THE MINISTRY OF UNGENTLEMANLY WARFARE | ‘มิชชั่นอิมพอสสิเบิล’

นพมาส แววหงส์

เอกสารที่ประทับตรา “ลับ” (Classified) ของอังกฤษ ว่าด้วย Special Operations Executive (SOE) ได้รับการยกเลิกการปกปิดเมื่อ พ.ศ.2559 (ค.ศ.2016)

“เอกสารลับทางราชการ” จะมีระยะเวลาอยู่ช่วงหนึ่งซึ่งกฎหมายคุ้มครองให้ปกปิดไว้จากสายตาสาธารณะ ซึ่งก็แล้วแต่จะกำหนดไว้ล่วงหน้า ไม่ว่าจะ 10, 20, 30, 50, 80 หรือ 100 ปี

หลังจากระยะเวลาที่กำหนดไว้–ซึ่งหมายถึงว่าการเปิดเผยต่อสาธารณชนจะไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อองค์กร ความมั่นคงของหน่วยงานหรือประโยชน์สุขส่วนรวมอีกต่อไปแล้ว–เอกสารนั้นๆ ก็จะ “ได้รับการถอดถอนหรือยกเลิกจากการปกปิดเป็นเรื่องลับ” (declassified)

ซึ่งหมายความว่าสาธารณชนสามารถนำมาเปิดเผยได้ เข้าไปอ่าน ศึกษา หรือทำการวิจัยได้โดยเสรี

เอกสารว่าด้วย SOE เป็นเรื่องของภารกิจพิเศษที่นายกรัฐมนตรีอังกฤษในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองสั่งการให้ปฏิบัติการนอกประเทศเป็นเรื่องลับเฉพาะ โดยไม่ได้รับการรับรองหรือสนับสนุนจากคณะรัฐมนตรี

นายกรัฐมนตรีวินสตัน เชอร์ชิล วางเดิมพันสำหรับภารกิจพิเศษ SOE หมดหน้าตัก ด้วยตำแหน่งหน้าที่ อาชีพทางการเมืองและอนาคตของตนซึ่งอาจถูกฟ้องร้องและดำเนินคดีได้ หากภารกิจลับนี้แพร่งพรายออกไปถึงหูคนนอก

SOE เป็นองค์กรลับที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อต่อต้านพลานุภาพทางการทหารของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ซึ่งรุกรานและครอบครองยุโรปได้แทบจะเบ็ดเสร็จเด็ดขาดบนภาคพื้นทวีปยุโรป เหลืออยู่แต่เกาะอังกฤษเท่านั้นที่ยังคงยืนหยัดไม่ยอมแพ้ต่อกองทัพนาซี มิไยที่ผู้นำการทหารของอังกฤษล้วนเห็นว่าอังกฤษควรยอมจำนนต่อฮิตเลอร์เสีย

พูดง่ายๆ ก็คือ ผู้นำกองทัพขณะนั้น-นำโดย พล.ร.อ.ดัดลีย์ พาวนด์ (ไซมอน เพส์ลีย์ เดย์)–มองไม่เห็นว่าอังกฤษจะชนะสงครามหรือประคับประคองตัวให้รอดพ้นจากแสนยานุภาพของนาซีได้อย่างไร การขัดขืนต่อต้านไปจึงรังแต่จะสร้างความสูญเสียแก่ประเทศชาติและเลือดเนื้อของคนอังกฤษอย่างสุดจะประมาณ

ทว่า ด้วยความทระนงในศักดิ์ศรีเยี่ยงคนอังกฤษ วินสตัน เชอร์ชิล ยังคงยืนหยัดจะต่อสู้ต่อไป รวมทั้งมีคำสั่งลับสั่งการให้จัดตั้งหน่วยงานภารกิจพิเศษนี้ ซึ่งมีหน้าที่ปฏิบัติการนอกแบบแผน หรือทำการรบนอกรูปแบบโดยไม่ต้องคำนึงถึงความเป็นผู้ดีหรือสุภาพบุรุษกันละ

จุดมุ่งหมายคือ วินาศกรรมและจารกรรมในดินแดนข้าศึก รวมทั้งสนับสนุนขบวนการต่อต้านในดินแดนที่ถูกนาซียึดครอง

ข้อมูลบอกถึงปฏิบัติการนอกคอกนานาสารพันในภารกิจบ้าบิ่นเสี่ยงตาย เช่น ระเบิดสะพาน ทำลายการขนส่งเสบียง และสอดแนมข่าวสารข้อมูลลับของศัตรู ซึ่งต้องใช้ความกล้าหาญ ไหวพริบปฏิภาณ และฝีมืออันเฉียบคมอหังการหลายด้าน

หนังวางท้องเรื่องไว้ในเดือนมกราคม ค.ศ.1942 ซึ่งสหรัฐอเมริกาเพิ่งจะตัดสินใจเข้าร่วมรบกับฝ่ายสัมพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังจากโดนเครื่องบินญี่ปุ่นถล่มเพิร์ลฮาร์เบอร์ที่เกาะฮาวาย

