“ฮิโรมิ อูเอฮารา” และแจ๊ซดนตรีที่เชิดชูความเป็นมนุษย์ ในหนังเรื่อง Blue Giant

ฮิโรมิ อูเอฮารา

Blue Giant เป็นมังงะเซเน็ง (Seinen Manga การ์ตูนญี่ปุ่นที่มีผู้ชายวัย 18-25 ปีเป็นกลุ่มเป้าหมาย) ผลงานการสร้างสรรค์ของ ชินอิจิ อิชิซึกะ ที่เล่าเรื่องของ มิยาโมโตะ ได ชายหนุ่มจากเมืองเซ็นไดที่ตั้งปณิธานเอาไว้ว่าจะต้องเป็นศิลปินแจ๊ซอันดับหนึ่งของโลกให้ได้และเดินทางมายังกรุงโตเกียวเพื่อสานฝันนั้น

Blue Giant ตีพิมพ์ลงแม็กกาซีน Big Comic ของทางสำนักพิมพ์โชกากุคังในระหว่างปี 2013-2016

และถือเป็นมังงะที่ประสบความสำเร็จอย่างมากจนมีการตีพิมพ์ออกมาเป็นซีรีส์ภาคต่อตามมาอีกหลายครั้ง

Blue Giant เป็นมังงะที่มีการดำเนินที่น่าติดตาม ความมุ่งมั่นอย่างไม่ย่อท้อในการเป่าเทเนอร์แซ็กโซโฟนของเขาสร้างทักษะการด้นสด (Improvise) ซึ่งเป็นคุณลักษณะที่สำคัญที่สุดของดนตรีแจ๊ซออกมาได้อย่างน่าทึ่ง

ซึ่งความหลงใหลในดนตรีแจ๊ซอย่างลึกซึ้งของได ทำให้เขาได้รับการยอมรับจาก วาซาเบะ ยูริโนกิ มือเปียโนแจ๊ซอัจฉริยะ ในการตั้งวงที่มีชื่อว่า JASS ร่วมกัน

ก่อนที่จะได้ ทามาดะ ชุนจิ เพื่อนสมัยเรียนมัธยมมาเป็นสมาชิกร่วมวงในตำแหน่งมือกลองโดยที่ทามาดะต้องหัดเล่นกลองตั้งแต่ขั้นพื้นฐานไปจนถึงขั้นสูงด้วยตัวเอง

มังงะแนวดนตรีถึงแม้ว่าจะมีลายเส้นที่สวยงามและมีการดำเนินเรื่องที่น่าติดตามมากแค่ไหนก็ตาม แต่ในขณะที่อ่านตัวหนังสือไม่อาจจะส่งเสียงออกมาเป็นเพลงให้ฟังได้

มังงะวงดนตรีแนวร็อกอาจจะจินตนาการถึงเสียงดนตรีได้ไม่ยากนัก

แต่ไม่ใช่สำหรับดนตรีแจ๊ซ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับดนตรีในแนวคูลแจ๊ซ, บีบ็อบ, ฮาร์ดบ็อบ หรือโมแดลแจ๊ซ

ศิลปินแจ๊ซที่ถูกอ้างอิงถึงในหนังเรื่อง Blue Giant มีทั้ง ไมล์ เดวิส, ซอนนี โรลลินส์, จอห์น โคลเทรน, บิล อีแวนส์ และ อาร์ต เบลกกี มือกลองแจ๊ซที่เคยร่วมงานกับนักดนตรีแจ๊ซระดับตำนานอย่าง ธีโลเนียส มังก์, ชาร์ลี ปาร์กเกอร์ และ ดิซซี กิลเลสพี มาแล้ว

ความท้าทายสำหรับผู้สร้างหนังเรื่องนี้นอกจากงานวิชวลที่งดงามตระการตา

แล้วก็ยังอยู่ที่การเฟ้นหานักแต่งเพลงที่จะเป็นผู้แปลเปลี่ยนภาพและตัวอักษรในมังงะให้กลายมาเป็นเสียงดนตรีแจ๊ซจริงๆ

 

ฮิโรมิ อูเอฮารา เริ่มเล่นเปียโนตั้งแต่อายุ 6 ขวบ และหลังจากนั้นอีกสองปีเธอก็เริ่มเรียนทฤษฎีดนตรีแจ๊ซ ในช่วงวัยรุ่นเธอได้มีโอกาสเล่นคอนเสิร์ตกับศิลปินแนวฟิวชั่นแจ๊ซระดับแถวหน้าของโลกอย่าง Chick Corea

