ธุรกิจพอดีคำ : “สามคำถาม กับ วันปีใหม่”

กวีวุฒิ เต็มภูวภัทรfacebook.com/eightandahalfsentences

ส่งท้ายปีเก่า ปี พ.ศ.2560

เมื่อเดือนที่ผ่านมา ผมกับเพื่อนๆ ได้มีโอกาสขึ้นไปกราบท่าน ว.วชิรเมธี ที่ไร่เชิญตะวัน จังหวัดเชียงราย

ตอนเช้าตรู่ อากาศเย็น หมอกเพิ่งเริ่มจาง แสงอาทิตย์เริ่มสาดส่อง เสียงนกร้องกัน เป็นสัญญาณของเช้าวันใหม่

หลังจากกราบพระพุทธรูปเสร็จแล้วสักครู่

ท่าน ว.วชิรเมธี ก็เดินทางมาถึงที่ “อุโบสถ”

“ขอโทษทีนะ ที่อาตมามาช้า ไปเตรียมงานต้อนรับคุณตูน บอดี้สแลม มา คุณตูนจะวิ่งผ่านมาที่ “ไร่เชิญตะวัน” แห่งนี้ โยมท่านใดสนใจมาร่วมงานบุญครั้งนี้ ก็ขอเรียนเชิญนะ”

ท่าน ว. ทักทายกับคณะของเรา พร้อมรอยยิ้ม แล้วเทศน์ต่อ

“ดูจากหน้าค่าตาแล้ว คงจะไม่ต้องสอนอะไรกันมากแต่จะขอเทศน์สักหนึ่งเรื่องที่คิดว่ามีความสำคัญกับพวกเรา”

แล้วท่านก็ถามพวกเราว่า

“พวกโยมคิดว่า อะไรง่ายที่สุด อะไรยากที่สุด และอะไรยิ่งใหญ่ที่สุด ในโลกใบนี้”

นักบวชฮินดู นักบวชอิสลาม และนักวิจารณ์ฝีปากกล้า รวมทั้งหมดสามคน

เขาทั้งสามติดฝนอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ต้องค้างแรม ณ หมู่บ้านแห่งนี้

บ้านเล็กๆ ที่ทั้งสามคนมาขอชาวบ้านอยู่อาศัยนั้น มีที่นอนรับรองเพียงพอสำหรับคนเพียงสองคน

หากแต่ว่าในโรงเลี้ยงสัตว์ ยังคงมีที่เพียงพอสำหรับคนอีกหนึ่งคน

ทั้งสามคนมองหน้ากัน

นักบวชฮินดูจึงเสียสละ ขออาสาไปนอนใน “โรงเลี้ยงสัตว์”

เพียงแค่หนึ่งชั่วโมงผ่านไป

นักบวชอิสลามและนักวิจารณ์ฝีปากกล้า ได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้น

พอเปิดประตูออกมา ก็พบว่า “นักบวชฮินดู” กลับมา

“ฉันเพิ่งรู้ว่าในโรงเลี้ยงสัตว์มีวัวอาศัยอยู่ด้วย ฉันพยายามข่มตานอน แต่ก็ไม่สามารถหลับได้ ฉันไม่สามารถนอนในที่เดียวกันกับสัตว์ที่เปรียบเสมือนเทพเจ้าของฉันได้จริงๆ”

นักบวชอิสลามและนักวิจารณ์ฝีปากกล้า ได้ยินดังนั้น ก็หันมามองหน้ากัน

“จริงสินะ วัวคือสัตว์เทพเจ้าของชาวฮินดู” นักบวชอิสลามคิดในใจ

นักบวชอิสลามจึงขออาสาไปนอนใน “โรงเลี้ยงสัตว์” เอง

หนึ่งชั่วโมงผ่านไป มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นอีก

พอเปิดประตูออกมาก็พบกับ “นักบวชอิสลาม”

“ขอโทษจริงๆ ฉันไม่รู้ว่า ในโรงเลี้ยงสัตว์แห่งนั้นมีสุกรอยู่ด้วย ฉันไม่สามารถจะนอนกับพวกมันได้จริงๆ เป็นสัตว์ที่น่ารังเกียจเป็นที่สุด สำหรับชาวอิสลาม”

