ถอดรหัสเกมไฟท์ ‘บิ๊กโจ๊ก’ กระบวนท่าสู้ทางกฎหมาย ลุ้น! คัมแบ๊กสีกากี

“เหตุการณ์ทั้งหมดที่มันเกิดขึ้นเพราะมีคนอยากเป็น ผบ.ตร. ผมถึงบอกว่าถ้าอยากเป็นมาคุยกับผมตรงๆ ผมจะได้พาไปกราบ พล.ต.อ.เผ่า (ศรียานนท์ อดีตอธิบดีกรมตำรวจ) ผมนักเลงอยู่แล้ว แต่ไม่ควรใช้วิธีการแบบนี้ แต่เมื่อใช้วิธีการแบบนี้มันจะย้อนกลับไป ตัวท่านจะติดคุกเอง” พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. กล่าวไว้เมื่อวันที่ 24 เมษายน

ไม่แน่ใจว่าบิ๊กโจ๊กหมายถึงใคร?

แต่ถ้าหมายถึง “บิ๊กต่าย” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.รรท.ผบ.ตร.)

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา ในฐานะ รรท.ผบ.ตร. “ผู้นำขัดตาทัพ” ได้เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลัยสักการะอนุสาวรีย์ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ เนื่องในโอกาสวันสถาปนากองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ครบรอบปีที่ 71 แล้ว

โดย “บิ๊กต่าย” ไปสักการะ พล.ต.อ.เผ่า ในการทำปฏิบัติหน้าที่ รรท.ผบ.ตร. ไม่ต้องอาศัย “บิ๊กโจ๊ก” พาไปกราบ

 

สําหรับสถานการณ์ดับเครื่องชนของ “รอง ผบ.ตร.หนุ่ม” ตกเป็นผู้ต้องหาคดีฟอกเงินเว็บพนันออนไลน์ แล้วมีคำสั่งพ้นจากราชการไว้ก่อน พร้อมถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงทำผิดวินัยร้ายแรง ที่มี พล.ต.อ.สราวุฒิ การพานิช รอง ผบ.ตร. หรือ “รองวู้ดดี้” เป็นประธานนั้น

เจ้าตัวได้เดินสายไปยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร.ในฐานะหัวหน้าชุดพนักงานสอบสวนและคณะพนักงานสอบสวนที่เกี่ยวกับคดีการฟอกเงินจากเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์กว่า 200 ชีวิต ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อคัดค้านการใช้หลักฐานตรวจสอบเส้นทางการเงินของพนักงานสอบสวนทั้ง สน.ทุ่งมหาเมฆและเตาปูน

รวมทั้งอุทธรณ์คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) และคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) “ปม” รรท.ผบ.ตร.ให้ออกจากราชการ เพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าว

ปรากฏว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีในฐานะประธาน ก.ตร. ได้ส่งเรื่องให้ฝ่ายวินัย และฝ่ายกฎหมายไปพิจารณาตรวจสอบให้รอบคอบเพื่อให้ความเป็นธรรมแล้วมารายงานให้ที่ประชุม ก.ตร.ครั้งต่อไปทราบ

ในส่วน ก.พ.ค.ตร. อยู่ในขั้นตอนนำคำอุทธรณ์ของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ส่งให้ รรท.ผบ.ตร. แก้คำอุทธรณ์ใน 30 วัน แล้วส่งสำเนาให้ ก.พ.ค.ตร. และบิ๊กโจ๊ก ในฐานะผู้อุทธรณ์

 

ทั้งนี้ ก.พ.ค.ตร.เป็นระบบไต่สวนให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย

ผลการพิจารณา ก.พ.ค.ตร. สามารถออกมาได้ 4 แนวทาง คือ

1. ยกอุทธรณ์

2. ยกเลิกคำสั่งลงโทษ และให้เยียวยาความเสียหายให้ผู้อุทธรณ์

3. ให้ดำเนินการอื่นใดเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม แต่จะมีคำวินิจฉัยให้เพิ่มโทษไม่ได้ แต่เห็นสมควรเยียวยาความเสียหายให้ผู้อุทธรณ์

และ 4. ดำเนินการเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม โดยให้คำนึงถึงความเสียหายที่ชัดแจ้งซึ่งผู้อุทธรณ์ได้รับ รวมทั้งสิทธิประโยชน์ของผู้อุทธรณ์ที่พึงได้รับตามกฎหมาย

ทั้งนี้ ผู้ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยสามารถอุทธรณ์ศาลปกครองสูงสุดต่อได้