พออายุได้ 20 ปี ฮิโรมิก็ได้รับทุนการศึกษาแบบเต็มจำนวนนาน 4 ปีที่ Berklee College of Music ในเมืองบอสตัน และทำให้เธอได้พบกับศิลปิน โมแดลแจ๊ซ และฮาร์ดบ็อบ ระดับตำนานอย่าง อาหมัด จามาล ที่เธอเคยให้สัมภาษณ์เอาไว้ว่าเป็นเหมือนคุณพ่อคนที่ 2 และเป็นผู้ที่สนับสนุนและผลักดันทักษะการเล่นดนตรีของฮิโรมิให้เก่งกาจมากยิ่งขึ้นไปอีก

ความรักในดนตรีทุกแนวของเธอไม่ว่าจะเป็นคลาสสิค, ร็อก, ป๊อป, โซล และอีกมากมายทำให้เธอเป็นแฟนเพลงของวงดนตรีอย่าง Sly and the Family Stone, Dream Theater, King Krimson, ออสการ์ ปีเตอร์สัน ไปจนถึงคีตกวีนามอุโฆษอย่าง โยฮัน เซบาสเตียน บาค

ฮิโรมิ อูเอฮารา และ ชินอิจิ อิชิซึกะ เป็นเพื่อนสนิทกันมานานหลายปี ส่งผลให้เธอเป็นศิลปินที่เขาคิดเอาไว้แล้วตั้งแต่แรกว่าจะให้เธอมาทำหน้าที่เป็นผู้ประพันธ์ดนตรีประกอบหนังที่ดัดแปลงมาจากมังงะของเขา

และถึงแม้ว่าฮิโรมิจะเป็นนักดนตรีแจ๊ซยอดฝีมือก็ตาม แต่ศาสตร์ภาพยนตร์ถือเป็นเรื่องใหม่มากสำหรับเธอ ส่งผลให้สิ่งแรกที่เธอทำก็คือการศึกษาแคแร็กเตอร์ของไดอย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็นบุคลิก, นิสัย, ความมุ่งมั่นปรารถนา

ไปจนถึงความเป็นนักสู้ที่ไม่เคยคิดที่จะยอมแพ้ต่ออุปสรรคใดๆ

 

ไดเป็นคนที่มีนิสัยคล้ายฮิโรมิอยู่อย่างหนึ่ง นั่นก็คือการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสในสถานการณ์เข้าตาจน

ดนตรีประกอบหนังเรื่อง Big Giant ก็เลยสะท้อนให้เห็นถึงจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ที่กำลังต่อสู้กันเองอยู่ภายในเพื่อสื่อถึงสหัชญาณที่ถือเป็นการหยั่งรู้อย่างหนึ่ง ความหยั่งรู้นี้เกิดจากอายตนะภายในและอายตยะภายนอก (ตา หู จมูก ลิ้น กายใจ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส) ซึ่งไดได้นำความตระหนักรู้เหล่านั้นมาแปรเปลี่ยนเป็นโน้ตดนตรีที่แต่งขึ้นมาสดๆ และถ่ายทอดมันออกมาผ่านการเป่าแซ็กโซโฟน

“ในมุมมองของฉัน ตัวตนที่แท้จริงของเรามีเพียงหนึ่งเดียว มันสะท้อนออกมาผ่านทางบุคลิกภายนอก แต่สิ่งที่อยู่ภายในนั้นถูกกระตุ้นด้วยแรงปรารถนาอยู่เสมอ ฉันจึงพยายามที่จะค้นหาสิ่งใหม่อยู่เรื่อยๆ เพื่อให้สิ่งที่อยู่ภายในไม่มอดดับลง อาหมัด จามาล เคยบอกฉันเอาไว้ว่า งานเพลงหรือโชว์ที่ดีที่สุดของคุณจะเกิดขึ้นในครั้งต่อไป มันเป็นคำพูดที่ทำให้ฉันตระหนักได้ว่าเราสามารถพัฒนาตัวเองได้ตลอดเวลาและไม่มีสิ่งที่เรียกว่าดีที่สุดหรอก เพราะมันจะยังดีกว่านี้ได้เสมอ”

ฮิโรมิให้สัมภาษณ์กับทางสำนักช่าว The Guardian เอาไว้เมื่อปีที่แล้ว

 

29 เพลงในอัลบั้มซาวด์แทร็กหนัง Blue Giant ตลบอบอวลไปด้วยดนตรีฟิวชั่น แจ๊ซ, บีบ็อบ (แจ๊ซที่ปลดปล่อยความเป็นส่วนตัวออกมาผ่านการด้นสด บีบ็อบ ถูกคิดค้นขึ้นมาในทศวรรษที่ 40 ซึ่งเป็นยุคที่สะวิงแจ๊ซ ถูกมองว่าเป็นแบบแผนมากเกินไป), คูลแจ๊ซ (แจ๊ซที่ลดทอนความรวดเร็วของดนตรีบ็อบแต่เพิ่มความนุ่มนวลลงไป), ฮาร์ดบ็อบ (ฮาร์ดบ็อบคือบีบ็อบที่เพิ่มความซับซ้อนของการด้นสดให้ซับซ้อนยิ่งขึ้น มีการนำดนตรีบลูส์, กอสเพล และ ริธึ่ม แอนด์ บลูส์ ของคนดำมาผสมผสานด้วย)