นักบวชฮินดูและนักวิจารณ์ฝีปากกล้ามองหน้ากัน

“นักบวชพวกนี้นี่ เรื่องมากจริงๆ เป็นนักบวชเสียเปล่า” นักวิจารณ์ฝีปากกล้าคิดในใจ

เขาจึงอาสาไปนอนในโรงเลี้ยงสัตว์เอง

เพียงแค่ 10 นาทีผ่านไป ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น

นักบวชฮินดูและนักบวชมุสลิม ที่ยังไม่ทันได้ล้มตัวลงนอน จึงเดินมาเปิดประตู

พอประตูเปิดออก กลับพบว่าเป็น “หมูและวัว” ทั้งหลายที่ขอมานอนในบ้าน

วิจารณ์มากๆ เป็นนิสัยติดตัว จนสัตว์สี่เท้ายังทนไม่ได้

นี่แหละ “สิ่งที่ง่ายที่สุด” ในโลกนี้

งานวิจัยที่โด่งดังเกี่ยวกับเรื่อง “ความตาย”

กลุ่มนักวิจัยได้ไปสอบถาม “บุคคลใกล้ตาย” หลายร้อยคน

แล้วถามคำถามว่า “ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ คุณอยากจะกลับไปแก้สิ่งใด”

ไม่ว่าผู้ตอบจะมีฐานะดี มีชื่อเสียงมากเพียงไร

คำตอบที่ได้ มักจะไม่ต่างจากคนทั่วๆ ไปที่ถูกถาม

ไม่มีใครตอบว่า “ฉันอยากจะทำงานให้มากกว่านี้”

หรือ “อยากจะร่ำรวยให้มากกว่านี้”

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับ “ความตาย”

คำตอบของคนเหล่านี้ กลับกลายเป็น

“ฉันอยากตามหาสิ่งที่ตัวเองรักให้มากกว่านี้”

“ฉันอยากจะมีความกล้าลงมือทำสิ่งที่ฝันไว้”

“ฉันอยากจะใช้เวลาอยู่กับคนรัก เพื่อนฝูง ให้มากกว่านี้”

ความตายเป็นยาขมเตือนใจให้คนเราเริ่ม “รู้จักตัวเอง”

สิ่งนี้จึง “ยากที่สุด” ในความเป็นมนุษย์

ท่าน ว.วชิรเมธี ถามพวกเราว่า

“รู้มั้ย ทำไมคุณตูนถึงทำให้คนที่ไม่รู้จักกัน มาบริจาคในสิ่งที่เขาทำได้เป็นพันล้านบาท”

พวกเราที่นั่งฟังเทศน์ ก็ได้แต่บ่นงึมงำ ตอบในลำคอ

“อาตมาเชื่อว่า เป็นสิ่งเดียวกันที่ทำให้มหาตมะ คานธี นำพาอิสรภาพมาสู่ชาวอินเดีย หรือ มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ นำมาพาศักดิ์ศรีกลับมาสู่ชาวผิวสีในสหรัฐอเมริกา”

ตอนที่ผมเขียนบทความนี้ พี่ตูนก็วิ่งเข้าเส้นชัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ท่าน ว.วชิรเมธี ได้พบกับพี่ตูนก่อนหน้านี้หนึ่งวัน

และบอกกับพี่ตูนเมื่อเจอว่า

“อยู่เพื่อตัวเอง อยู่แค่สิ้นใจ อยู่เพื่อคนทั่วไป อยู่ชั่วฟ้าดินสลาย”

ความปรารถนาดีต่อผู้อื่น จะทำให้โลกนี้น่าอยู่

ความเมตตากรุณา จะทำให้โลกนี้ดีขึ้น

“ความรัก” นั่นแหละ คือสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

ปีใหม่ปีนี้ หลายท่านคงจะกำลัง “วางแผน” ทำสิ่งใหม่ๆ

ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไร

จงลดการ “วิจารณ์”

เพิ่มการ “พิจารณาตัวเอง”

และลงมือทำบางอย่าง เพื่อ “ผู้อื่น”

สวัสดีปีใหม่ 2561 ครับ