แก่นของความเป็นมนุษย์ ในเรื่องสั้นรางวัลมติชนอวอร์ด : กรณี หมวกของอาฮัด

บทความพิเศษ | พิณพิพัฒน ศรีทวี

 

แก่นของความเป็นมนุษย์

ในเรื่องสั้นรางวัลมติชนอวอร์ด

: กรณี หมวกของอาฮัด

 

การประกวดรางวัลมติชนอวอร์ด ปี 4 ประจำปี 2558 นั้น ประเภทเรื่องสั้นทั่วไป รางวัลชนะเลิศ ได้แก่เรื่อง “เสื้อผ้า” เขียนโดย “จารี จันทราภา” รางวัลรองชนะเลิศ ได้แก่เรื่อง “หมวกของอาฮัด” เขียนโดย “ศิริ มะลิแย้ม” รางวัลชมเชย ได้แก่เรื่อง “ดอกชบาสีแดง” เขียนโดย “ด้นถอยหลัง”

ประเภทเรื่องสั้นวิทยาศาสตร์ รางวัลชนะเลิศ ได้แก่เรื่อง “สัจนิรันดร์ของวันอาทิตย์” เขียนโดย “ณพรรธน์ ตรีผลาวิเศษกุล” รางวัลรองชนะเลิศ ได้แก่เรื่อง “จิตประภัสสรของมนุษย์กล” เขียนโดย “เคียงพิณ” และรางวัลชมเชย ได้แก่เรื่อง “ปีกปีศาจ” เขียนโดย “เงาจันทร์”

ขณะที่ประเภทกวีนิพนธ์ รางวัลชนะเลิศ ได้แก่เรื่อง “ฝุ่น” เขียนโดย “ผการัมย์ งามธันวา” รางวัลรองชนะเลิศ ได้แก่เรื่อง “กิ่งที่ปลายเกาะ” เขียนโดย “ชานนที” และรางวัลชมเชย ได้แก่เรื่อง “ย่า” เขียนโดย “พ.พาน”

หมวกของอาฮัด

“หมวกของอาฮัด” เรื่องสั้นของศิริ มะลิแย้ม ซึ่งได้รับรางวัลรองชนะเลิศ ประเภทเรื่องสั้นทั่วไป เผยแพร่ครั้งแรกในมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 31 กรกฎาคม-6 สิงหาคม 2558 ปีที่ 35 ฉบับที่ 1824 ก่อนที่จะรวมเล่มใน “สัจนิรันดร์ของวันอาทิตย์” (สำนักพิมพ์มติชน, มีนาคม 2559) ร่วมกับเรื่องสั้นและบทกวีที่ได้รับรางวัลในปีนั้น ก่อนที่ศิริ มะลิแย้ม จะนำมาตีพิมพ์อีกครั้งในรวมเรื่องสั้น นักออกแบบห้วงมายากาล (กรกฎาคม 2565) ซึ่งเป็นรวมเรื่องสั้นเล่มแรกของเขาเอง ดังนั้น บทความนี้จึงขออ้างอิงจาก ‘นักออกแบบห้วงมายากาล’ เป็นหลัก

เนื้อหาโดยรวมเป็นเรื่องของอาฮัด ชายมุสลิมที่มีอาชีพเป็นช่างเย็บหมวกกาปิเยาะห์ ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซึ่งผู้เขียนกำหนดให้เป็นหมู่บ้านในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นพื้นที่ในวรรณกรรมซึ่งศิริ มะลิแย้ม กำหนดไว้อย่างจงใจ เพื่อเป็นเครื่องมือนำไปสู่จุดมุ่งหมายของเนื้อสาร หรือแก่นแกนของเรื่อง

อาฮัดกลับจากเมืองเมกกะ หรือ มักกะฮ หลังจากน้องชายกับน้องสะใภ้ถูกยิงเสียชีวิต และพ่อของเขาตายในกองเพลิงที่ลุกไหม้โรงเรียน การกลับมาของอาฮัดนำความแปลกใจมาสู่หมู่บ้าน นั่นคือเขาพาเอาหมวกลายผีเสื้อมาจากเมืองมักกะฮ และเอาแจกคนทั่วหมู่บ้าน ซึ่งดูไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย

