ศึกชิงจีโนม 5 (ประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมไบโอเทคตอนที่ 44)

ภาคภูมิ ทรัพย์สุนทร

Biology Beyond Nature | ภาคภูมิ ทรัพย์สุนทร

 

ศึกชิงจีโนม 5

(ประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมไบโอเทคตอนที่ 44)

 

PerkinElmer ลงทุนใน Celera 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อถอดรหัสจีโนมมนุษย์ทั้งหมด แม้ตัวเลขนี้จะดูมากมายมหาศาลสำหรับหนึ่งบริษัทแต่ก็คิดเป็นเพียง 10% ของราคาประเมินโครงการจีโนมมนุษย์ฝั่งรัฐบาล

ข้อมูลจีโนมนี้ Celera จะเปิดให้ทุกคนเข้าถึง แต่จะหารายได้จากบริการเสริมต่างๆ เช่น ซอฟต์แวร์ เครื่องมือ ฐานข้อมูล ฯลฯ เพื่ออำนวยความสะดวกในการวิเคราะห์ เปรียบเทียบ ใช้ประโยชน์ ข้อมูลจีโนมสามารถถูกใช้กับงานแทบทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์และการดูแลสุขภาพของมนุษย์แต่ละคน

Venter อธิบายว่าขณะที่บริษัทขายข้อมูลพันธุกรรมอื่นอย่าง InCyte Pharmaceutical มีลูกค้าเป็นแค่บริษัทยาไม่กี่สิบแห่ง ลูกค้าของ Celera คือมนุษย์ 100 ล้านคนบนโลกนี้

Venter ย้ายมาทำงานที่ Celera อย่างเป็นทางการต้นปี 1998 และมอบ TIGR ให้ภรรยาของเขา (ผู้เป็นนักวิจัยด้านจีโนมเหมือนกัน) ดูแลต่อ ทั้ง Venter และ TIGR ได้หุ้น Celera ไปคนละ 5%

8 พฤษภาคม 1998 Craig Venter และทีม PerkinElmer นัดพบ Francis Collins (หัวหน้าโครงการจีโนมมนุษย์ของ NIH) กะทันหันเพื่อแจ้งล่วงหน้าเรื่องการแถลงเปิดตัว Celera

“ผมว่าคนคงไม่อยากรอโครงการจีโนมมนุษย์ของท่านอีกเจ็ดปี ทีมผมกับ PerkinElmer กำลังจะตั้งบริษัทใหม่ ด้วย DNA sequencer รุ่นใหม่ซักสองสามร้อยเครื่อง พวกเราจะถอดรหัสจีโนมมนุษย์ให้เสร็จเอง ทุกคนจะเข้าถึงข้อมูลจีโนมนี้ได้ฟรีเช่นเดียวกับโครงการของท่าน แต่เราจะทำให้เสร็จในปี 2001… เร็วกว่าของท่านสี่ปี”

Collins ไม่เชื่อว่าทีมของ Venter จะทำได้สำเร็จจริง DNA sequencer รุ่นใหม่ยังเป็นเพียงคำกล่าวอ้างลอยๆ ส่วนการใช้ WGS กับจีโนมมนุษย์นั้นผู้เชี่ยวชาญในวงการต่างก็ให้ความเห็นว่าเป็นไปได้ยาก

นอกจากนี้ Collins ยังเริ่มกังวลว่าเมื่อ Venter แถลงข่าวออกไปจะส่งผลกระทบอะไรกับโครงการจีโนมมนุษย์ของรัฐบาลบ้าง โดยเฉพาะความเห็นจากภาคประชาชน นักวิจัยในโครงการ และนักการเมืองในสภาที่ดูแลจัดสรรงบประมาณ

Venter ยอมรับว่าแนวทางของ Celera มีความเสี่ยงสูง แต่ถ้าไม่ลองเราก็ไม่รู้ เขายังยืนยันอีกว่าเขามาดี พร้อมร่วมมือกับโครงการจีโนมของรัฐบาลเต็มที่ มีงานด้านจีโนมอีกมากสำหรับทุกคน อย่าง “จีโนมหนู” ก็สำคัญสำหรับงานวิจัยและวงการแพทย์ไม่ด้อยไปกว่าจีโนมมนุษย์

