ปัญหาเมื่อแผนไม่นิ่ง

ปริญญา ตรีน้อยใส

เคยมีคนเล่นคำ การวางแผนหรือการวางผัง ที่มาจากภาษาอังกฤษ คือ planning ว่า แผนนิ่ง หรือ ผังนิ่ง ที่ความหมายเปลี่ยนเป็น มีแค่การคิดแก้ปัญหาหรือเตรียมการ แต่จะนิ่งเฉย ไม่ดำเนินการใดๆ เลยทำให้เรื่องต่างๆ โดยเฉพาะปัญหายังมีอยู่เหมือนเดิม

เหมือนอย่าง โครงการโรงไฟฟ้าปรมาณู ที่เคยมีการศึกษาและวางแผนเมื่อนานมาแล้ว แต่แผนก็นิ่ง เงียบหายไปด้วยเหตุผลต่างๆ

หรืออย่างโครงการท่าอากาศยานสุวรรณภูมินั้น วางแผนและนิ่งอยู่นานหลายสิบปี กว่าจะลงมือทำตามแผนและผัง จนแล้วเสร็จสร้างรายได้เข้าประเทศ

ในภาคเอกชน การวางแผนไม่ค่อยนิ่ง เพราะต้องอยู่รอด แต่ถ้าเป็นภาครัฐ ข้าราชการอยู่รอดเสมอ เลยนิ่งเฉยไม่ทำอะไร หรือทำ แต่เป็นแผนแทรก แผนซ้อน แผนซ้อนแผน จนวุ่นวาย เกิดการเปลี่ยนแปลงน้อยมาก ถ้าเทียบกับผลประโยชน์ส่วนบุคคล

ปัญหาแผนนิ่ง แผนหาย จึงเป็นเรื่องปกติในบ้านเรา ชาวบ้านต้องเข้าใจ และทำใจยอมรับสภาพ ตามคำที่ใช้ คิดเสียว่าเป็นการวางแผนวางผังแบบไทย

 

แต่เมื่อเร็วๆ นี้ เกิดกรณีศึกษาน่าสนใจ เกิดปรากฏการณ์แปลก ด้วยแผนที่วางไว้ไม่นิ่ง และมีการดำเนินงานตามแผน แต่กลับได้รับคำร้องเรียน ล้อเลียน หรือว่าร้าย

โครงการที่ว่าคือ โครงการถนนเจ็ดชั่วโคตร ที่กำลังไวรัลในสื่อดิจิทัลและอะนาล็อก

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบ ก็มิได้ชี้แจงให้ข้อมูลที่ถูกต้อง โดยเฉพาะแผนงานและการดำเนินงาน ที่น่าจะได้รับการชื่นชมยินดี ว่าเป็นความก้าวหน้า ไม่ได้นิ่งเหมือนโครงการอื่น พื้นที่อื่น

เลยทำให้ไม่มีใครรู้ว่า ทำไมพื้นที่นี้ หรือคนในพื้นที่ ทำไมได้ผลประโยชน์ ได้รับการเอาใจใส่มากกว่าพื้นที่อื่น หรือคนในพื้นที่อื่น

ด้วยแผนพัฒนาถนนพระรามที่ 2 นั้น มีมานาน มีมากมายหลายโครงการ และดำเนินแล้วเสร็จตลอดมา

 

คงต้องย้อนไปตอนวางแผนสร้างทางหลวงไปภาคใต้ คือถนนเพชรเกษม เส้นทางนั้นต้องอ้อมน้อย อ้อมใหญ่ ไปไกลถึงนครปฐม ราชบุรี ด้วยสภาพดินบริเวณใกล้ชายทะเล อ่อนรับน้ำหนักได้น้อย

ต่อมา เมื่อจะสร้างทางหลวงเพิ่ม คือ ถนนพระรามที่ 2 จึงวางแผนสร้างเป็นทางยกระดับ เหมือนทางพิเศษบูรพาวิถี ที่อยู่บนเสาสูงเหนือทางหลวงบางนา-ตราด ในเวลานี้

แต่ด้วยสภาพเศรษฐกิจของไทยในตอนนั้น รัฐบาลมีงบประมาณไม่มากนัก จึงจำใจสร้างเป็นทางหลวงบนดิน เหมือนสายอื่น โดยยอมรับสภาพว่า จะต้องมี แผนงานซ่อมปรับระดับเป็นประจำ

เมื่อแนวถนนจากธนบุรีถึงปากท่อนั้น สั้นกว่าถนนเพชรเกษมเดิม จึงได้รับความนิยมอย่างมาก จนปริมาณการจราจรมากเกินแผนที่วางไว้ จึงมีแผนงานและก่อสร้าง เพิ่มช่องทางจราจร จากสองทางวิ่ง เป็นสี่ทางวิ่ง

ขณะเดียวกัน การพัฒนาเมืองแบบไทยไม่เหมือนที่อื่น แนวถนนพระรามที่ 2 จึงเปิดพื้นที่ให้มีการสร้างตึกแถว หมู่บ้านจัดสรร ร้านค้า โรงงาน ศูนย์การค้า ตลอดเส้นทาง จนการจราจรคับคั่งติดขัด เพื่อลดปัญหาทางสัญจรหลัก จึงมีแผนและก่อสร้างทางคู่ขนานเพิ่มขึ้น

ถนนพระรามที่ 2 มีความยาวถึง 84.04 กิโลเมตร ยังข้ามแม่น้ำลำคลองมากมาย อีกทั้งผ่านชุมชนต่างๆ จึงต้องสร้างสะพาน และทยอยสร้างสะพานลอยคนข้าม ทางต่างระดับ และเกือกม้ายกระดับสำหรับกลับรถ

จนสุดท้าย ก็ต้องสร้างทางยกระดับเหนือแนวถนนเดิม ซึ่งยากและวุ่นวาย เนื่องจากมีโครงสร้างต่างๆ มากมาย

จึงกลายเป็นว่า แผนงานและการก่อสร้างที่มากมายและเกิดขึ้นต่อเนื่องตลอดมา ทำให้ชาวบ้านเข้าใจว่า มีแผนงานเดียว การก่อสร้างเดียว ที่ยาวนานไม่แล้วเสร็จสักที

จึงกลายเป็นว่า หน่วยงานรับผิดชอบ มีแต่วิศวกร ไม่มีช่างสื่อสารองค์กร หรือสื่อมวลชน เลยทำให้ผลงานดีๆ ถูกวิจารณ์จนเสียหาย •

 

มองบ้านมองเมือง | ปริญญา ตรีน้อยใส