“อามินายืนมองด้วยสงสัยว่าทำไมช่างเย็บหมวกอย่างเขาต้องหอบกะปิเยาะห์มากมายมาจากมักกะฮให้ลำบาก แม้กะปิเยาะห์เหล่านี้สวยแปลกตาก็จริง แต่เขาเป็นช่าง สามารถเย็บกะปิเยาะห์จำนวนเท่าไหร่ก็ได้ในหมู่บ้านนี้…” (หน้า 27)

 

แก่นของความเป็นมนุษย์

ของชาวอัตถิภาวนิยม

‘อัตถิภาวนิยม’ สารนุกรมปรัชญาให้คำอธิบายถึงแนวคิดนี้ว่า

“เป็นลัทธิที่ถือว่าการค้นคว้าหาสารัตถะ ทำให้ผู้คิด ออกจากความเป็นจริง ความเป็นจริงที่แท้ก็คือ ‘อัตถิภาวะ’ ของแต่ละบุคคลซึ่งมีสิ่งแวดล้อมและสภาพซึ่งตนเองได้สะสมไว้โดยการตัดสินใจเลือก” นักปรัชญาที่สำคัญของลัทธินี้ เช่น เซอเรน เคียร์เคอกอร์ (S?ren Kierkegaard), คาร์ล แจสเปอร์ส (Karl Jaspers), มาร์ทีน ไฮเด็กเกอร์ (Martin Heidegger), ฌ็อง-ปอล ซาทร์ (Jean-Paul Sartre) และ เกเบรียล มาร์เซล (Gabriel Marcel) นักปรัชญาอัตถิภาวนิยมไม่ตั้งใจเสนอคำสอนให้ใครยอมรับเป็นสัจธรรม แต่เสนอเพื่อปลุกใจและกระตุ้นให้ผู้อ่านคิดสร้างปรัชญาของตนขึ้นมาเอง มีวิธีการมองเห็นปัญหาของตนเอง และมีวิธีการหาคำตอบให้แก่ตนเอง รวมความว่าผู้เขียนปรัชญาอัตถิภาวนิยมเขียนอย่างเป็นตัวของตัวเอง เพื่อให้ผู้อ่านรู้จักเป็นตัวของตัวเองด้วย (phttps://th.wikipedia.org/wiki)

สมภาร พรมทา กล่าวถึง แนวคิดแก่นของความเป็นมนุษย์ ในมุมมองของ ‘ชาวอัตถิภาวนิยม’ ไว้ในหนังสือ ‘มนุษย์กับการแสวงหาความจริงและความหมายของชีวิต’ (สำนักพิมพ์พุทธชาด, มีนาคม 2538) ว่า

“ชาวอัตถิภาวนิยมเชื่อว่า หากใช้เกณฑ์ที่กล่าวข้างต้นตรวจสอบธรรมชาติภายในของเราไปเรื่อยๆ เราจะพบว่ามีสิ่งหนึ่งที่หากมนุษย์ไม่มีแล้ว มนุษย์ก็ไม่ควรเรียกว่ามนุษย์ สิ่งนี้คือเสรีภาพหรืออิสรภาพ…” (หน้า 104)

 

เสรีภาพของตัวละคร

ในเรื่องสั้น หมวกของอาฮัด ตัวละครต่างเลือกที่จะใช้ชีวิตต่างกันไป เสมือนภาพแทนของมนุษย์ในสังคม ไม่เว้นแม้แต่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งบางพื้นที่แม้จะไม่สงบแต่บางคนเลือกที่จะอยู่ในบ้านเกิดตลอดไป

“อามินา ฟังแม่นะ แม่บอกแล้วไงว่า เป็นไปไม่ได้ที่ย่าตัสนีมจะย้ายไปอยู่ที่อื่น อย่าว่าแต่มักกะฮเลย แม้จะให้ย้ายออกไปอยู่จังหวัด อำเภอ หรือตำบลอื่นในประเทศนี้ ย่าตัสนีมก็ไม่ย้ายออกจากหมู่บ้านนี้แน่นอน” (หน้า 25-26)

ศิริ มะลิแย้ม กำหนดให้หมวกลายผีเสื้อของอาฮัดเป็นเสมือนสัญลักษณ์แห่งเสรีภาพ และให้ตัวละครอย่างอาฮัดแจกสัญลักษณ์แห่งเสรีภาพไปทั่วหมู่บ้าน กระทั่งในเวลาต่อมามีชายหนุ่มคนหนึ่งถูกยิงตาย และมีข่าวลือว่า ผู้ต้องสงสัยในเหตุการณ์ร้ายนี้สวมหมวกกะปิเยาะห์ลายผีเสื้อ

