ดาวพฤหัสฯ (ทางโหราศาสตร์ไทย) ย้ายราศี

บทความพิเศษ | ภัณธิภร วงษ์จันทร์เพ็ญ

รองผู้อำนวยการสถาบันโหราศาสตร์สากลและยูเรเนียนแห่งประเทศไทย

email : [email protected]

Facebook : Classical and Uranian Astrology Thailand

วรเชษฐ์ ตียเกษม ที่ปรึกษา

 

ดาวพฤหัสฯ (ทางโหราศาสตร์ไทย) ย้ายราศี

 

“ดาวพฤหัสฯ ย้ายราศี” มีการเผยแพร่ข้อมูลในเรื่องนี้ในโลกโซเชียลมากมายจนเกิดเป็นกระแสดาวพฤหัสฯ ย้ายราศี เพื่อให้เกิดความเข้าใจให้กระจ่างในการย้ายราศีของดาวพฤหัสฯ อันเป็นดาวพฤหัสฯ ในทางโหราศาสตร์ไทย ซึ่งย้ายในวันที่ 30 เมษายน 2567 เวลา 12.45 น.

ดาวพฤหัสฯ (Jupiter) เป็นศุภเคราะห์ ขนาดดาวใหญ่ ส่งผลในด้านดีต่อดวงชะตา โดยทั่วๆ ไปความหมายของดาวพฤหัสฯ ในโหราศาสตร์หมายถึง การขยายตัว ความสำเร็จ ความสุข ความสมบูรณ์ โชคลาภ เงินทอง เป็นต้น ดาวพฤหัสฯ มีอัตราการโคจรเฉลี่ย 1 ปี ต่อ 1 ราศี

ขณะที่กำลังนั่งพิมพ์บทความนี้ ตำแหน่งดาวพฤหัสฯ สถิต 22 องศา 30 ลิปดา ราศีพฤษภ (ณ วันที่ 24 เมษายน พ.ศ.2567 เวลา 07:39 น. ตามเวลามาตรฐานประเทศไทย (105E) จากโปรแกรม Solar Fire) โหราศาสตร์มี 2 ระบบ คือ สายนะ (Tropical Zodiac) เป็นระบบจักรราศีเคลื่อนที่ และนิรายนะ (Sidereal Zodiac) เป็นระบบจักรราศีไม่เคลื่อนที่

ในประเทศไทยนิยมศึกษาโหราศาสตร์ดังนี้ โหราศาสตร์ไทย โหราศาสตร์สากล โหราศาสตร์ยูเรเนียน โหราศาสตร์จีน โหราศาสตร์ภารตะ เป็นต้น

โหราศาสตร์ไทย นำตำแหน่งดาวมาจากการคำนวณตามคัมภีร์สุริยยาตร์ (อาจารย์ พล.ต.บุนนาค ทองเนียม ท่านเรียกว่า “ดาวหมอดู”)

โหราศาสตร์สากลและโหราศาสตร์ยูเรเนียน ใช้ตำแหน่งดาวมาจาก “ดาวจริงบนท้องฟ้า” ส่วนโหราศาสตร์ระบบนิรายนะ ก็ใช้ตำแหน่งดาวจริง แต่ลบด้วยค่าอายนางศะ บางท่านเรียกว่า ตัดค่าอายนางศะก็ได้ นิยมใช้ ลาหิลี (Lahiri) = 24 องศา 11 ลิปดา 49 ลิปดา ณ วันที่ 30/4/67 เวลา 12.45 น.

เมื่อโหราศาสตร์แต่ละประเภทใช้ตำแหน่งดาวตามที่กล่าวมาข้างต้นแตกต่างกัน จึงทำให้เมื่อดาวพฤหัสฯ โคจรไปเรื่อยๆ ก็จะ “ย้ายราศี” (Ingress) ไม่ตรงกัน (ณ วันเวลา) ดังนี้

โหราศาสตร์ไทย ดาวพฤหัสฯ ย้ายเข้าราศีพฤษภ 30 เมษายน พ.ศ.2567 เวลา 12:45น. ตามเวลามาตรฐานประเทศไทย (105E)

โหราศาสตร์สากล และยูเรเนียน ที่ไม่ใช้ค่าอายนางศะ ตำแหน่งดาวพฤหัสฯ ณ วันที่ 30 เมษายน พ.ศ.2567 เวลา 12:45 = 23 องศา 56 ลิปดา ราศีพฤษภ

