เวนิสตะวันตก เมืองตะวันออกในโลกตะวันตก (ต่อ)

บทความพิเศษ | ยุกติ มุกดาวิจิตร

 

เวนิสตะวันตก

เมืองตะวันออกในโลกตะวันตก (ต่อ)

 

เวนิสเกิดขึ้นมาราว ค.ศ.700 หลังการล่มสลายของจักรวรรดิโรมันตะวันตกจากการรุกรานของชนเผ่าจากยุโรปทางเหนือ ทั้งพวกฮาน พวกกอธ และพวกแฟรงก์ ความวุ่นวายในคาบสมุทรอิตาลีส่งผลให้มีผู้คนอพยพลี้ภัยสงครามไปตั้งถิ่นฐานในทะเลสาบจนกลายเป็นเมืองเวนิสขึ้นมา หากแต่ในขณะนั้น คอนสแตนติโนเปิลและจักรวรรดิโรมันตะวันออกยังคงมีอำนาจอยู่

สิ่งหนึ่งที่แสดงให้เห็นความสัมพันธ์กับโลกตะวันออกของเวนิสคือ การที่เวนิสอิงอำนาจเชิงวัฒนธรรมและศาสนากับโรมันตะวันออก

เริ่มต้นจากการสร้างอำนาจชอบธรรมให้แก่สาธารณรัฐเวนิส ด้วยการลักลอบนำอัฐิของนักบุญมาร์ก (เสียชีวิต ค.ศ.68) จากเมืองอเล็กซานเดรีย (Alexandria) แห่งอียิปต์มาเป็นนักบุญอุปถัมภ์ของเวนิส ตามธรรมเนียมการมีนักบุญอุปถัมภ์ของศูนย์อำนาจสำคัญๆ ของชาวคริสต์ (เช่น นักบุญปีเตอร์ เป็นนักบุญอุปถัมภ์ของโรม)

ตำนานเล่ากันว่า มีพ่อค้าชาวเวนิส 2 คน ไปคารวะสุสานนักบุญมาร์ก ณ วัดคริสต์ที่อเล็กซานเดรีย เมื่อรู้ว่าวัดแห่งนั้นจะถูกสุลต่านอเล็กซานเดรียแปลงเป็นศาสนสถานอิสลาม พวกเขาจึงลักลอบนำอัฐิใส่ตะกร้าปิดด้วยเนื้อหมูเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่เมืองอเล็กซานเดรีย และขนขึ้นเรือกลับมายังเวนิสใน ค.ศ.828

จากนั้นเวนิสก็สร้างมหาวิหาร (basilica) ขึ้นมาใน ค.ศ.829 เพื่อเป็นสุสานนักบุญมาร์ก ชื่อว่ามหาวิหารนักบุญมาร์ก (Basilica di San Marco) ติดกับที่ทำการสภาแห่งสาธารณรัฐเวนิส

ภาพการนำนักบุญมาร์กมายังเวนิส ผลงานของ Tintoretto วาด ค.ศ.1562-1566

มหาวิหารแห่งนี้สร้างขึ้นโดยอิงรูปลักษณ์ของการออกแบบกับวิหารแห่งอัครสาวกอันศักดิ์สิทธิ์ (The Church of Holy Apostles) ณ คอนสแตนติโนเปิล ที่สร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 400

และเคยเป็นที่ฝังศพคอนสแตนตินและจักรพรรดิไบแซนไทน์คนอื่นๆ

ภายหลังเมื่อจักรวรรดิออตโตมันยึดครองคอนสแตนติโนเปิล วิหารนี้จึงถูกทำลายไป

มหาวิหารนักบุญมาร์กแสดงออกชัดเจนถึงอิทธิพลของสถาปัตยกรรมไบแซนไทน์ ทั้งหลังคาทรงโดมที่มีองค์ประธานตรงกลาง ล้อมด้วย 4 โดมอย่างสมมาตร เพดานส่วนโค้งและผนังด้านใน รวมทั้งเพดานส่วนโค้งของโดมด้านนอกบางส่วน ประดับด้วยโมเสสเล่าเรื่องราวของพระเยซู นักบุญมาร์ก และเมืองเวนิส

ไม่ว่าไบแซนเทียมหรือโรมันตะวันออกจะมีอำนาจใหญ่หลวงเพียงใด ก็มิได้กลืนกลายหรือผนวกรวมเวนิสเข้าเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิ

ชาวเวนิสค้าไม้ เหล็กกล้า ผ้าไหม ฝ้าย น้ำตาล และเครื่องเทศ กับโลกตะวันออก พวกเขาจึงสร้างอำนาจเหนือเมืองชายฝั่งทะเลและเกาะสำคัญๆ ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและแอดเดรียติก ตลอดจนบางเมืองทางตอนเหนือของแอฟริกา พร้อมๆ กับที่พยายามขยายอิทธิพลเหนือเมืองชายทะเลมาตลอด ด้วยการขยายอิทธิพลทั้งในเมดิเตอร์เรเนียนและแอดเดรียติก

