การรอคอยที่แสนยาวนาน ของเหยื่อเลือดปนเปื้อนครั้งใหญ่ในอังกฤษ

(Photo by BENJAMIN CREMEL / AFP)

หลังจากรอคอยมานานนับสิบปี บรรดาเหยื่อเลือดปนเปื้อนในอังกฤษราว 3,000 คน ก็จะเริ่มได้รับเงินชดเชยกันแล้วในปีนี้

นายริชี ซูนัก นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ออกมากล่าวเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมา แสดงความเสียใจ และขอโทษ กรณีที่หน่วยงานในอังกฤษมีเจตนาในการปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับเลือดปนเปื้อน

จนทำให้มีผู้ติดเชื้อจากไวรัสต่างๆ ที่ปนเปื้อนในเลือดมากถึงราว 30,000 ราย และเสียชีวิตราว 3,000 ราย

พร้อมกับสัญญาว่า จะมอบเงินชดเชยให้กับเหยื่อทุกคน

 

คดีเลือดปนเปื้อนที่แสนยาวนานของอังกฤษนี้ บีบีซีได้เคยรายงานไว้ว่า เริ่มต้นมาจากช่วงกลางทศวรรษ 1970 ที่มีการรักษาโรคฮีโมฟิเลีย หรือโรคเลือดไม่แข็งตัวตามปกติ ซึ่งเป็นโปรเจ็กต์ภายใต้ชื่อ แฟ็กเตอร์ 8/9 ที่เกิดขึ้นเพื่อรักษาผู้ป่วยฮีโมฟิเลียชนิดรุนแรง ให้ได้มีโอกาสกลับมาใช้ชีวิตปกติได้

แต่สำนักงานสาธารณสุขแห่งชาติ (เอ็นเอชเอส) ของอังกฤษไม่สามารถที่จะหาพลาสมาจากคนมาใช้ผลิตได้ จึงต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากสหรัฐอเมริกา

โดยพลาสมาจำนวนมากที่ได้มาจากการบริจาค เช่น จากนักโทษในเรือนจำ และผู้ใช้ยาเสพติด ที่ขายเลือดของตัวเอง

โดยแฟ็กเตอร์ 8 ถูกสร้างขึ้นโดยการนำพลาสมาจากผู้บริจาคมากถึง 40,000 คนมารวมกัน และทำให้เกิดความเข้มข้นมากขึ้น

ซึ่ง ณ เวลานั้น ยังไม่มีการวินิจฉัยในเรื่องเอชไอวี และความเข้าใจเกี่ยวกับโรคตับอักเสบก็มีไม่มาก สหราชอาณาจักรเพิ่งจะมีการคัดกรองส่วนประกอบต่างๆ ที่มาจากเลือดเมื่อปี 1991

ด้วยเหตุนี้ พลาสมาที่ปนเปื้อนด้วยเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดเอ บี ซี และเชื้อเอชไอวี จึงไปอยู่ในร่างกายของผู้ป่วยฮีโมฟิเลียหลายพันคนทั่วสหราชอาณาจักร ในช่วงทศวรรษ 1970 ถึงช่วงต้นทศวรรษ 1990 และทำให้คนเหล่านี้ล้มป่วยลงจำนวนมาก

จนนำไปสู่การกดดันให้รัฐบาลรับผิดชอบต่อเรื่องที่เกิดขึ้น รวมทั้งต่อญาติของเหยื่อที่ต้องเสียชีวิตจากเลือดปนเปื้อนเหล่านั้น

 

นายจอห์น เกลน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวรายงานความคืบหน้าเรื่องนี้ ต่อรัฐสภาอังกฤษ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม ว่า เหยื่อจากเลือดปนเปื้อนเหล่านี้จะได้รับเงินล่วงหน้าก่อน 210,000 ปอนด์ ภายในเวลา 90 วัน และคาดว่า เงินก้อนสุดท้ายจะสามารถเริ่มจ่ายให้ได้ก่อนสิ้นปีนี้

พร้อมย้ำว่า เงินชดเชยนั้นจะได้ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมของเหยื่อแต่ละราย

ข่าวระบุว่า ยังคงมีเหยื่อจากเลือดปนเปื้อนเหล่านี้เสียชีวิตตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา จากเหตุการณ์ที่เรียกได้ว่า เป็นหายนะด้านการรักษาครั้งใหญ่ที่สุดของประวัติศาสตร์การทำงานของเอ็นเอชเอส

โดยรัฐบาลอังกฤษคาดว่า สำหรับผู้ป่วยบางคนที่ต้องติดเชื้อเอชไอวีจากเลือดปนเปื้อนนี้ อาจจะได้รับเงินไม่เกิน 2.6 ล้านปอนด์

นอกจากนี้ เพื่อน หรือญาติ หรือผู้ดูแล บรรดาเหยื่อที่ต้องติดเชื้อจากเลือดปนเปื้อนครั้งนั้น ก็สามารถเรียกเงินชดเชยได้เช่นกัน

นั่นหมายความว่า จากเคสติดเชื้อ 1 ราย จะสามารถมีผู้ขอเงินชดเชยได้หลายคน

 

จอห์น เกลน ระบุว่า ไม่มีการจำกัดเงินในการชดเชยครั้งนี้ว่าจะต้องใช้ทั้งหมดเท่าไหร่ แต่อาจจะมากกว่า 10,000 ล้านปอนด์เลยทีเดียว และเงินที่ได้รับ ก็ไม่ต้องเสียภาษีด้วย

ทั้งนี้ นอกเหนือจากเหยื่อที่ป่วยเป็นฮีโมฟิเลียแล้ว ก็ยังมีผู้ที่ได้รับเลือดเหล่านี้ จากการผ่าตัดอุบัติเหตุ หรือได้รับเชื้อผ่านผู้ที่ได้รับเลือดปนเปื้อนเหล่านี้ผ่านทางสารคัดหลั่ง

ขณะที่โฆษกของนายกรัฐมนตรีอังกฤษบอกว่า รัฐบาลอังกฤษจะทำงานร่วมกันทั้งภาครัฐ ด้านการบริการสาธารณสุข และภาคประชาสังคม เพื่อให้แน่ใจได้ว่า จะไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นในประเทศอังกฤษอีก