วงค์ ตาวัน : คดีตัวอย่าง-เสก 10 นัด

วงค์ ตาวัน

เตือนกันแล้วเตือนกันอีก ว่าห้ามเด็ดขาดกับการยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อฉลองในเทศกาล กลายเป็นว่าต้อนรับปีใหม่ 2561 นี้ เป็นเรื่องใหญ่มหึมา เมื่อผู้ก่อเหตุคือนักร้องคนดัง “เสก โลโซ” แถมยังบานปลายขยายออกไปอีกหลายคดี เป็นข่าวใหญ่ครองหน้า 1 หนังสือพิมพ์และโลกออนไลน์ตลอดเทศกาลล่าสุดนี้

ก่อนจะถึงช่วงหยุดยาวส่งท้ายปี 2560 ขึ้นปี 2561 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกมารณรงค์เรียกร้องสารพัดเรื่อง เพื่อให้บรรยากาศการเฉลิมฉลองเป็นไปอย่างราบรื่น สนุกสนานมีความสุข และปลอดภัย

“รวมทั้งห้ามยิงปืนขึ้นฟ้า”

มีการณรงค์กันทุกเทศกาล ทั้งปีใหม่ สงกรานต์ที่ผ่านมาๆ ไปจนถึงงานแต่ง งานฉลองรับตำแหน่ง งานขึ้นบ้านใหม่ อะไรต่อมิอะไรสารพัด

คนอื่นที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ นอนอยู่ในบ้าน นั่งดูทีวีในบ้าน นั่งกินข้าวในบ้าน มีกระสุนจากไหนไม่รู้เจาะทะลุหลังคา ทะลุฝาบ้านเข้ามา เจาะใส่ร่าง ถึงบาดเจ็บและล้มตาย

ไปจนถึงไม่โดนเข้าจังๆ แต่ก็แทบช็อก เช่น ตกใส่พื้นใกล้ตัว หรือบางรายกลับมาถึงบ้านพบลูกตะกั่วตกอยู่กลางที่นอน

คาดหมายกันว่า ปีนี้ก็ต้องมีอีก เพราะพวกคึกคะนองใช้อาวุธปืนมีอยู่มาก ไม่คิดให้รอบคอบว่า กระสุนที่ยิงออกไปนั้น มันไม่ได้หลุดออกไปนอกโลก เมื่อร่วงตกลงมาใส่พื้น ความเร็วและความแรง มีผลให้คนเจ็บตายได้

ลงเอย คนที่ก่อเหตุ คือ “เสก โลโซ” ซึ่งไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊กในคืนวันที่ 29 ธันวาคม กลายเป็นหลักฐาน และโดนสวดกระหึ่มไปทั้งโซเชียล

“กลายเป็นฉายา “เสก 10 นัด”

จึงทำให้ตำรวจ สภ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช เจ้าของท้องที่เกิดเหตุ ต้องดำเนินคดีขอศาลออกหมายจับหลายข้อหา ทั้งความผิดยิงปืนขึ้นฟ้า ทั้งการพกพาอาวุธปืนโดยไม่มีเหตุอันควร

จะอ้างว่าเพื่อนแก้บน หรือเพื่อยิงสลุตถวายพระเจ้าตากก็ตามที แต่เป็นเรื่องผิด และไม่ฟังคำเตือนคำรณรงค์ของเจ้าหน้าที่เลย

มีเรื่องยิ่งบานปลาย ด้วยบุคลิกของนักร้องผู้อื้อฉาวตลอด ซึ่งมักฝ่าฝืนกำหนดกฎเกณฑ์ต่างๆ มาโดยตลอด

แข็งกร้าวใส่ผู้การตำรวจนครศรีธรรมราช แทนที่จะโดนข้อหาแค่นี้ คราวนี้เลย “โกโซบิ๊ก” คดีเลยพัฒนากลายเป็นการออกหมายจับ

ยิ่งเมื่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ออกมาให้สัมภาษณ์เองว่า มีการติดต่อขอมอบตัวผ่าน ผบ.ตร. ก็ได้ปฏิเสธไปแล้วว่า ไม่ขอรับมอบตัว เป็นคนดังเป็นศิลปินมาทำอย่างนี้ไม่ได้ เมื่อมีหมายจับแล้ว ถ้าปรากฏตัวที่ไหน ให้ตำรวจทุกโรงพักทั่วประเทศจับกุมตัวดำเนินคดีทันที

“เมื่อบิ๊กแป๊ะส่งสัญญาณแรงอย่างนี้ เป็นอันรู้ดีว่า ตำรวจต้องจัดการอย่างจริงจัง ไม่มีการรอมชอม!”