ดุลอำนาจระหว่างเวนิสกับโรมันตะวันออกนั้น แสดงให้เห็นได้ชัดเจนจากการที่เวนิสเองทั้งยอมรับอำนาจไบแซนเทียมในทางวัฒนธรรมและอำนาจด้านการเมืองการปกครอง

หากแต่เวนิสก็พร้อมที่จะท้าทายหรือแม้แต่ทุบทำลายไบแซนเทียม ดังจะเห็นได้จากการบุกโจมตีและยึดไบแซนเทียมในสงครามครูเสดครั้งที่ 4 ค.ศ.1204

โดมของมหาวิหารนักบุญมาร์กที่มองจากทำเนียบเจ้านคร และภาพฝาผนังและเพดานด้านในมหาวิหารนักบุญมาร์ก

เป็นที่รู้กันว่า สงครามครูเสดคือความพยายามของพระสันตะปาปา (Pope) และบรรดากษัตริย์ชาวคริสต์ในยุโรปที่จะยึดเมืองเยรูซาเลม (Jerusalem) ดินแดนศักดิ์ของชาวคริสต์ จากชาวมุสลิมให้กลับคืนมาเป็นของชาวคริสต์ สงครามครูเสดเกิดขึ้นครั้งแรกใน ค.ศ.1096 แต่ไม่ประสบผลสำเร็จและก็ยังล้มเหลวในอีก 2 ครั้งต่อมา

จนกระทั่งต้นศตวรรษที่ 13 จึงเกิดความพยายามขึ้นอีกครั้ง โดยการตั้งข้อเรียกร้องของพระสันตะปาปา จากนั้นบรรดากษัตริย์ยุโรปที่เห็นด้วยก็ร่วมกองทัพครูเสด หากแต่ในครั้งนี้ เวนิสเข้าเป็นส่วนสำคัญของสงครามเนื่องจากได้รับว่าจ้างให้ผลิตเรือสำหรับการเดินทัพทางน้ำ

เมื่อเรือเสร็จตามนัดหมาย ปรากฏว่าพวกกษัตริย์ยุโรปไม่มีเงินพอจ่ายค่าจ้าง พวกเวนิสจึงไม่พอใจ นำมาซึ่งข้อต่อรองและการคิดคำนวณเพื่อสนองประโยชน์ของหลายๆ ฝ่าย

แรกทีเดียว กองทัพครูเสดนัดหมายกันว่ากองกำลังจากที่ต่างๆ จะไปสมทบกันที่คอนสแตนติโนเปิล แล้วเลยไปยังเยรูซาเลม

แต่ขณะนั้นที่คอนสแตนติโนเปิลเองก็กำลังเกิดความขัดแย้งภายใน เมื่อรู้ว่าพวกครูเสดขาดแคลนเงินชำระค่าจ้างสร้างเรือแก่ชาวเวนิส

เจ้าชายองค์หนึ่งของคอนสแตนติโนเปิลที่วางแผนโค่นบัลลังก์จักรพรรดิในขณะนั้นอยู่ก่อนแล้ว จึงเสนอตัวว่าจะช่วยจ่ายเงินค่าสร้างเรือให้พวกเวนิส หากกองทัพครูเสดจะช่วยชิงบัลลังก์ให้

สำหรับพวกเวนิส ซึ่งมีเป้าหมายซ้อนเข้าไปอีกอย่างหนึ่งคือ ต้องการจะช่วยเหลือชาวเวนิสในคอนสแตนติโนเปิลที่ถูกจักรพรรดิไบแซนไทน์ขังไว้ด้วยข้อกล่าวหารุกรานบางส่วนของเมืองใต้อาณัติของจักรวรรดิ รวมทั้งพวกเวนิสยังต้องการขยายอิทธิพลไปยังบางเมืองชายฝั่งทะเลในด้านตะวันออก

เวนิสจึงยอมร่วมมือกับกองทัพครูเสดในการโจมตีและยึดคอนสแตนติโนเปิล

 

แต่เมื่อยึดกรุงคอนสแตนติโนเปิลได้สำเร็จแล้ว พวกเวนิสกลับถูกหักหลัง

ผู้หวังอาศัยอำนาจกองทัพครูเสดช่วงชิงอำนาจคอนสแตนติโนเปิลไม่สามารถชำระค่ากองเรือได้ เพื่อการชดเชยดังกล่าว กองทัพครูเสดรวมทั้งชาวเวนิสในกองกำลังนั้น จึงปล้นชิงทำร้ายผู้คนในคอนสแตนติโนเปิล แล้วยังขโมยข้าวของมีค่าจำนวนมากกลับไปยังเวนิส

ส่วนหนึ่งในของมีค่าเหล่านั้นก็คือผ้าทอดิ้นทองและม้าบรอนซ์สี่ตัว แล้วนำกลับมาประดิษฐานยังมหาวิหารนักบุญมาร์ก

สงครามครูเสดครั้งที่ 4 จึงจบลงอย่างประหลาดด้วยการที่ กองกำลังของทัพครูเสดส่วนใหญ่ไม่ได้ไปถึงเยรูซาเลม แต่กลับกลายเป็นไปยึดกรุงคอนสแตนติโนเปิล เมืองแกนกลางของคริสต์ศาสนาแห่งจักรวรรดิไบแซนไทน์เสียแทน