ฮิโรมิ ทำหน้าที่แต่งเพลง, เล่นเปียโนและโปรดิวซ์อัลบั้มซาวด์แทร็กชุดนี้ทั้งหมดด้วยตัวคนเดียวโดยมีนักดนตรีคลาสสิคและแจ๊ซระดับแถวหน้ามาร่วมเล่นมากกว่า 30 คน

ในส่วนของเครื่องสายในวงออร์เคสตราควบคุมวงโดย มิโฮ ฮาซามะ อีกหนึ่งศิลปินแจ๊ซหญิงระดับแถวหน้าของญี่ปุ่นและเป็นศิลปินในสังกัดของ Verve ซึ่งเป็นค่ายเพลงที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เพลงของศิลปินแจ๊ซที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ไฮไลต์ของหนังเรื่องนี้อยู่ในฉากดวลชั้นเชิงการเล่นดนตรีแจ๊ซของได, ยูกิโนริ และทามาดะ ซึ่งเป็นฉากไคลแมกซ์ของหนังที่ต่างฝ่ายต่างก็พยายามผลักดันตัวเองเพื่อไปให้ถึงขีดสุดของความสามารถของแต่ละคน

เพลงนี้ ฮิโรมิเป็นคนแต่งทำนองและแต่งโน้ตเปียโนแบบสดๆ ในห้องอัด

แต่เพลงที่เธอชอบที่สุดคือ Blue Giant ที่บรรเลงในช่วง End Credits

“ในตอนที่ฉันกำลังบันทึกเสียงเพลงอื่นให้กับหนังเรื่องนี้ อยู่ๆ เมโลดี้ในทำนองเปียโนก็บรรเลงขึ้นมาเอง ฉันหลงรักเมโลดี้ที่เรียบง่ายแต่งดงามในทุกโน้ตที่ออกมาจากจิตใต้สำนึกนี้ก็เลยลงมือเขียนโน้ตลงกระดาษทันที และเพื่อเป็นการให้เกียรติหนัง ฉันเลยตั้งชื่อเพลงเพลงนี้ว่า Blue Giant”

ฮิโรมิกล่าว

 

โทโมเอกิ บาบะ มือแซ็กโซโฟนแจ๊ซ รับหน้าที่เป่าแซ็กโซโฟนให้กับทุกเพลงในหนัง เขาผ่านการออดิชั่นอย่างง่ายดายเพราะชั้นเชิงในการด้นสดที่ได้รับการยอมรับในวงการเพลงแจ๊ซญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน จุน อิชิวะ เป็นมือกลองแจ๊ซที่เล่นให้กับวง The Millenium Parade ทักษะการเล่นกลองของจุน ทั้งทรงพลังและเที่ยงตรงอย่างยิ่ง จังหวะกลองที่เล่นกับเปียโนในหนังเรื่องนี้สามารถสร้างความรื่นรมย์ให้กับผู้ชมได้ดี แต่เมื่อเขาตีกลองในทำนองฮาร์ดบ็อบ ความร้อนแรงดั่งเพลิงไฟก็แทบจะแผดเผาผู้ชมเข้าไปถึงจิตวิญญาณเลยทีเดียว

ก่อนที่จะเป็นดนตรีที่แสดงสถานะของชนชั้นสูงในปัจจุบัน แจ๊ซเคยเป็นดนตรีของคนยากไร้ที่มีต้นกำเนิดมาจากเพลงบลูส์ ด้วยความที่คนดำไม่ได้เรียนทฤษฎีดนตรีอย่างถูกต้องและเน้นการฟังเป็นหลักจึงเกิดการเล่นแบบถูกบ้างผิดบ้าง แต่ด้วยคีตปฏิภาณความเป็นศิลปิน การแต่งทำนองเพลงขึ้นมาสดๆ จึงทำให้การเล่นดนตรียังไปต่อได้ด้วยท่อนโซโล่ที่ยาวนานและนั่นคือที่มาของดนตรีแจ๊ซ

แจ๊ซจึงไม่ได้เป็นแนวดนตรีที่ต้องใช้ปฏิภาณไหวพริบอย่างสูงเพื่อสร้างความกลมกลืนหรือฮาร์โมนีให้ไปกันได้กับเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นในวงที่เหมือนจะเล่นกันไปคนละทิศละทางเท่านั้น

แต่แจ๊ซคือเครื่องพิสูจน์ความเป็นนักสู้ของศิลปินและเป็นดนตรีที่เชิดชูความเป็นมนุษย์ได้ดีที่สุดอีกด้วย