จนต่อมาเมื่อนักร้องดังได้ไลฟ์เฟซบุ๊กบ่งบอกว่า อยู่ที่บ้านพักใน กทม. ในท้องที่ สน.คันนายาว

ตำรวจนครบาลก็เลยเดินทางไปที่บ้านเพื่อขอควบคุมตัวตามหมายจับของศาลนครศรีธรรมราช โดยมี พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.น. รุดไปควบคุมสถานการณ์เอง

มีการไลฟ์จากภายในห้องนอนของเสกอีก ถือปืนและขึ้นลำ ประกาศกร้าวว่าใครบุกเข้ามายิงทันที

คราวนี้ ผบ.ตร. ก็เลยบุกไปเอง พร้อมหน่วยอรินทราช นำไปสู่การจู่โจมเข้าไปถึงในห้องนอน และจับกุมตัวไปดำเนินคดี

“กลายเป็นเพิ่มคดีต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน ในท้องที่ สน.คันนายาว นอกเหนือจากคดียิงปืนขึ้นฟ้าที่นครศรีธรรมราช”

แล้วก็ลามไปถึงการตรวจสอบอาวุธปืน ทั้งที่ใช้ยิงขึ้นฟ้าและที่ใช้ขู่ตำรวจ

รวมทั้งตรวจสารเสพติด ก็พบอีกว่ามีทั้งสารยาบ้า ยาอี และยาไอซ์ ต้องเพิ่มคดีเสพยาเสพติดด้วย

เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับ เสก โลโซ กลายเป็นหัวข้อใหญ่ที่ถกเถียงกันไปทั้งสังคมในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา โดยมีทั้งคนเห็นใจนักร้องดังและทั้งฝ่ายเห็นด้วยกับตำรวจ

ส่วนหนึ่งนั้น เป็นไปตามธรรมชาติของสังคม ซึ่งหากนักร้องหรือคนมีชื่อเสียง เป็นประเภทเฮี้ยวจัด ขวางโลก หรือท้าทายกฎเกณฑ์สังคม จะมีผู้คนที่มีวิถีชีวิตแบบเสรีนิยมสุดๆ พากันชื่นชอบ ถือเป็นฮีโร่ เป็นสัญลักษณ์ของผู้ไม่ยอมรับกฎเกณฑ์ของรัฐ

ดังนั้น การที่ เสก โลโซ ไม่สยบยอมข้อหาเรื่องยิงปืนขึ้นฟ้าตั้งแต่แรก แล้วกล้าทายตำรวจ เมื่อเหตุการณ์ลุกลามถึงขั้นใช้หน่วยอรินทราชบุกเข้าชาร์จจับ ระดับ ผบ.ตร. ต้องไปลุยเอง

แน่นอนว่า ย่อมมีคนเห็นใจฝ่ายถูกจับ พร้อมกับมองว่า ตำรวจทำเกินไปหรือไม่ เรื่องแค่นี้ทำไมต้องยกทัพกันมาราวกับว่า เสก โลโซ กระทำผิดร้ายแรง ไปฆ่าคนตายมามากมายหรืออย่างไร

“นี่คือวิถีความคิดของคนในสังคม ซึ่งไปห้ามไม่ได้ และเข้าใจได้ว่า พฤติกรรมห่ามๆ ของร็อกเกอร์คนดัง ย่อมกลายเป็นฮีโร่ของพวกแอนตี้สังคม!”

แต่ในแง่ตำรวจก็มีเหตุผลความจำเป็นอีกแบบ เพราะเคยเกิดมาแล้วในแทบทุกการเฉลิมฉลอง จะพบว่ามีคนตายและบาดเจ็บมาแล้วจริงๆ จากการยิงปืนขึ้นฟ้า แถมจับตัวผู้กระทำผิดได้ยาก หาต้นตอที่มาได้ลำบาก

ในทางความเป็นจริง การยิงปืนขึ้นฟ้า ได้ฆ่าคนตายมาแล้วจริงๆ

แม้ว่ากรณีของ เสก โลโซ จะไม่ปรากฏว่ากระสุนที่ยิงออกไปนั้น ได้ร่วงลงมาถูกใครบาดเจ็บล้มตาย