คำถามคือ ตัวละครที่เป็นฝ่ายก่อการร้าย มีเสรีภาพที่จะสวมหมวกลายผีเสื้อ และกระทำเช่นนั้นได้หรือไม่? หรือแท้จริงแล้วการกระทำนั้นเป็นการหลอกตัวเองว่า มั่นคง เป็นแก่นแกนของชีวิต ไม่เคยตั้งคำถามถึงการเลือกที่พ้นไปจากขนบหรือความเชื่อที่เป็นปฏิปักษ์กับสังคม จนนำพาไปสู่การเดินตามเส้นทางที่ถูกกำหนด และซัดทิ้งความรับผิดชอบไว้กับผู้กำหนด โดยตนไม่จำเป็นต้องรู้สึกว่าการกระทำเช่นนั้นผิดมนุษยธรรมใดๆ

แต่สมภาร พรมทา และชาวอัตถิภาวนิยม หาคิดเช่นนั้นไม่ กล่าวคือ

“การเดินไปตามเส้นทางที่เหมือนๆ กับคนอื่นทำให้เรารู้สึกว่าชีวิตมั่นคง และนี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้คนส่วนใหญ่ปฏิเสธการใช้เสรีภาพ ปฏิเสธการเลือก การทำตัวให้เข้ากับคนส่วนใหญ่ ให้เข้ากับค่านิยม จารีตประเพณี และวัฒนธรรมของสังคม แม้จะทำให้เรารู้สึกว่าชีวิตของเราปลอดภัยและไม่ต้องรับผิดชอบชีวิตด้วยตัวของเราเองเต็มที่ แต่สิ่งนี้ก็ทำให้เราสูญเสียสิ่งที่มีค่าสูงสุดในชีวิตคือ เสรีภาพและการเลือก” (หน้า 106-107)

 

แก่นความเป็นมนุษย์ของอาฮัด

ศิริ มะลิแย้ม กำหนดให้อาฮัดแสดงความเข้าใจถ่องแท้ในแก่นของความเป็นมนุษย์อย่างเดียวกับชาวอัตถิภาวนิยม โดยอาฮัดแม้เป็นชายมุสลิมในหมู่บ้านเล็กๆ ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่เขาเลือกที่จะออกไปไกลโพ้นถึงเมืองมักกะฮ ประเทศซาอุดิอาระเบีย กาลต่อมาแม้ว่าเขาต้องกลับสู่ภูมิลำเนา แต่ยังเลือกที่จะขนหมวกที่มีรูปผีเสื้อกลับมามากมายและแจกจ่ายราวกับแจกจ่ายปีกแห่งเสรีภาพ กระทั่งกลายเป็นสัญลักษณ์ทางเสรีภาพ ซึ่งศิริ มะลิแย้ม ก็เผยถึงประเด็นนี้อย่างโจ้งแจ้งเช่นกัน

“ผู้คนจำนวนมากแห่สวมกะปิเยาะห์ลายผีเสื้อ ใช้กล้องหน้าโทรศัพท์ถ่ายรูปตัวเองแล้วโพสต์ลงเฟซบุ๊ก เพื่อเรียกร้องในเชิงสัญลักษณ์” (หน้า 35)

แก่นของความเป็นมนุษย์ของอาฮัด อยู่ที่การแสวงหาเสรีภาพและการเลือกกระทำด้วยตนเอง แต่ทว่า เสรีภาพอาจไม่นำมาซึ่งความสุขเสมอไป กรณีอาฮัด เขาก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงเสียชีวิต ตอนที่วิ่งหนีโดยแบกกระสอบใส่หมวกลายผีเสื้อไปด้วย

ดังนั้น เรื่องสั้น หมวกของอาฮัด จึงอาจพอชวนใคร่ครวญว่า เราควรเลือกที่จะมีเสรีภาพแบบไหนกัน โดยมีความสุขและไม่ละทิ้งความเป็นมนุษย์ หรือแท้แล้ว แก่นของความเป็นมนุษย์คือเสรีภาพ โดยไม่ต้องคำนึงถึงเหตุผลอื่นใด หากเป็นเช่นนั้น ในสังคมปัจจุบันที่ยึดโยงความสัมพันธ์เอาไว้ด้วยกำหนดกฎเกณฑ์ต่างๆ มากมาย เราสูญเสียความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริงไปแล้ว?