อวสาน 50 อาชีพ ที่ไม่ได้ไปต่อเพราะเทคโนโลยี

จิตต์สุภา ฉินFacebook.com/JitsupaChin

นับตั้งแต่อดีตเป็นต้นมา ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ทำให้ชีวิตคนสะดวกสบายขึ้นมาพร้อมกับการล้มหายตายจากของอาชีพบางอาชีพที่เครื่องจักรกลหรือระบบอัตโนมัติสามารถแทนที่ได้ เราไม่ได้พูดถึงแค่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI เท่านั้น แต่เทคโนโลยีทำให้คนตกงานมาแล้วในทุกยุคสมัย

ในปี 1950 อาชีพพนักงานควบคุมลิฟต์ถูกนับรวมเป็นหนึ่งในอาชีพทั้งหมด 270 อาชีพจากการสำรวจสำมะโนครัวในสหรัฐอเมริกา มาถึงวันนี้ก็สามารถพูดได้ว่าอาชีพนี้ไม่มีอีกแล้วเพราะลิฟต์ไม่จำเป็นต้องใช้มนุษย์มาควบคุมการใช้งานอีกต่อไปเพราะสามารถผลักให้เป็นหน้าที่ของระบบอัตโนมัติได้เต็มร้อย

ในยุคที่ AI ถูกพูดถึงกันรายวันว่ามันมีความสามารถที่เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ จึงเป็นเรื่องน่าสนใจที่เราจะมาคุยกันว่ามีอาชีพไหนบ้างที่เราจะไม่ได้เห็นอีกแล้วในอีกประมาณ 50 ปีข้างหน้า

เราพอจะรู้ภาพกว้างๆ ว่าอาชีพที่มีรูปแบบการทำงานแบบไหนบ้างที่ไม่น่าจะได้ไปต่อ อย่างเช่น อาชีพที่ต้องทำอะไรซ้ำๆ เป็นประจำแบบเดิมทุกวัน อาชีพเก็บข้อมูล หรืออาชีพที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูล ล้วนเป็นรูปแบบอาชีพที่มีความเสี่ยงจะถูกแมชชีนแทนที่ได้ง่ายๆ

แต่พูดมาแบบนี้เราก็อาจจะนึกไม่ออกว่าแล้วอาชีพไหนบ้างนะที่นับว่าเข้าข่ายคุณสมบัติต่างๆ ที่ว่ามานี้

 

เว็บไซต์ Stacker ทำการสำรวจและรวบรวมมาให้ทั้งหมด 50 อาชีพ โดยบอกว่าอาชีพส่วนใหญ่ที่จะสูญหายไปภายในช่วงเวลาครึ่งศตวรรษข้างหน้าจะเป็นอาชีพสำหรับคนวุฒิการศึกษาระดับมัธยมปลาย หลังจากนี้ไปอาชีพกลุ่มนี้จะถูกทดแทนด้วยระบบอัตโนมัติทั้งหมด

ยกตัวอย่างบางอาชีพที่ Stacker รวมเข้าไปในลิสต์ อย่างเช่น คนขับแท็กซี่

คนขับแท็กซี่ได้รับผลกระทบจากการถูกทดแทนด้วยเทคโนโลยีมาสักพักแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีรถไร้คนขับที่ต่อไปในอนาคตน่าจะแพร่หลายมากขึ้น ไปจนถึงแอพพลิเคชั่นไรด์แชริ่ง อย่าง Uber หรือ Grab ซึ่งครั้งหนึ่งนิตยสาร Forbes เคยรายงานผลการศึกษาเอาไว้ว่าท้ายที่สุดคนขับแท็กซี่แบบดั้งเดิมก็จะต้องถูกบังคับให้ไปเข้าร่วมกับแอพพ์เหล่านั้นกันหมด ซึ่งอันที่จริงเราก็ได้เห็นปรากฏการณ์แบบเดียวกันนี้ในบ้านเรามาสักพักแล้ว

อาชีพคนขับรถบัส หรือรถเมล์ก็จะถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติไร้คนขับเช่นเดียวกัน จะว่าไปอันที่จริงอาชีพคนขับรถเมล์หรือรถบัสอาจจะเสี่ยงกว่าคนขับแท็กซี่ด้วยซ้ำ เพราะรถบัสไร้คนขับเป็นสิ่งที่มีใช้งานอยู่จริง ให้บริการผู้โดยสารอยู่จริงแล้วในบางเมือง ในขณะที่รถยนต์ไร้คนขับยังถูกจำกัดให้ทดสอบในพื้นที่ที่กำหนดไว้เท่านั้น

อาชีพคนขับรถบรรทุกก็ตกที่นั่งลำบากไม่แพ้กัน เว็บไซต์ The Guardian เคยเรียกอาชีพคนขับรถบรรทุกว่าเป็น “มนุษย์คนสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่ในห่วงโซ่อุปทานสมัยใหม่” เพราะบริษัทผลิตรถยนต์และบริษัทเทคโนโลยีรายยักษ์ทั้งหลายต่างก็ทุ่มเม็ดเงินไปกับการพัฒนาอุตสาหกรรมรถไร้คนขับซึ่งรถบรรทุกก็เป็นหนึ่งในยานพาหนะที่จะถูกเปลี่ยนให้ขับตัวเองได้แน่นอน