เป็นการเปิดฉากสมรภูมิในภาคพื้นมหาสมุทรแปซิฟิก

ขณะที่ภาคพื้นมหาสมุทรแอตแลนติกยังคงเป็นพื้นที่ครอบครองของนาซี พร้อมด้วยกองทัพเรือดำน้ำเยอรมันที่เรียกว่า เรืออู (u-boats) กระจายอยู่ทั่ว เป็นการยากที่สหรัฐจะส่งกองกำลังมาช่วยรบหรือปลดปล่อยยุโรปจากการยึดครองของนาซี

เมื่อเป็นปฏิบัติการใต้ดิน หน่วยงาน SOE ภายใต้การนำของพลจัตวากับบินส์ (แครี่ เอลเวส) เจ้าของฉายา “เอ็ม” จึงต้องสรรหาทีมงาน “นอกรูปแบบ” จากพวกขบถ พวกเหลือขอ และพวกแหกกฎ ซึ่งตั้งเป้าไว้จุดเดียวที่การปฏิบัติการให้สำเร็จให้ได้ โดยไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคที่ขวางหน้าอยู่

ทีมงานมิชชั่นอิมพอสสิเบิลนี้ นำทีมโดย กัส มาร์ช-ฟิลลิปส์ (ซูเปอร์แมน เฮนรี คาวิลล์) ซึ่งถูกขังลืมจากการแหกกฎอัยการศึก และขอลูกทีมพิเศษโดยเฉพาะเจาะจงตัว

ภารกิจคือการทำลายเรือพลาธิการของนาซีที่คอยส่งเสบียงให้กองเรืออูทั่วแอตแลนติก ซึ่งจอดอยู่เบื้องหลังแนวข้าศึกริมฝั่งทวีปแอฟริกา

ทีมงานสนับสนุนที่ร่วมภารกิจนี้ คือ เฮรอน (แบ๊บส์ โอลูซันโมคุน) เจ้าของกาสิโน และมาร์จอรี (ไอซา กอนซาเลส) สาวงามเจ้าเสน่ห์ที่คอยเบี่ยงเบนความสนใจของนายทหารนาซีไปจากปฏิบัติซึ่งเริ่มด้วยการตั้งเป้าไว้ที่วินาศกรรมเรือพลาธิการ และต่อมาย้ายเป้าไปสู่การขโมยเรือลำมหึมาไปใต้จมูกของพวกนาซี

ทั้งหลายทั้งปวงนี้ก็ด้วยความเก่งกาจแบบพระเอกกลุ่มเล็กๆ ในภารกิจแบบมิชชั่นอิมพอสสิเบิล ซึ่ง “พอสสิเบิล” ไปแล้วด้วยข้อพิสูจน์ทางประวัติศาสตร์

แม้จะมีคำอ้างว่า “สร้างจากเรื่องจริง” แต่หนังเรื่องนี้ก็ไม่ได้สนใจจะเดินเรื่องให้สมจริง เป็นหนัง “เพื่อความบันเทิง” แท้ๆ มุ่งหน้าเอาสะใจเข้าว่า

พวกพระเอกจำนวนไม่กี่คน เก่งกล้าสามารถต่อกรและสยบกองกำลังนาซีนับร้อย แบบไม่มีสูญเสียเลือดเนื้อฝ่ายพระเอกเลย ส่วนนาซีก็ล้มตายกันเป็นว่าเล่น

ที่น่าสนใจอีกประเด็นคือนายทหารชั้นผู้น้อยที่เป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วย SOE นี้ มีชื่อว่า เอียน เฟลมิง (เฟร็ดดี ฟ็อกซ์) และหัวหน้าหน่วยงานลับนี้มีชื่อเรียกว่า “เอ็ม”

ใช่แล้วค่ะ ในเวลาต่อมา เอียน เฟลมิง จะกลายเป็นนักเขียนนวนิยายจารกรรมลือชื่อในชุดเจมส์ บอนด์ และแรงบันดาลใจของยอดสายลับบันลือโลก เจมส์ บอนด์ คือ กัส มาร์ช ฟิลลิปส์ ซูเปอร์แมนของเราในหนังเรื่องนี้นี่เอง

หัวหน้าหน่วยสืบราชการลับ MI 6 ในนิยายเจมส์ บอนด์ ก็มีชื่อที่เรียกด้วยอักษรย่อว่า “เอ็ม” เสียด้วยสิ

ไม่ได้แนะนำให้ดูเป็นพิเศษนะคะ เพราะเป็นหนังบันเทิงล้วนๆ ตามแบบฉบับเท่ๆ แกมตลกของผู้กำกับฯ กาย ริชชี แต่ถ้าชอบหนังแนวนี้ก็คงไม่ผิดหวังละค่ะ เพราะโปรดักชั่นก็ดูได้ไม่ขัดตา… •

THE MINISTRY OF UNGENTLEMANLY WARFARE

กำกับการแสดง

Guy Ritchie

แสดงนำ

Henry Cavill

Alan Ritchson

Alex Pettyfer

Eiza Gonzales

Babs Olusanmokun

Cary Elwes

Rory Kinnear

Til Schweiger

ภาพยนตร์ | นพมาส แววหงส์