“แต่พฤติกรรมยิงปืนขึ้นฟ้า เป็นกรณีตัวอย่างที่ตำรวจจะปล่อยให้ลอยนวลไม่ได้ ไม่เช่นนั้นก็จะมีคนทำแบบนี้อีก”

อีกทั้งกรณีเสก เข้าข่ายผิดกฎหมาย การยิงปืนโดยไม่มีเหตุอันควร การพกพาปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร

ในทางกลับกัน เมื่อภาพการยิงปืนขึ้นฟ้าของเสก ได้ปรากฏเปิดเผยต่อสาธารณะผ่านการไลฟ์เฟซบุ๊ก แล้วมีชาวโซเขียลเข้ามาโจมตีว่าท้าทายกฎหมาย

หากตำรวจแสดงท่าทีเกรงอกเกรงใจ ก็คงโดนสวดไปทั้งเมืองแน่ๆ ทำนองเก่งแต่กับชาวบ้าน ทีคนดังกลับอะลุ้มอะล่วย

ยิ่งเมื่อโพสต์ข้อความท้าทายตำรวจอีก ยิ่งเมื่อตำรวจ สน.คันนายาวเดินทางไปถึงบ้านก็แข็งกร้าวอีก มีการไลฟ์สด ถือปืนประกาศจะยิงทันทีอีก

คราวนี้ตำรวจยิ่งต้องจัดการอย่างเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นก็คงโดนสังคมวิพากษ์วิจารณ์ไปอีกทางแน่ๆ

อีกทั้ง ผบ.ตร. ต้องไปเอง เพราะเหตุการณ์มีลักษณะส่อว่าจะบานปลายได้ง่ายๆ ด้วยการที่เป้าหมายจับกุมถือปืนในมือ จึงต้องไปควบคุมเอง

อย่างน้อยก็ลงเอยโดยไม่มีการสูญเสียทั้งสองฝ่าย

ถึงที่สุดแล้ว เมื่อลุกปืน 10 นัดที่ เสก โลโซ รัวยิงในคืนนั้น ไม่ได้ไปทำให้ใครเป็นอันตราย ก็นับว่ายังโชคดีทั้งต่อชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง และต่อตัวผู้ยิงปืนเอง ซึ่งจะไม่ทำให้มีข้อหาทำให้คนเจ็บหรือตาย

แต่เหตุการณ์นี้ คงทำให้ชีวิตของ เสก โลโซ เหน็ดเหนื่อยกับคดีความไปอีกพักใหญ่

เพราะต้องโดนข้อหายิงปืนโดยไม่มีเหตุอันควร มีอาวุธและพกปืนโดยไม่มีเหตุอันควร ไปจนถึงคดีขัดขวางต่อสู้ตำรวจ คดีหมิ่นประมาทเจ้าพนักงาน ในคดีอาวุธปืนก็ต้องสาวต่อไปอีกว่ามาจากไหนอย่างไร

“แล้วที่ยุ่งอีกหน่อย คือคดีเสพยาเสพติด ซึ่งจะต้องสืบสาวอีกว่า ใช้ยาจากที่ไหน ใครขาย ซื้อจากใคร!?”

แม้รวมๆ จะไม่ใช่ข้อหาหนักหน่วง แต่ก็คงวุ่นวายอยู่พักใหญ่

แต่ที่แน่ๆ เชื่อว่า เสก โลโซ ก็คงจะเลิกยิงปืนขึ้นฟ้า เพราะรู้แล้วว่า มันนำมาซึ่งความยุ่งยากขนาดไหน

“อีกทั้งคดีนี้ก็จะเป็นคดีตัวอย่างที่กล่าวขานกันไอีกยาวนาน!”

ในแง่นักเลงปืนรายอื่นๆ คงได้รับรู้บทเรียนจากเหตุการณ์นี้ เพราะเป็นคดีที่โด่งดังสะท้านไปทั้งเมือง

จะได้เป็นที่จดจำเตือนใจกันต่อไป

ขนาดนักร้องชื่อดังยิงปืนขึ้นฟ้าไม่โดนใคร ยังโดนคดีสารพัดขนาดนี้!?!

บทความก่อนหน้านี้Siveยัดไส้ : รักต้องเลือก
บทความถัดไป‘มติชน’ ปีที่ 41 ‘ทิพยรูป’ แห่ง สื่อใหม่ ในยุค เปลี่ยนผ่าน