยในบอลลูนขยะเหล่านั้นมีทั้งมูลสัตว์ ก้นบุหรี่ เศษกระดาษ เศษผ้า และขยะอื่นๆ ที่ใส่ไว้ในบอลลูน

เหตุดังกล่าวทำให้รัฐสภาเกาหลีใต้ออกมาประณามการกระทำดังกล่าวของเกาหลีเหนือ ว่าเป็นการยั่วยุที่ไร้เหตุผล

ด้านนายชาง โฮ จิน ผู้อำนวยการด้านความมั่นคงแห่งชาติของเกาหลีใต้ ออกมาแถลงว่า รัฐบาลเกาหลีใต้ได้ตัดสินใจใช้มาตรการอันจำเป็นต่อเกาหลีเหนือ เพื่อตอบโต้ต่อการปล่อยบอลลูนขยะดังกล่าว ซึ่งรวมถึงการออกมาระบุด้วยว่า สัญญาณจีพีเอสในเกาหลีใต้ถูกรบกวน และยังมีการจำลองการโจมตีเกาหลีใต้ด้วยนิวเคลียร์อีกด้วย

ทั้งหมดนี้ถือเป็นการกระทำที่ยั่วยุ ไร้สาระ และไร้เหตุผล

 

หลังการประกาศตอบโต้ของเกาหลีใต้ สื่อของเกาหลีเหนือก็ออกมารายงานเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ว่า เกาหลีเหนือเตรียมระงับการส่งบอลลูนขยะข้ามชายแดนไปเกาหลีใต้ โดยเกาหลีเหนืออ้างว่า การส่งบอลลูนขยะข้ามไปฝั่งเกาหลีใต้ ก็เพื่อตอบโต้การรณรงค์แจกใบปลิวของเกาหลีใต้ก่อนหน้านี้

และต้องการอยากให้เกาหลีใต้ได้รับประสบการณ์ที่มากพอที่จะรับรู้ถึงความไม่พอใจของเกาหลีเหนือต่อการที่เกาหลีใต้ส่งใบปลิวชวนเชื่อข้ามไปยังเกาหลีเหนือ

โดยนายคิม คัง อิล รัฐมนตรีกลาโหมของเกาหลีเหนือกล่าวว่า เกาหลีเหนือจะระงับกิจกรรมบอลลูนชั่วคราว ซึ่งการกระทำเหล่านี้เป็นมาตรการตอบโต้การรณรงค์แจกใบปลิวของเกาหลีใต้ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ พร้อมระบุว่า เกาหลีใต้ได้รับประสบการณ์ที่เพียงพอแล้วว่าพวกเขาจะรู้สึกไม่พอใจเพียงใด และต้องใช้ความพยายามมากเพียงใด ในการกำจัดขยะจำนวนมาก

โดยอ้างว่าเกาหลีเหนือได้ส่งบอลลูน 3,500 ลูกบรรทุกขยะ 15 ตันเข้าไปในเกาหลีใต้

นายคิมยังกล่าวด้วยว่า หากนักเคลื่อนไหวชาวเกาหลีใต้ส่งใบปลิวโฆษณาชวนเชื่อต่อต้านเปียงยางด้วยบอลลูนข้ามฝั่งมาอีกครั้ง เกาหลีเหนือก็จะส่งบอลลูนขยะหลายร้อยเท่าของปริมาณใบปลิวของเกาหลีใต้ที่พบในเกาหลีเหนือกลับไปฝั่งเกาหลีใต้

 

แน่นอนว่า เกาหลีใต้ไม่ได้นิ่งเฉย เพราะในวันที่ 3 มิถุนายน สภาความมั่นคงแห่งเกาหลีใต้ได้ออกมาประกาศแล้วว่า เพื่อตอบโต้การส่งบอลลูนขยะดังกล่าว เกาหลีใต้จะระงับการทำข้อตกลงการลดความตึงเครียดทางทหารระหว่างกัน ที่ทำขึ้นเมื่อปี 2018

ทั้งนี้ ข้อตกลงดังกล่าว มีการระงับไปบางส่วนแล้วเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปีที่ผ่านมา หลังจากที่เกาหลีเหนือส่งดาวเทียมสอดแนมขึ้นสู่วงโคจร ซึ่งครั้งนั้นเกาหลีเหนือเองก็ประกาศเช่นกันว่า ไม่มีการให้เกียรติกับข้อตกลงดังกล่าวอีกต่อไป

แต่ครั้งนี้ สภาความมั่นคงแห่งชาติของเกาหลีใต้ ประกาศชัดเจนว่า จะแจ้งต่อคณะรัฐบาลให้ระงับข้อตกลงทั้งหมด เกี่ยวกับ “ข้อตกลงทางทหาร 19 กันยายน” จนกว่าความเชื่อมั่นระหว่างสองเกาหลีจะกลับมาอีกครั้ง

 

สําหรับข้อตกลงทางทหารระหว่างสองเกาหลี ที่ทำขึ้นเมื่อปี 2018 เป็นข้อตกลงที่ทำขึ้นในช่วงที่สองเกาหลีมีความสัมพันธ์ที่แสนจะอบอุ่นต่อกัน แม้ว่าโดยทางนิตินัย ทั้งสองประเทศยังถือว่าอยู่ในสภาพสงครามอยู่ เพราะหลังจากสงครามเกาหลีจะยุติลงไปแล้ว แต่ยังไม่มีการเซ็นสนธิสัญญาสันติภาพ มีเพียงสนธิสัญญาสงบศึกเท่านั้น

การทำข้อตกลงทางทหารของทั้งสองประเทศ จึงมีขึ้นเพื่อลดความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี และหลีกเลี่ยงการปะทุที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ โดยเฉพาะบริเวณชายแดนที่มีป้อมปราการที่แน่นหนา

โดยสภาความมั่นคงแห่งเกาหลีใต้ประกาศว่า ข้อตกลงดังกล่าวแทบจะถือเป็นโมฆะไปแล้ว เนื่องจากการละทิ้งของฝ่ายเกาหลีเหนือ และในบางส่วนที่เหลือ กลับสร้างความเสียเปรียบให้แก่เกาหลีใต้ ในการใช้ความสามารถที่จะตอบโต้ต่อภัยคุกคามอย่างบอลลูน ซึ่งการเคารพต่อข้อตกลง ได้ก่อให้เกิดปัญหาสำคัญในความพร้อมของกองทัพ โดยเฉพาะในบริบทของการยั่วยุของเกาหลีเหนือเมื่อเร็วๆ นี้ ที่ก่อให้เกิดความเสียหายและยังเป็นภัยคุกคามต่อพลเรือนของเกาหลีใต้

ซึ่งการยกเลิกข้อตกลงทั้งหมด จะเป็นการเปิดทางให้มีการฝึกกำลังทหารในพื้นที่บริเวณเขตปลอดทหารของสองเกาหลี และยังช่วยให้เกาหลีใต้สามารถตอบโต้ต่อการยั่วยุของเกาหลีเหนือได้

ถือเป็นอีกครั้งที่ความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ กลับมาถึงจุดต่ำสุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา