โรคเลื่อนลุกลามบอลไทย ฟื้นคืนฉายา ‘ไม้หลักปักขี้เลน’

ช่วงนี้วงการกีฬาไทยผลัดกันหาเรื่องดราม่าได้ไม่หยุดหย่อน ตั้งแต่ วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย กับฟอร์มใน เนชั่นส์ลีก มาจนถึง ตะกร้อไทย ที่พ่ายให้กับ มาเลเซีย เสียแชมป์โลกครั้งแรก

ครั้นวงการฟุตบอลจะอยู่เงียบๆ ก็ใช่ที่ ว่าแล้วเลยจัดดราม่าตูมใหญ่ให้กับแฟนบอลชาวไทยได้ตื่นเต้นกัน

เรื่องของเรื่องมันเกิดจากความไม่มั่นคงของ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ที่สั่งปรับโปรแกรมการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศของฟุตบอลถ้วยทั้งสองรายการกลับไปกลับมาจนทำให้เป็นปัญหาขึ้นมา

เดิมทีแล้วหลังจากที่ฟุตบอล “รีโว่ ไทยลีก 2023/2024” ปิดฤดูกาลในวันที่ 26 พฤษภาคม ก็จะเข้าสู่ช่วงของทีมชาติไทยเก็บตัวเพื่อลงเล่น ฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก รอบสอง กลุ่มซี 2 นัดสุดท้าย ที่จะพบกับ จีน วันที่ 6 มิถุนายน และ สิงคโปร์ วันที่ 11 มิถุนายน

ส่วนฟุตบอลนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วย มีการกำหนดไว้ว่านัดชิง “รีโว่ ลีก คัพ 2023/2024” จะแข่งขันวันที่ 16 มิถุนายน ส่วน “ช้าง เอฟเอ คัพ” จะชิงชนะเลิศในวันที่ 22 มิถุนายน

 

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ในช่วงที่ได้ 4 ทีมเข้ารอบรองชนะเลิศของช้าง เอฟเอ คัพ ทั้ง 4 สโมสรคือ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด, อุดร ยูไนเต็ด, ดราก้อน ปทุมวัน กาญจนบุรี และ สมุทรสาคร ซิตี้ ได้ทำหนังสือถึงสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ และ บริษัท ไทยลีก จำกัด เพื่อขอเลื่อนโปรแกรมนัดชิงชนะเลิศมาเตะเร็วขึ้น โดยมีช่องว่างที่สามารถทำการแข่งขันได้คือวันที่ 1 มิถุนายน โดยที่นักเตะทีมชาติไทยของทรู แบงค็อก จะไปสมทบเพื่อนร่วมทีมเดินทางไปประเทศจีน ในวันที่ 2 มิถุนายน

สาเหตุสำคัญของการเลื่อนโปรแกรมเนื่องจาก 3 ใน 4 ทีมนั้นเป็นทีมระดับไทยลีก 2-3 ที่ปิดฤดูกาลก่อนไทยลีกนานแล้ว แต่ยังต้องเตรียมทีมต่อเพื่อจะลงเล่นในรอบชิงชนะเลิศที่เดิมทีวางเอาไว้กลางเดือนมิถุนายน ไหนจะส่งผลกระทบต่อแผนการเตรียมทีมฤดูกาลใหม่ เพราะทีมที่ได้แชมป์จะต้องลงเล่น เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก อีลิท รอบเพลย์ออฟ ในเดือนกรกฎาคม

ตอนนั้นทางสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ และบริษัทไทยลีก อนุมัติให้เลื่อนโปรแกรมการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศตามคำขอ ทำให้มีการกำหนดวันนัดชิงชนะเลิศช้าง เอฟเอ คัพ เอาไว้ในวันที่ 1 มิถุนายน ที่สนามดราก้อน โซลาร์ ปาร์ค

ต่อมาในศึก รีโว่ ลีก คัพ ที่ลงเตะรอบรองชนะเลิศในวันที่ 22 พฤษภาคมนั้น เมื่อได้คู่ชิงชนะเลิศเป็นการพบกันระหว่าง บีจี ปทุม ยูไนเต็ด พบกับ เมืองทอง ยูไนเต็ด ซึ่งตามโปรแกรมเดิม จะเตะกันวันที่ 16 มิถุนายน

ทั้งสองทีมเมื่อรู้ว่าจะต้องเล่นนัดชิงชนะเลิศในช่วงกลางเดือนมิถุนายน จึงทำเรื่องขอเลื่อนโปรแกรมมาช่วงก่อนเข้าแคมป์ทีมชาติบ้าง แต่ทว่าปัญหาคือทั้งสองทีมมีนักเตะติดทีมชาติรวมกัน 8 คนเลยทีเดียว

แน่นอนว่าถ้าเลื่อนมาแข่งขันช่วงก่อนเข้าโปรแกรมทีมชาติ จะส่งผลเสียหลายอย่าง อาทิ อาจจะทำให้นักเตะคนสำคัญเกิดปัญหาอาการบาดเจ็บ, สภาพร่างกายที่อาจจะไม่ฟิตเต็มร้อย รวมถึง มาซาทาดะ อิชิอิ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย จะขาดนักเตะเข้าแคมป์ไปเกือบครึ่งทีม

 

ทาง “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ในฐานะนายกสมาคม มองเห็นถึงผลกระทบที่ทีมชาติไทยจะได้รับ จึงไม่ยอมให้ทั้งสองทีมเลื่อนโปรแกรมการแข่งขัน แต่ทางฝั่งสโมสรยื่นข้อเปรียบเทียบว่าทางช้าง เอฟเอ คัพ ยังเลื่อนได้เลย ทำไมจึงเลื่อนบ้างไม่ได้

ซึ่งมันกลายเป็นข้อขัดแย้งระหว่างมาดามแป้ง กับ “บอสปิ๊ป” ปวิณ ภิรมย์ภักดี อุปนายกสมาคม ซึ่งเป็นประธานสโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด ทำให้เขาขอลาออกจากตำแหน่งทันที

ด้วยความที่ต้องการง้อน้องชายคนสำคัญให้อยู่ร่วมทำงานใหญ่ด้วยกันก่อน กลางดึกวันที่ 23 พฤษภาคม จึงมีแถลงการณ์เลื่อนนัดชิงชนะเลิศ รีโว่ ลีก คัพ ตามคำขอ มาแข่งขันวันที่ 30 พฤษภาคม แต่ดูเหมือนไม่ทันเพราะปวิณยืนยันที่จะลาออกอยู่ดี

แน่นอนว่าการปรับโปรแกรมรีโว่ ลีก คัพ มาวันที่ 30 พฤษภาคม ทำให้ทีมชาติไทยได้รับผลกระทบ และเกิดเสียงไม่เห็นด้วยอย่างมากมาย เพราะแฟนบอลต้องการให้ทีมชาติไทยเตรียมตัวอย่างดีที่สุดสำหรับฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก 2 นัดสุดท้าย ที่ทีมชาติไทยต้องชนะทั้ง 2 เกม เพื่อลุ้นเข้ารอบ 18 ทีมสุดท้ายต่อไป

 

ซึ่งพอกระแสสังคมมาทางนี้ เช้าวันรุ่งขึ้น มาดามแป้งจึงประชุมสภากรรมการ ก่อนได้ข้อสรุปว่าจะเลื่อนโปรแกรมนัดชิงชนะเลิศทั้งสองรายการอีกครั้ง กลับไปช่วงหลังจบฟุตบอลทีมชาติไทยทั้งหมด (ก่อนจะกำหนดออกมาภายหลังว่า เอฟเอ คัพ ชิงวันที่ 15 มิถุนายน และรีโว่ ลีก คัพ ชิงวันที่ 16 มิถุนายน) พร้อมให้เหตุผลว่าเอาทีมชาติไทยเป็นที่ตั้ง เพื่อให้อิชิอิมีเวลาเตรียมทีมให้ดีที่สุด

เรื่องนี้มันกลายเป็นประเด็นว่าสมาคมไม่มีความแน่นอน คิดอยากจะเปลี่ยนโปรแกรมก็ปรับไปปรับมา ไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบ เพราะต้องอย่าลืมว่า ช้าง เอฟเอ คัพ ที่ประกาศว่าจะเตะนัดชิงวันที่ 1 มิถุนายน ประกาศมาล่วงหน้า 1-2 สัปดาห์ ทำให้สโมสรและแฟนบอลมีการเตรียมตัวกันไประดับหนึ่งแล้ว

เหตุร้ายแรงเลยคือ ดราก้อน ปทุมวัน กาญจนบุรี คู่ชิงชนะเลิศในช้าง เอฟเอ คัพ โมโหถึงกับขู่ว่าจะยอมแพ้บายถ้าหากไม่เตะวันที่ 1 มิถุนายน ตามที่เคยประกาศเอาไว้ แต่สุดท้ายก็สามารถพูดคุยกันได้และยอมทำการแข่งขันในวันที่ 15 มิถุนายนนี้

ส่วนผลกระทบต่อมาก็คงจะเป็นเรื่องของลิขสิทธิ์ไทยลีก ที่เดิมทีมาดามแป้งออกปากชัดว่าดีลกับทรูวิชั่นส์ ไปในทิศทางบวก แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้กับสโมสรทรู แบงค็อก ก็อาจจะทำให้ดีลนี้สะดุดได้

 

บทสรุปของเรื่องนี้เลยต้องย้อนไปที่การวางโปรแกรมที่ไม่มีการคิดคำนวณให้ดีมาตั้งแต่ต้น ของบริษัท ไทยลีก จำกัด รวมถึงสโมสรเองที่เข้าประชุมในการจัดวางโปรแกรม ก็ไม่ทัดทานตั้งแต่แรกว่า การเอานัดชิงชนะเลิศทั้ง 2 รายการมาแข่งขันหลังจากจบฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก จะส่งผลกระทบมากแค่ไหน เพราะตอนนั้นแต่ละสโมสรไม่มีใครคิดว่าตัวเองจะเข้ามาถึงรอบชิงชนะเลิศแล้วจะเป็นผู้ได้รับผลกระทบ!

ส่วนสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ก็ต้องรับผิดชอบเต็มๆ กับการเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ถ้ามีแนวคิดที่จะต้องการทำแบบใดแล้ว ก็ไม่ควรเปลี่ยนแปลงไปตามกระแสต่างๆ

อย่างเช่น ถ้าจะเอาทีมชาติเป็นที่ตั้ง ก็ไม่ควรให้เลื่อนช้าง เอฟเอ คัพ มาก่อนแล้วให้เป็นกรณีเปรียบเทียบสำหรับอีกรายการหนึ่ง

หรือถ้าตัดสินใจจะเลื่อนแล้ว ก็ไม่ควรเลื่อนกลับไปให้เป็นประเด็นขึ้นมา เพราะสุดท้ายมันเข้าข่ายคำว่า “ไม้หลักปักขี้เลน” ที่เป็นมาทุกยุคทุกสมัย

ก็ได้แต่หวังว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะเห็นเรื่องราวแบบนี้เกิดขึ้นกับฟุตบอลไทย ไหนๆ เปลี่ยนผู้บริหารใหม่แล้ว อย่าให้เรื่องเดิมๆ เกิดขึ้นอีกเลย •

 

เขย่าสนาม | Stivie Toon

[email protected]