กาละแมร์ พัชรศรี : ‘ดารัมซาลา’ ที่สุดแห่งจุดหมายปลายทาง

กาละแมร์ พัชรศรีtwitter @kalamare

ไม่น่าเชื่อว่าหลังจากที่ฉันเดินทางไปยังจุดหมายที่หลากหลายไปทั่วโลก ฉันได้เจอที่สุดของการเดินทางแล้ว คือที่แห่งนี้ ดารัมซาลา (Dharamsala) หรือธรรมศาลา

ชอบชีวิตในวัยจะ 40 ปีอีกแล้ว

ช่างน่ามหัศจรรย์ที่ฉันค้นพบอะไรใหม่ๆ ในชีวิตอยู่เรื่อยๆ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็มักสงสัยตลอดเวลา ชีวิตเราจะเจออะไรอีกนะ

ทุกอย่างมันถูกที่ถูกเวลาของมันอยู่แล้ว ก่อนมาอินเดีย ฉันเดินทางไปรัสเซีย ประเทศที่เป็นมหาอำนาจอีกประเทศหนึ่ง และฉันก็หันไปมองหน้ากับเพื่อนผู้ร่วมเดินทางก็มีความเห็นตรงกันว่า “เราพอแล้ว”

“พอ” ในที่นี้คือ พอกับการได้ดูปราสาท ราชวัง อารยธรรมใหญ่โต หรือสิ่งที่มนุษย์นั้นสร้างขึ้น มันคงถึงจุดที่เราอิ่มตัว ฉันเริ่มเปลี่ยนจุดหมายการเดินทางไปเรื่อยๆ ตั้งแต่ที่ช็อปปิ้ง ที่กิน ที่อยู่อาศัย สิ่งก่อสร้าง มาเป็นธรรมชาติและวิถีชีวิต

จุดหมายปลายทางคงเปลี่ยนไปตามวัย ความสนใจ ประสบการณ์ในชีวิตที่เปลี่ยนไปด้วย หลังๆ ฉันชอบไปที่ที่เป็นธรรมชาติ ไม่มีแสงสีเสียงดัง มลพิษ ความจอแจ ฉันชอบไปที่ที่มีธรรมชาติโอบล้อม เพราะทุกครั้งเราจะได้รับพลังมหาศาลจากธรรมชาติเสมอ

และที่ดารัมซาลาคือสุดยอดพลังงานทีเดียว

img_6166

ถ้าคุณเชื่อเรื่องพลังจากธรรมชาติ คุณจะรู้สึกได้ทุกครั้งที่คุณเอาเท้าแตะพื้นดิน พื้นทราย เหยียบหญ้า นั่งมองท้องฟ้า เอนกายให้แสงอาทิตย์ทาบทอตัว เดิน วิ่งให้ลมพัดผ่านหน้าและเส้นผม ยืนฟังเสียงคลื่น สูดเอาอากาศบริสุทธิ์เวลาเข้าป่า หรือนั่งเฉยๆ มองภูเขาและเมฆที่เคลื่อนไปอย่างช้าๆ

คุณรู้สึกไหมว่า คุณกำลังได้รับการเยียวยา และธรรมชาติกำลังให้พลังคุณกลับคืน โดยที่คุณไม่ต้องทำอะไรเลย ขอแค่อย่าทำลายมันเท่านั้น

ดารัมซาลาเป็นเมืองที่อยู่ทางตอนเหนือของอินเดีย มีภูเขาที่ทรงพลังโอบล้อม ไม่ใช่ภูเขาธรรมดาปรกติที่เราเห็นทั่วไป แต่เป็นภูเขาที่มีความสลับซับซ้อน มีความตื้นลึก ลดหลั่นกัน และกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ที่สำคัญ เราเหมือนอยู่บนสวรรค์ตลอดเวลา เพราะเราจะเห็นเมฆที่อยู่เรี่ยเขาตลอดเวลา แถมเมฆก็เคลื่อนไหว เปลี่ยนรูปทรงให้เราได้มองได้ทั้งวัน ฉันมักพูดกับเพื่อนที่ไปด้วยกันว่า

“เราเหมือนอยู่บนสวรรค์เลยเนอะ”

img_6167

และที่ดารัมซาลาทำให้เราใกล้เคียงกับสวรรค์มากขึ้นไปอีกก็ตอนที่หมอกลอยผ่านตัวเราระหว่างที่เราเดินอยู่ในเมือง

เราจะได้รับความรู้สึกเย็นสบายผ่านตัวแบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน

ไอเย็นทะลุผ่านตัวเราไป หมอกจางโอบล้อมตัวเราไว้ จะไม่บอกว่าเหมือนอยู่บนสวรรค์ได้อย่างไร

แต่อย่ามัวแต่แหงนมองข้างบนจนลืมมองดูข้างล่าง เพราะพื้นถนนเต็มไปด้วยขี้ทั้งนั้น มันสอนให้เรามีสติทุกย่างก้าว เดินอย่างไรไม่ให้เหยียบ และถึงแม้ว่าเหยียบมันไปแล้วเราจะทำอย่างไร สนุกไหมล่ะชีวิต