“ดังนั้น ระหว่างที่ทีมผมถอดรหัสจีโนมมนุษย์ ฝั่งของท่านก็อาจจะทำจีโนมหนูไปก็แล้วกัน”

Craig Venter เข้าพบ Francis Collins เพื่อแจ้งการแถลงเปิดตัวโครงการจีโนมของ Celera
Cr.ณฤภรณ์ โสดา

การแถลงเปิดตัว Celera กลายเป็นข่าวใหญ่ในอีกสองวันตามคาด

หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่อย่าง The New York Time พาดหัวข่าวว่า Venter วางแผนจะถอดรหัสจีโนมมนุษย์ให้เสร็จภายในสามปี ส่วนเนื้อหาข้างในนั้นเต็มไปด้วยประเด็นล่อเป้าชวนทะเลาะ เช่น

– โครงการจีโนมของรัฐบาลผ่านมาครึ่งทางแล้ว (8 ปีจาก 15 ปี) แต่เพิ่งอ่านลำดับเบสไปได้เพียง 3-4%

– ถ้าโครงการของ Venter สำเร็จ โครงการจีโนมจากเงินภาษีสามพันล้านดอลลาร์สหรัฐจะหมดประโยชน์ และสภาอาจจะพิจารณาปิดโครงการนี้ลง

– ผู้บริหารของ NIH อาจล้มเลิกแผนการถอดรหัสจีโนมมนุษย์และหันไปทำจีโนมหนูและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่นๆ แทน

ทั้งหมดนี้เต็มไปด้วยการลำเอียงและการคาดคะเนใส่ไข่ โครงการจีโนมของรัฐบาลช่วงห้าปีแรกเป็นการทำแผนที่และพัฒนาเทคโนโลยีพื้นฐานตามแผน แต่พอเน้นแค่เปอร์เซ็นต์ลำดับเบสทำให้รู้สึกว่าโครงการนี้ดำเนินไปเชื่องช้าเหลือเกิน

ส่วนโครงการของ Venter นั้นยังมีความเสี่ยงอยู่มากที่จะล้มเหลว หรือไม่ก็ได้ข้อมูลที่คุณภาพด้อยกว่าของรัฐบาลมาก ที่สำคัญผู้บริหารของ NIH และ Collins ยังไม่มีทีท่าว่าจะล้มเลิกแผนถอดรหัสจีโนมมนุษย์ง่ายๆ

แต่แน่นอนว่าข่าวที่ออกไปสร้างความไม่พอใจอย่างยิ่งกับเหล่านักวิจัยในโครงการจีโนมมนุษย์ ทัวร์มาลง Venter อีกครั้งในฐานะผู้ร้าย (จำเป็น) ที่เข้ามาแย่งซีนเมกะโปรเจ็กต์ของทุกคนไป

James Watson ผู้เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงผลักดันโครงการจีโนมของรัฐบาลมาตั้งแต่ต้นถึงกับเรียก Venter ว่า “ฮิตเลอร์”

การปรากฏตัวของ Celera นำความขัดแย้งมาสู่โครงการจีโนมมนุษย์
Cr. ณฤภรณ์ โสดา

13 พฤษภาคม 1998 หัวหน้าทีมวิจัยโครงการจีโนมมนุษย์ประชุมประจำปีกันที่ Cold Spring Harbor คราวนี้ Collins เชิญให้ Venter มานำเสนอแผนการของ Celera

Venter เล่าว่า ด้วย DNA sequencer รุ่นใหม่สองร้อยกว่าเครื่อง เขาจะสามารถอ่านข้อมูลจีโนมได้กว่าร้อยล้านเบสภายในหนึ่งวัน มากกว่าที่ทุกทีมในโครงการจีโนมของรัฐบาลทำได้รวมกันในรอบสองปีที่ผ่านมา

