‘คำสารภาพ’ สุดสยอง พิพากษานอกศาล

แรกทีเดียวไม่อยากจะเขียนถึงเรื่อง “เรวัช กลิ่นเกษร” นายตำรวจนอกราชการที่ฟาด “โน้ส อุดม แต้พานิช” อีกเพราะเห็นว่าวิพากษ์วิจารณ์กันยับเยินแล้วทั้งชอบและชัง

แต่พอมาดูคลิปของ “ข่าวสด” ที่ชื่อ ขุดสนั่นคลิป “เรวัช” สอนกระทืบ “โน้ส” ยังไงไม่ให้ตำรวจจับได้

เฮ้ยนั่นไม่ใช่วิสัยผู้ที่เคย “รักษากฎหมาย” ซึ่งมีแต่ต้องมุ่งมั่นระงับยับยั้งการก่ออาชญากรรมแล้ว

ในคลิปนั้น “เรวัช” หรือ พล.ต.ท.เรวัช อดีตผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด หรือ “ผบช.ปส.” กล่าวกับอาจารย์สอนกระบี่กระบองท่านหนึ่งว่า

“ก็ให้ลูกศิษย์เราไปดักตีมันสิ โอ๊ยอาจารย์ อาจารย์อย่างนี้ อาจารย์เอาลูกศิษย์มา เดี๋ยวผมเทรนให้ว่า ทำยังไงจะไม่มีพยานหลักฐาน ทำไงตำรวจจะจับไม่ได้ และไอ้ที่อาจารย์ฝึกกระบี่กระบองดีๆ ดักแม่งเลย มันจะได้ไม่มีปากพูดอีก”

เป็นอดีตตำรวจชั้นผู้ใหญ่ แต่ประกาศสู่สาธารณะว่าจะสอนคนให้ไปประทุษร้ายผู้อื่นโดยที่ตำรวจจับไม่ได้

หากลงมือหนักไป คนที่ถูกดักตีอาจพิการ หรืออาจตาย ก็จะกลายเป็น “คดีพยายามฆ่า” หรือ “ฆ่าคนตาย”

คนที่ลงมือจะถูกดำเนินคดีอาญา ข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา”

ส่วนคนที่สั่งสอนและชี้ช่องโดนหนัก ฐาน “คบคิดวางแผน ฝึกและเตรียมอาวุธที่ใช้ในการฆ่าผู้อื่น”

ถ้าจะบอกว่า “พ่นเอามัน” แต่คนพูดยศ “พลตำรวจโท”

นับเป็น “ทัศนคติ” ที่อันตราย เป็นผลร้ายต่อระบบยุติธรรม!

 

จะว่าไป ชื่อชั้นของคุณเรวัชในวงการตำรวจก็ไม่ได้ดุดันหรือเด่นดังเหมือนชื่อ โสภณ วาราชนนท์ ประชา พรหมนอก วชิระ ทองวิเศษ ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา สมพงษ์ คงเพชรศักดิ์ คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ปรีชา ธิมามนตรี สุชาติ ธีระสวัสดิ์ กับอีกหลายๆ คนที่ไม่เคยปริปากเล่าวีรกรรม

ด้วยความที่ชื่อ “เรวัช” ดุในโซเชียล ทำให้ต้องย้อนดูคลิป “เรวัช”

ถึงแม้จะมีฐานะ “ตำรวจนอกราชการ” แต่สิ่งที่เรวัชกล่าวออกไปแต่ละตอนแต่ละคลิปพัวพันกับองค์กรตำรวจในฐานะ “ต้นธาร” ของกระบวนการยุติธรรม

ดังเช่น คลิปที่ว่าด้วย “ผมยิงก่อน”!

คุณเรวัชบอกว่า “เด็กมันไม่ค่อยตัดสินใจยิง ผมเลยยิงแม่งก่อนเลย งานนี้ผมไม่ได้เป็นผู้ต้องหานะ ท่านเอ็ม (สำนวน) เป็นผู้ต้องหา จบ ก็บอกกับศพว่า จบ กูบอกมึงแล้วว่าอย่าเหยียบถิ่นกู…”

คลิปยูทูปเปิดดูกันได้ทั่วไป และดูได้ทั่วโลก

อีกคลิปชื่อว่า “อย่าให้มันได้ใช้เงิน” คุณเรวัชบอกว่า หลอกชาวบ้านนี่ไม่ชอบเลย คดีอย่างนี้เกิดขึ้น พอตำรวจสั่งฟ้อง อัยการสั่งฟ้อง ไปถึงชั้นศาลมันยอมติดคุก ติดปีสองปี เงินที่โกงมา 10 ล้าน 20 ล้าน 30 ล้านเอาไปให้ญาติพี่น้องซื้อที่ดิน…ผมว่าคนอย่างนี้ไม่ควรให้อยู่ในโลกใบนี้ อย่าให้มันได้ใช้เงิน