ปกติผู้ที่ศึกษาโหราศาสตร์ไทยนิยมใช้ปฏิทินโหร ของอาจารย์ ทองเจือ อ่างแก้ว ซึ่งดาวพฤหัสฯ ที่แสดงไว้ในปฏิทินเกิดจากการคำนวณตามคัมภีร์สุริยยาตร์ (ศึกษาเพิ่มเติมจากหนังสือคัมภีร์สุริยยาตร์ ตามแนวทางอาจารย์ พล.ต.บุนนาค ทองเนียม เรียบเรียงโดย ภัณธิภร วงษ์จันทร์เพ็ญ)

โหราศาสตร์สากลและโหราศาสตร์ยูเรเนียน ดาวพฤหัสฯ ย้ายเข้าราศีพฤษภ วันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ.2566 เวลา 00:19:49 น. ตามเวลามาตรฐานประเทศไทย (105E) ภาพจากโปรแกรม Solar Fire หรือเปิดจากปฏิทินราฟาเอล (แต่ต้อง +7 ชั่วโมงด้วย) เป็นต้น -แสดงโปรแกรม Solar fire

ดังนั้น เมื่อเข้าใจโหราศาสตร์แต่ละระบบ ตลอดจนตำแหน่งดาวที่นำมาใช้ ก็จะไม่เกิดความสับสนว่า เหตุใด? ดาวพฤหัสฯ จึงย้ายเข้าสู่ราศีไม่ตรงวันและเวลาเดียวกัน จะเห็นได้ว่า ดาวพฤหัสฯ ย้ายครั้งนี้โคจรเข้าสู่ราศีพฤษภ เป็นราศีการเงินของโลก

จึงขอนำบทพยากรณ์ดวงชะตาประเทศไทยมากล่าวเพิ่มเติมดังนี้

ดวงชะตาประเทศไทย

ดวงชะตาประเทศไทยปีนี้จะเกิดความเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ ที่จะส่งผลกระทบโดยตรงอย่างเห็นได้ชัดเจนกับการเมือง การบริหารประเทศของนายกฯ หลังจากรัฐบาลเข้ามารับตำแหน่งบริหารประเทศได้ 3 เดือนเศษๆ ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนเพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจ พยายามผลักดันนโยบายต่างๆ ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในเรื่องปากท้อง รัฐพยายามลดค่าครองชีพ ลดราคาพลังงาน แก้ไขหนี้นอกและในระบบ ล้วนแล้วเป็นปัญหาใหญ่ๆ ที่เรื้อรังมานานนับตั้งแต่เกิดวิกฤตโควิด-19 ทุกเรื่องต้องใช้เวลายืดเยื้อ ยาวนาน

ตลาดหุ้นไทยยังคงผันผวน ตลาดหุ้นและเศรษฐกิจไทยก็ยังไม่ได้กระเตื้องขึ้น นักลงทุนไม่มีความเชื่อมั่นในหลายๆ ด้าน จากช่วงกลางเดือนธันวาคมปีที่แล้วมาเริ่มดิ่งเหว สู่ระดับที่ดัชนีต่ำสุดมาแล้วในช่วงปลายปีที่แล้ว เป็นจุดที่ต้องเฝ้าระวังความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นได้อีกในปีหน้า โดยเฉพาะรอยต่อช่วงแต่ละไตรมาส ตลาดเงิน และตลาดทุน ยังต้องมีการลงทุนอย่างรอบคอบ

อสังหาริมทรัพย์ซบเซา ยอดขายไม่พุ่งตามเป้า คนส่วนใหญ่มีปัญหาหนี้สินครัวเรือนเพิ่มขึ้น การกู้ธนาคารซื้อบ้านยังมีปัญหาการปฏิเสธการปล่อยกู้จำนวนมาก เรื่องต่างชาติซื้อที่ดินต้องเข้มงวดในด้านกฎหมาย จะส่งผลกระทบต่อความเข้มงวดในการขยายตัวภาคเศรษฐกิจอื่นๆ

การท่องเที่ยวยังเป็นรายได้หลักที่จะช่วยฟื้นฟูและพยุงเศรษฐกิจไทยไว้ได้ ภาครัฐต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นในด้านความปลอดภัยและหาวิธีการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวให้มากยิ่งขึ้น

ส่วนการลงทุนจากต่างชาติยังไม่เห็นผลชัดเจน แต่จะมีการย้ายฐานการผลิตไปประเทศอื่นๆ และการส่งออกสินค้าไทยยังไม่สามารถทำรายได้กลับมาดีตามเป้าหมาย

ให้ระวังเรื่องเงินดิจิทัลและเงินสกุลดิจิทัลที่ยังไม่เป็นที่ยอมรับในการใช้จ่าย