อาชีพประกอบเครื่องยนต์และเครื่องจักรซึ่งเป็นอาชีพที่คนทำงานร่วมกับแมชชีนมายาวนาน หลังจากนี้ไปสัดส่วนระหว่างคนต่อแมชชีนจะน้อยลงเรื่อยๆ จนหน้าที่ของการประกอบชิ้นส่วนเหล่านี้จะตกเป็นของระบบอัตโนมัติที่เก่งกาจขึ้นทั้งหมด

อาชีพอ่านมิเตอร์ที่พนักงานจะเดินไปตามถนน ตรอกซอกซอยต่างๆ เพื่อจดตัวเลขจากมิเตอร์ไฟและมิเตอร์น้ำก็เป็นหนึ่งในอาชีพที่เสี่ยงจะสูญหายและถูกแทนที่ด้วยดีไวซ์อัจฉริยะที่ใช้งานง่ายและราคาถูกลงมาก

 

ในภาคการเกษตร หนึ่งในอาชีพที่อาจจะไม่มีอีกแล้วใน 50 ปีข้างหน้าก็คืออาชีพคนต้อนสัตว์ อย่างเช่น วัว แกะ และสัตว์ในฟาร์มอื่นๆ เพราะสิ่งที่อาจจะทำหน้าที่นี้ได้ดีกว่าและประหยัดกว่าก็คือโดรนนั่นเอง

คราวนี้ไม่ใช่แค่คนเท่านั้นที่จะถูกแทนที่ แต่สุนัขที่ถูกฝึกมาให้ต้อนสัตว์ได้ก็น่าตกงานไปด้วยพร้อมๆ กัน

ในแวดวงกีฬา อาชีพที่หลายๆ คนอาจจะคาดไม่ถึงว่าเสี่ยงจะตกงานกับเขาด้วยก็คืออาชีพกรรมการ โดยในปี 2018 Daily Star เคยคาดการณ์เอาไว้ว่าเทคโนโลยี AI ที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดดจะทำให้กรรมการตัดสินผลการแข่งขันฟุตบอลในยุโรปตกงานกันถ้วนหน้าภายในปี 2030

แต่จะว่าไปก็น่าจะไม่ได้จำกัดอยู่แค่กีฬาฟุตบอลภายในยุโรปเท่านั้น แต่ท้ายที่สุดแล้วก็น่าจะครอบคลุมไปถึงกีฬาทุกประเภทด้วย

ล่ามหรือนักแปลเป็นหนึ่งในอาชีพที่ถูกหยิบยกมาพูดถึงบ่อยมากว่าจะไม่ตกงานง่ายๆ เพราะเชื่อกันว่าคอมพิวเตอร์ไม่สามารถที่จะเข้าใจภาษาได้อย่างถ่องแท้ อย่างการเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ในการใช้ภาษา การอ่านระหว่างบรรทัด คำแสลง หรือสำเนียงท้องถิ่นต่างๆ ที่มีแค่มนุษย์เท่านั้นที่สามารถทำได้

แต่ Stacker ก็บอกว่าอาจจะย่ามใจไปได้อีกไม่นานมาก เพราะอุตสาหกรรมแมชชีนแปลภาษานั้นมีมูลค่าสูงถึง 80,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี และบริษัทที่พัฒนาเทคโนโลยีก็เหยียบคันเร่งกันมิด

จนตอนนี้เทคโนโลยีแปลภาษาก็เก่งขึ้นมากจนใกล้ไปถึงจุดนั้นได้แล้ว

ในอุตสาหกรรมการบิน มี 2 อาชีพที่ถูกรวมเข้าไปในรายชื่อเสี่ยงสูญหายนี้ด้วย อาชีพแรกก็คือนักบินซึ่งต้องแข่งขันกับคอมพิวเตอร์ อย่างเช่น ระบบออโต้ไพล็อตที่ทำหน้าที่ควบคุมเครื่องบินเป็นหลักโดยเหลืองานให้นักบินทำแค่เอาเครื่องขึ้นและลงเท่านั้น

ซึ่ง Stacker ก็บอกว่าหน้าที่สองอย่างนี้กำลังถูกเคี่ยวเข็ญฝึกฝนให้คอมพิวเตอร์ทำแทนให้ได้มากที่สุด ส่วนอีกอาชีพในลิสต์ก็คือเจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศ หรือ Air traffic controller

นอกจากที่ยกตัวอย่างมาแล้วก็ยังมีอีกหลายอาชีพในลิสต์ซึ่งหาอ่านเต็มๆ ได้บนเว็บไซต์ แต่อาชีพที่ดูเสี่ยงกว่าใครในลิสต์ก็หนีไม่พ้นอาชีพเทเลมาร์เก็ตเตอร์ หรืออาชีพโทรหาลูกค้าทางโทรศัพท์ซึ่งมีโอกาสที่จะถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติได้สูงถึง 90 เปอร์เซ็นต์เนื่องจากเป็นอาชีพที่เน้นพูดตามสคริปต์ล้วนๆ

ไม่แตกต่างจากเหล่ามิจฉาชีพทางโทรศัพท์ที่อีกไม่นานก็จะถูกทดแทนด้วยคอมพิวเตอร์แน่นอน