ส่วนคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงทำผิดวินัยร้ายแรงที่ พล.ต.อ สราวุฒิ เป็นประธาน ออกหมายเรียก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กับตำรวจอีก 4 นาย ประกอบด้วย พ.ต.อ.กิตติชัย สังขถาวร รอง ผบก.ภ.จว.สงขลา, พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ รอง ผกก.ป.สภ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ, ส.ต.อ.ณัฐวุฒิ หวัดแวว ผบ.หมู่ จร. งาน จร.โครงการพระราชดำริ 1 กก.6 บก.จร., ส.ต.อ.ณัฐนันท์ ชูจักร ผบ.หมู่ งานสายตรวจ 1 กก.1 บก.จร. เข้ารับทราบข้อหาการกระทำความผิดวินัยร้ายแรง เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา

มีรายงานว่าตำรวจใกล้ชิด พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ทั้ง 4 นายทยอยเดินทางมาให้ปากคำ

แต่ไร้เงาของผู้เป็น “นาย”

 

หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยว่า น่าจะเป็นกระบวนท่าการต่อสู้ทางกฎหมายของบิ๊กโจ๊กอีกหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ต้องออกหมายเรียกถึง 3 ครั้ง จนในที่สุดศาลออกหมายจับถึงได้ไปรับทราบข้อกล่าวหาฟอกเงินเว็บพนันออนไลน์

ที่สำคัญก่อนหน้าหนึ่งวัน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ได้เปิดเผยว่า คณะกรรมการที่มี “รองวู้ดดี้” เป็นประธาน จำนวน 14 คน ถูกคณะผู้กล่าวหาของบิ๊กโจ๊กทั้ง 5 นาย ยื่นหนังสือร้องเรียนคัดค้านขอเปลี่ยนตัว 9 คน

ได้ยกเหตุผลว่า เนื่องจากเคยเป็นคู่กรณีกันมาก่อน เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม

รรท.ผบ.ตร.บอกว่าถือเป็นสิทธิผู้ถูกกล่าวหาสามารถร้องคัดค้านกรรมการมีส่วนได้เสียหรือไม่ ตามกฎ ก.ตร.ได้

พร้อมเผยว่า ขณะนี้สั่งการให้กองวินัยพิจารณาและเสนอว่ากรรมการบางคนขาดคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ใน ก.ตร.หรือไม่ ถ้าขัดต้องให้ความเป็นธรรมกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ และดูว่ากรรมการที่เหลือจะสามารถสอบสวนต่อไปได้หรือไม่ หรือจำเป็นต้องเพิ่มคณะกรรมการเพื่อให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหาหรือไม่ อย่างไร

ทั้งหมดอยู่ระหว่างกระบวนการที่กองวินัยจะพิจารณา เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และรอบคอบที่สุด ว่ากรรมการที่ถูกคัดค้านมีคุณสมบัติขัดหรือไม่

ดังนั้น จึงอนุมานได้ว่าเป็นที่มาหนึ่งในเหตุผลว่า ทำไมบิ๊กโจ๊กถึงไม่โผล่ไปรับทราบข้อหาการกระทำผิดวินัยร้ายแรง ของคณะกรรมการชุด พล.ต.อ.สราวุฒิ

 

อีกทั้งเหตุผลหนึ่ง คือ รอการประชุม ก.ตร.ครั้งหน้า ที่ “นายกฯ เศรษฐา” ในฐานะประธาน ก.ตร. ได้ส่งเรื่องให้ฝ่ายวินัย และฝ่ายกฎหมายไปพิจารณาตรวจสอบคำสั่งให้พ้นราชการไว้ก่อนของ “รอง ผบ.ตร.หนุ่ม” เป็นธรรมหรือไม่

รวมทั้งอีกสถานการณ์ที่จะมีผลต่อ “บิ๊กโจ๊ก” คือ การแถลงผลคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงตรวจสอบปัญหาความขัดแย้งภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ “บิ๊กฉิ่ง” นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน ที่ พล.ต.อ.วินัย ทองสอง อดีตรอง ผบ.ตร. สวมหมวก “ก.ตร.” อีกใบ จะแถลงภายในสัปดาห์นี้ แต่เลื่อนแถลงไปวันที่ 13 พฤษภาคม

ทั้งหมดจะค่อยคลี่คลายให้ว่า “บิ๊กโจ๊ก” จะได้คัมแบ๊กเครื่องแบบสีกากีอีกครั้งหรือไม่