ที่ท้าทายระบบยุติธรรมไทยอย่างมากคือคลิปที่ชื่อว่า “สะเดาะเคราะห์-ส่งไปเกิดใหม่ไม่ต่ำกว่า 90 ศพ”

เรวัช บอกว่า

“ผมนี่ตัวจ๊าบนะ คำว่าตัวจ๊าบคือตัวแสบในการปราบปรามยาเสพติด เพราะผมวิสามัญฯ (วิสามัญฆาตกรรม : คดีที่ผู้ต้องหาถูกเจ้าพนักงานฆ่าโดยไม่เจตนา) คนที่มันชั่วเป็นผู้ต้องหามาแล้ว 90 ศพ ผมมากที่สุดในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่รวมที่ กูมองว่า มึงเหี้ย แล้วกูไว้ไม่ได้ เอาไปเผา และแอบยิงทิ้งรวม 600-700 นี่อัดเทปไว้ได้ ว่าไปเลย เพราะผมอาจจะคุยโม้ก็ได้ แต่ที่มีพยานหลักฐานแน่ชัด ที่อัยการสั่งไม่ฟ้องว่าผมป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุในการยิงต่อสู้กับคนร้าย 90 ศพ ถือว่าผมตัวจ๊าบมั้ย ไม่มีใครมากกว่าผมมั้ย… ไม่มี”

ต้องยอมรับว่า คลิปนี้จ๊าบจริงๆ!

แต่ไม่ควรจะลืมว่า ตามประมวลกฎหมายอาญา (ป.อาญา) นั้น คดีที่มีโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต และจำคุก 20 ปี “มีอายุความ 20 ปี”

และคดีที่มีโทษจำคุกต่ำกว่า 7 ปี แต่ไม่ถึง 20 ปี “มีอายุความ 15 ปี”

 

“เรวัช กลิ่นเกษร” เป็น ผบช.ปส. 2 ปี คือระหว่างตุลาคม 2557 – สิ้นกันยายน 2559 ในยุครัฐบาลที่มาจากรัฐประหาร จนถึงวันนี้ยังไม่ถึง 10 ปี

คดีทั้งหมดยังไม่สิ้นอายุความ

“เรวัช” ในฐานะตำรวจไม่ว่ายศต่ำยศสูงก็เป็นเจ้าพนักงาน “ชั้นต้น” ของกระบวนการยุติธรรม

กฎหมายไม่ได้ให้มีอำนาจหน้าที่ “ตัดสินชี้ขาดคดี”!

ให้สอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานทุกชนิด

ถึงจะเป็น “ตัวจ๊าบ” ก็ไม่สามารถจะชี้เป็นชี้ตายชีวิตของ “ผู้ต้องหา” รายใด

ไม่เช่นนั้นแล้ว กระบวนการยุติธรรมจะมี “อัยการ” และ “ศาล” เอาไว้ทำไม

ยิ่งคำว่า “กูมอง”!

แค่ “กูมองว่า มึงเหี้ย” จะถึงขั้นด่วนตัดสินชี้ขาดว่า …กูไว้ไม่ได้ เอาไปเผา และแอบยิงทิ้งรวม 600-700

นั่นมัน “ระบบยุติธรรม” ในประเทศใด!?

ถ้าผู้กระทำมี “เจตนา” ที่จะทำให้ผู้ถูกฆ่าถึงแก่ความตายก็เป็นการ “ฆ่าคนตายโดยเจตนา” ป.อาญา มาตรา 288 วางโทษตั้งแต่ประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 15-20 ปี

สมมุติว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง -คดีคนที่หายไป คดีคนที่ตายไป ตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน “ยังไม่ขาดอายุความ” ลูก เมีย พ่อแม่ ญาติพี่น้อง สามารถทวงถามให้รื้อฟื้น เพรียกหาความยุติธรรมได้

สมมุติว่า “เอาไปเผาและแอบยิงทิ้งรวม 600-700” เป็นเรื่องจริง ต้องนับว่าแม้แต่มือประหารชีวิตของราชทัณฑ์ระดับ “เพชฌฆาตในตำนาน” อย่าง “ประถม เครือเพ่ง” ก็ยังเทียบไม่ได้

จะต่างกันก็ที่คนหนึ่งกระทำในนาม “กฎหมาย” กับอีกคนกระทำ “นอกกฎหมาย”

ถ้าทุกคำพูดของ “เรวัช” เป็นความจริง จะสาหัสและร้ายแรงยิ่งกว่าการประกาศสอนคนให้ไปดักตีหัว “โน้ส อุดม” หลายเท่านัก

จากนี้ไป คำสารภาพของ “ตัวจ๊าบ” ที่ “พิพากษานอกศาล” คงจะทำให้ระบบยุติธรรมไทยมีชื่อกระฉ่อนโลก!?!!!