เขาจะใช้ WGS ลดต้นทุน ระยะเวลา และขั้นตอนการประกอบข้อมูลจีโนมแบบเดิมที่ยุ่งยาก

ข้อมูลจีโนมทั้งหมดที่ได้จะเปิดให้ทุกคนใช้ประโยชน์ฟรีไม่ต่างจากของโครงการจีโนมของรัฐบาล

นักวิจัยบางคนที่เริ่มเห็นด้วยกับแนวทางของใหม่นี้ถูกชักชวนให้มาร่วมงานกับ Celera แต่ส่วนใหญ่แล้วมองว่า Venter ขี้โม้เกินจริง

และความขี้โม้นี้จะพาโครงการจีโนมของรัฐบาลพังไปด้วยเพราะทั้งภาคประชาชน นักการเมือง นักนโยบายจะแห่กันไปตามทางของ Venter ที่สุดท้ายทำไม่ได้จริงหรือได้ข้อมูลห่วยๆ มา

อีกข้อกังวลหนึ่งคือนักวิจัยส่วนมากไม่เชื่อว่าจีโนมของ Celera จะ “ฟรี” จริงๆ ตามคำกล่าวอ้างในเมื่อบริษัทแม่ PerkinElmer ลงเงินไปถึงสามร้อยล้านเหรียญ

ยิ่งพอ Venter บอกว่าเขาจะแชร์ข้อมูลลำดับเบสทุกไตรมาสเท่านั้นไม่ได้แชร์ภายใน 24 ชั่วโมงตาม Bermuda Accord ก็ยิ่งทำให้นักวิจัยหวาดระแวงว่า Venter จะเล่นตุกติกหาช่องทางผูกขาดเป็นเจ้าของจีโนมมนุษย์เสียเอง

 

ฝั่ง Collins หัวหน้าโครงการจีโนมของรัฐบาลก็ได้รับแรงกดดันไม่แพ้กัน

ในทางหนึ่งการปรากฏตัวของ Celera ทำให้โครงการจีโนมของรัฐบาลถูกมองภาพจากสังคมภายนอกว่าเป็นไดโนเสาร์อุ้ยอ้ายเชื่องช้าตกยุคที่เอาเงินภาษีไปเผาเป็นพันล้านดอลลาร์กับโครงการที่เอกชนบริษัทเดียวทำได้เร็วกว่าแถมถูกกว่าเยอะงบฯ

ส่วนถ้าจะไปจับมือร่วมกับ Celera ตามข้อเสนอของ Venter ทีมวิจัยต่างๆ ในโครงการก็ไม่เอาด้วย ไม่มั่นใจในคุณภาพงานของ Celera ไม่อยากถูกด้อยค่าลงมาทำจีโนมหนู และไม่เชื่อว่า Celera จะไม่หาทางฮุบสิทธิในจีโนมไว้เอง

Wellcome Trust Sanger จากฟากอังกฤษถึงกับบอกว่าถ้าทีมฝั่งอเมริกันไปจับมือกับ Celera อังกฤษก็อาจจะของแยกวงไปทำโครงการจีโนมของตัวเอง

กันยายน 1998 หลังจากหารือกับคณะผู้บริหารโครงการจีโนม Collins ประกาศเดินหน้าโครงการจีโนมมนุษย์ของรัฐบาลต่อ ยืนยันไม่ล้มเลิก ไม่เปลี่ยนเป้าหลักไปทำจีโนมหนู

และที่สำคัญจะเลื่อนกำหนดการถอดรหัสจีโนมเข้ามาให้เร็วขึ้น จีโนมฉบับเต็มจะเสร็จในปี 2003 ก่อนเป้าหมายเดิมสองปี

และ “จีโนมฉบับร่าง” จะเสร็จในปี 2001 ปีเดียวกับที่ Celera วางแผนไว้

ศึกชิงจีโนมของจริงกำลังเริ่มขึ้นแล้ว

 

https://x.com/matichonweekly/status/1552197630306177024