แนวโน้มใน ‘พลังความสิ้นหวัง’

ดูเหมือนว่าความเป็นไปของโลกที่ไม่เอื้อให้มนุษย์สามารถมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุข นับวันจะชัดเจนขึ้น

ภาพรวมคือสภาวะอากาศที่เลยจากนิยามของ “โลกร้อน” กลายเป็น “โลกเดือด”ก่อปรากฏการณ์ประหลาดแบบไม่เคยพบเคยเห็น

อย่างเช่น ความเปลี่ยนแปลงสนามพลังแม่เหล็กของโลก โรคระบาดใหม่ๆ และอะไรต่ออะไรอีกหลายอย่าง

หลายเรื่องกระทบต่อวิถีชีวิตผู้คน ส่งผลต่อทัศนคติที่เป็นต้นทางความคิดในการใช้ชีวิตแปรเปลี่ยนไปจากคนในสมัยเดิมๆ อย่างมาก

“คนรุ่นใหม่” ดูจะรับรู้ถึงผลกระทบกันทั่วหน้า จะเห็นได้จากการรับรู้ถึงสภาวะสิ้นหวังต่อการสร้างเนื้อสร้างตัว การสร้างอนาคตที่ดี เหมือนกับที่คนรุ่นก่อนๆ เคยทำได้

โลกเริ่มพูดถึงโอกาสในชีวิตของ Gen Z คนอายุ 22 ถึง 24 ปี ถี่ขึ้น

มีข้อมูลว่า Charlie Wise หัวหน้าฝ่ายวิจัยและให้คำปรึกษาทั่วโลกของ TransUnion ของสหรัฐอมริกา ระบุว่า คน Gen Z ใช้จ่ายสินค้าในราคาที่สูงเป็นสัดส่วนใหญ่ของรายได้ โดยเฉพาะค่าเช่าบ้านที่เป็นส่วนสำคัญมาก เพิ่มขึ้นของค่าเช่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ค่าอาหารการกิน ราคาน้ำมัน การเดินทาง ทุกอย่างล้วนมีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

เงินเฟ้อที่ไม่ยอมลดลงง่ายๆ ทำให้ราคาทุกอย่างพุ่งสูงขึ้น ตั้งแต่น้ำมัน ไปจนถึงอาหาร อัตราดอกเบี้ยที่สูงที่สุดในรอบ 23 ปี ก็ทำให้ดอกเบี้ยเงินกู้รถยนต์ เงินกู้นักศึกษา และเงินกู้บ้านพุ่งตามไปด้วย

 

สําหรับชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในประเทศไทยเรา “สุรพล โอภาสเสถียร” ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ หรือเครดิตบูโร ได้เปิดเผยว่า ในไตรมาสที่ 1/2567 เกี่ยวกับสินเชื่อบัตรเครดิต มีประเด็นที่น่ากังวลหลายเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับเพิ่มยอดชำระขั้นต่ำเป็น 8% ตั้งแต่ต้นปี 2567 ซึ่งส่งผลให้เกิดหนี้เสียเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ตัวเลข ณ มีนาคม 2567 ยอดหนี้บัตรเครดิต 5.5 แสนล้านบาท จาก 24 ล้านใบ สิ่งที่น่ากังวลคือจำนวนบัตรเครดิตที่เป็น NPLs พุ่งสูงถึง 1 ล้านใบ คิดเป็นมูลหนี้ 6.4 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.6% จากปีก่อน ยิ่งไปกว่านั้น หนี้กำลังจะเสีย (SM) ก็พุ่งสูงเช่นกัน โดยมีจำนวนบัตรที่ชำระหนี้ติดขัดถึง 1.9 แสนใบ คิดเป็นมูลหนี้ 1.2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 32.4% จากปีก่อน และ 20.6% จากสิ้นปี 2566

ตัวเลขเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนว่า หากไม่มีการควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด สถานการณ์หนี้เสียอาจลุกลามบานปลายและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง

หลายวงสนทนาพูดถึงยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว “การสร้างฐานะ” โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมาย ปัจจัยสำคัญที่ฉุดรั้งคนรุ่นใหม่ไม่ให้ก้าวไปสู่ความมั่นคงทางการเงินคือ ภาวะเศรษฐกิจถดถอย : เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว โอกาสในการหางานลดลง ค่าครองชีพพุ่งสูง เงินเดือนไม่สอดคล้องกับค่าใช้จ่าย ส่งผลต่อการวางแผนอนาคต, ตลาดงานแข่งขันสูงตำแหน่งงานมีจำกัด ต้องเผชิญกับภาวะว่างงาน หรือทำงานที่ไม่ตรงกับสายงานที่เรียนมา, คนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยเริ่มต้นชีวิตด้วยภาระหนี้สินจากการกู้ยืมเพื่อการศึกษา ค่าใช้จ่ายส่วนตัว หรือค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน, เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ส่งผลต่อทักษะที่ตลาดงานต้องการ

ความยากลำบากในการประคับประคองชีวิตให้อยู่ได้ของคนรุ่นใหม่เหล่านี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยรัฐบาลที่มีความรู้ความสามารถ เข้าใจปัญหา วิธีการแก้ไข และทุ่มเทเข้าบริหารจัดการอย่างถูกทางอย่างจริงจัง

ด้วยว่าหากปล่อยให้คนรุ่นใหม่ดำเนินชีวิตไปอย่างสิ้นหวัง ผลที่จะตามมาคืออนาคตของชาติจะสิ้นหวังไปด้วย

 

ภาพสะท้อนเสียงตอบรับการจัดการของรัฐเรื่องหนึ่งคือ “การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ”

“นิด้าโพล” สำรวจล่าสุดเรื่อง “ค่าแรงขึ้น…คุ้มมั้ย กับค่าแกง?”

ในคำถาม “การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำจะคุ้มกับค่าอาหารและค่าครองชีพในปัจจุบันหรือไม่” แล้วร้อยละ 60.84 เชื่อว่าไม่คุ้มกับค่าอาหาร ค่าครองชีพที่อาจจะสูงขึ้น,ร้อยละ 23.97 เชื่อว่าคุ้ม, ร้อยละ 9.46 ระบุว่า เชื่อว่าไม่ใช่เหตุผลหลัก ร้อยละ 4.89 เชื่อว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ, ร้อยละ 0.84 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

สะท้อนว่าวิธีการที่เคยได้ผลทางจิตวิทยาให้คนวัยเริ่มทำงานมีความหวังต่ออนาคตมากขึ้นนั้น ถึงวันนี้เป็นวิธีการที่ไม่ได้สร้างความหวังให้คนส่วนใหญ่อีกต่อไปแล้ว

คนรุ่นใหม่ซึ่งจะเป็นฐานพลังตัดสินทางการเมือง หากถูกปล่อยไว้ในสภาวะสิ้นหวังในการสร้างฐานะ สร้างอนาคตเช่นนี้ ย่อมเป็นเรื่องที่น่าสนใจยิ่ง ว่าความเป็นไปของประเทศจะถูกกดดันให้เคลื่อนไปในทิศทางไหน