ในชั่วขณะหนึ่งที่เราเดินออกจากวัด Namgyal ของท่านทะไลลามะ เราเดินยิ้ม หัวเราะกันอยากมีความสุข แล้วเราก็ต้องตะลึงกับภาพเบื้องหน้า ภาพภูเขาที่ยอดเขาทริอุน (Triund Hill) ปกคลุมไปด้วยหิมะ แสงอาทิตย์ส่องสว่างอยู่เบื้องหน้า

พวกเรายืนตะลึงในความงดงามเบื้องหน้า จนเราต้องเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก

ความงดงามของธรรมชาติบวกกับเหตุการณ์ที่เราได้พบเจอ มันนำพามาซึ่งความปีติในระดับขีดสุด

img_6226

นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่ฉันมาอินเดีย เมืองแต่ละเมืองไม่เคยเหมือนกัน ทุกเมืองมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นี่จึงเหตุผลหนึ่งที่ฉันรักอินเดีย ไปมาหลายประเทศแล้ว อินเดียคือที่สุดแห่งจุดหมายปลายทาง เป็นดินแดนของพระพุทธเจ้า อินเดียมีสีสัน อินเดียคาดเดาอะไรไม่ได้ และอินเดียคือของจริง!

ไม่ว่าจะไปที่ไหนในโลก สิ่งก่อสร้าง บ้านเรือน วัด วัง ถูกจัดวางไว้อย่างที่อยากให้เราเห็น แต่อินเดียจริงมาก วัวเดินตามถนนคุ้ยขยะ หมาขี้ เด็กอึ ขยะกอง บ้านเรือนเหมือนไม่เสร็จ ต้นไม้รกๆ ข้าวของวางระเกะระกะ เสียงสวดมนต์ เสียงเพลงตีกันให้นัวไปหมด ผู้คน อาหาร เสื้อผ้า ภาษา วรรณะ วัฒนธรรม ความเชื่อ ยิ่งทำให้อินเดียมีสีสันแบบที่ขาดเดาไม่ได้เลย

ทุกอย่างมารวมตัวกันบนท้องถนน แต่นั่นคือความงดงามแบบไม่ต้องจัดวาง ธรรมชาติของเขาเป็นแบบนี้ พอมาอยู่ด้วยกันมันลงตัวไปหมดสำหรับฉัน

เมื่อลงเครื่อง นั่งรถเข้าเมือง เริ่มเห็นวัวตัวใหญ่ริมสองข้างทาง หัวใจเต้นตึกๆ “นี่ไงวัวมารอรับฉันแล้ว” พูดกับตัวเองพร้อมตบเข่าฉาด!

และสำหรับดารัมซาลาอากาศยิ่งดีและสดชื่น ความหนาวเย็นปะทะกายเราเบาๆ แม้ฝนตกก็ไม่ได้เป็นอุปสรรค เพราะอินเดียสอนเราในทุกจังหวะชีวิต ฉันและเพื่อนนั่งรถกำลังจะไปร้านอาหารที่มีวิวสวยมาก แต่ฝนเกิดตกหนักระหว่างทาง เพื่อนผู้จะพาไปเกิดอาการเครียดเกรงว่าเราจะไม่ได้เห็นวิว

ฉันเลยบอกว่า “ตอนนี้เราอยู่ในรถด้วยกันตั้ง 4-5 คน เราได้คุยกัน หัวเราะกัน มีความสุขจะตาย เราควรอยู่กับปัจจุบัน มีความสุขไปกับมัน ให้อนาคตมันห่วงตัวของมันเอง”

007

แล้วอินเดียก็ไม่เคยทำให้ผิดหวัง เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ในอินเดีย หลังฝนตกหนักแบบไม่ลืมหูลืมตา และแล้วฟ้าหลังฝนก็เปิด เราได้เห็นรุ้งวงใหญ่พาดผ่านภูเขา ฟ้าจากสีเทาหม่นกลายเป็นสีฟ้าสดใสเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน

เราได้เห็นภูเขาสีเขียวสดตัดกับท้องฟ้าสีฟ้า เป็นภาพที่งดงามแบบไม่คาดฝัน เราได้ออกมาถ่ายรูป ได้เห็นความงามเบื้องหน้าอย่างอัศจรรย์ บอกแล้วว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ที่อินเดีย

การมาอินเดียไม่ได้มาเพื่อกินอยู่สบาย เห็นของดี สวย เลิศ แต่เมื่อเพื่อเรียนรู้ชีวิต มาเพื่อขัดเกลาตัวเองให้ดีขึ้น มาเพื่อยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น ฝึกความอดทน ฝึกความพยายาม ฝึกการปล่อยวาง ฝึกปัญญา

เรื่องดารัมซาลายังอีกมีอีกมาย ในวินาทีแรกที่ฉันพบดาไลลามะและคำสอนของท่าน อยากเล่าต่อใจจะขาดค่ะ!

บทความก่อนหน้านี้กวีวุฒิ เต็มภูวภัทร ถ้าผมมี “เดิมพัน” และ “ข้อเสนอ” ด้านล่างให้คุณเลือก มาเล่นกันเถอะ!
บทความถัดไป“Legend of The Rock Stars” รวมร็อกรุ่นเก๋า “เสก-บิ๊กแอส-ป้าง” บนเวทีเดียวกัน