“พันธุ์”ที่”กลาย” | สถานีคิดเลขที่ 12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

สถานีคิดเลขที่ 12 | สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

 

“พันธุ์”ที่”กลาย”

 

22 พฤษภาคม 2567 นี้ จะครบ 1ทศวรรษ การรัฐประหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)

เป็น 1ทศวรรษ ที่เราได้แลเห็นความพยายามคณะรัฐประหารจะวิวัฒนาการตนเองเพื่อรักษา”ดีเอ็นเอ”เอาไว้ต่อไป

ที่จำต้องวิวัฒนาการ ก็เพราะ คสช.รู้ดีว่า มิอาจสถาปนาและรักษา”ดีเอเอบริสุทธ์ผุดผ่อง”ของการรัฐประหารเอาไว้ได้

เนื่องจาก”โลก”ส่วนใหญ่ปฏิเสธ”ดีเอ็นเอการปฏิวัติรัฐประหาร”ไปแล้ว

ด้วยเห็นว่า แนวทางอำนาจนิยม เป็นการถอยหลัง มากกว่าก้าวไปข้างหน้า

ที่ผ่านมาเราได้แลเห็นความพยายามดังกล่าว ผ่าน 1)วุฒิสภา 2)พรรคการเมือง

ซึ่งแม้จะสืบทอดอำนาจได้ระดับหนึ่ง แต่ความพยายามนั้นมิได้มีแต่ทาง”บวก”

หากแต่มีภาวะ”กลายพันธุ์”แทรกเข้ามาด้วย

ดังนั้น การรักษาดีเอ็นเอแท้ๆของคสช. ที่มีเป้าหมายทะเยอทะยานที่จะสืบทอดอำนาจ ไม่ต่ำกว่า 2ทศวรรษ หรือมากกว่านั้น(โดยอนุมานจากเป้าหมายยุทธศาสตร์ของชาติ 20 ปี ที่วางกรอบไว้)จึงไม่อาจเป็นตามนั้น

กล่าวสำหรับ วุฒิสภา แม้ดูเหมือนจะบรรลุผล ในการตอบสนอง การสืบทอดอำนาจ ที่มีประสิทธิภาพที่สุด

ทั้งการปกป้องรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่เป็นกลไกสำคัญในการรักษา”อำนาจ”ของคสช.ไว้

ทั้งการแต่งตั้งองค์กรอิสระ ที่เป็นเครื่องมือ ในการสะกัด จำกัด และขจัด ฝ่ายตรงกันข้าม

ที่สำคัญ ส.ว. เป็นเสียงชี้ขาดการตั้งนายกฯและ รัฐบาล ที่แม้ปีกสนับสนุนคณะรัฐประหารจะไม่ชนะเลือกตั้ง แต่ก็สามารถตั้งนายกฯและรัฐบาลได้

แถมตอนนี้ ส.ว. 250 ซึ่งรักษาการรอส.ว.ชุดใหม่ ยังโชว์ฤทธิ์เดช

โดยยื่นถอดถอนนายเศรษฐา ทวีสินและนายพิชิต ชื่นบาน ต่อศาลรัฐธรรมนูญ คาไว้ให้เป็นระเบิดเวลาการเมืองอีกลูก

ทั้งนี้ เมื่อกล่าวถึงส.ว.ใหม่ 200 คน ก็อย่างที่เห็น มีการออกแบบให้ยุ่งยากสลับซับซ้อน จนไม่รู้ว่า 200 ส.ว.ชุดใหม่จะมีโฉมหน้าอย่างไร

แต่ส่วนใหญ่เชื่อว่าพิษร้ายจากคณะรัฐประหารยังน่าจะ”ฝังลึก”อยู่ในดีเอ็นเอของวุฒิสภาใหม่อีกไม่น้อย

ในส่วน”พรรคการเมือง” แม้จะมีความพยายามของฝ่ายคสช. ที่จะสืบทอดอำนาจผ่านช่องทางนี้ อย่างสูง

แต่กระนั้น ในความเป็นการเมือง ที่มีปัจจัยต่างๆเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างมาก

จึงมีปรากการณ์ “กลายพันธุ์”เกิดขึ้นมากเช่นกัน

เป็นภาวะกลายพันธุ์ ที่ทำให้ฝ่ายคสช.ที่หวังจะสืบทอดอำนาจ ผ่านพรรคการเมือง ไม่สมหวังนัก

เห็นจาก พรรคพลังประชารัฐ ที่แม้จะคึกคักในตอนแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไป ก็ต้องเผชิญความแตกแยก นำไปสู่การแยกขั้วอำนาจของ “2ป.”

ป.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พยายามรักษาพลังประชารัฐเอาไว้

ขณะที่ป.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปสร้างพรรครวมไทยสร้างชาติ ขึ้นมาใหม่

แต่ดูเหมือน ทั้ง 2 พรรค จะไม่อาจดำรงความยิ่งใหญ่ เอาไว้ได้

และมีแนวโน้มจะย้อนรอย คณะรัฐประหารอื่น ที่พยายามสร้างพรรคของตนเอง

คือ ที่สุด กลายเป็นพรรคเฉพาะกิจ ต้องสลายตัวไปกับกาลเวลา

พรรคพลังประชารัฐ และรวมไทยสร้างชาติ ก็ส่อ อาการเช่นนั้น

แต่ถามว่าจะถึงกาลเวลาที่ต้องสูญสลายเลยหรือไม่

คำตอบก็คือไม่ ยังมีความพยายาม ดิ้นรนในหลายๆด้าน

รวมถึงข้ามสปีชีย์ไปผสมกับ”ขั้วอริ”เพื่อให้ตนเองมีชีวิตต่อไป

แม้ว่าจะกลายพันธุ์ไปแทบจะจำไม่ได้

แต่ดีเอ็นเอ”คสช.”ยังฝังลึกอยู่ ถึงผ่านมา 10 ปีแล้วแต่ก็ยังคงมี”ฤทธิ์เดช”

—————-