กาละแมร์ พัชรศรี twitter :@kalamare ทหาร…ที่รัก

กาละแมร์ พัชรศรีtwitter @kalamare

วันนี้มีเรื่องเล่าอยู่หลายเรื่องเลยค่ะ แต่ละเรื่องเชื่อมโยงกันอย่างน่าประหลาดใจ แต่มันทำให้ฉันรู้ชัดว่า เรามาถูกทางแล้ว!

ระหว่างการไปเซ็นหนังสือ “แคร์เช่นมิตร” มีเรื่องให้ฉันได้นำมาเล่าต่อเพื่อเป็นประโยชน์ต่อคนอื่นมากมายค่ะ

มีพี่คนหนึ่งอายุ 60 กว่าหน้าตาสะสวย บอกว่าจะมาซื้อเล่มนี้เพราะจะเอาสูตรอาหารไปทำให้ตัวเองและสามีกิน

พร้อมเล่าว่า เมื่อก่อนตัวพี่เขาหุ่นดี แต่ต้องไปรอรับลูกก็นั่งกินกาแฟพร้อมเค้ก ขนมทุกวัน ทำให้น้ำหนักขึ้นมาสิบกว่าโล ตอนนี้ลูกเรียนจบแล้ว เลยต้องการกู้ร่างของตัวเองกลับคืนมา

แต่ที่หนักกว่าคือเรื่องสามีของคุณพี่เขา พี่บอกว่า สามีพี่หนัก 120 กิโล เป็นหลายโรคมาก ตั้งแต่ไขมันอุดตันเส้นเลือด เนื้องอกที่ตับ และอีกมากมาย พาร่างและเงินไปกองให้หมอ บอกว่ามีเงินอยู่ 5-6 ล้าน รักษาหายไหม

หมอบอก เอาเงินคืนไปเถอะ เพราะไม่รับประกัน พี่และสามีกลับบ้านมาจับเข่าคุยกัน สามีเขาบอกยังไม่อยากตาย พี่เขาเลยบอกว่า งั้นเราต้องช่วยกัน ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ก็เลยทำอาหารตามหนังสือให้เขากิน ตอนนี้ลดมาเหลือ 100 กิโลแล้ว ก็ต้องทำต่อไป

นี่เป็นตัวอย่างที่เห็นเป็นรูปธรรมมากๆ คือต่อให้เอาเงินไปกอง ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะหายจากโรคที่คุณเป็น

และที่สำคัญ นี่ไม่ใช่เป้าหมายในชีวิตคุณใช่ไหม ที่จะเก็บเงินก้อนใหญ่ในชีวิตแล้วเอาไปใช้ในโรงพยาบาล

สิ่งที่คุณพี่เขาเป็น มันเกิดจากสิ่งที่เขาทำตัวเองทั้งสิ้น การกินของเขา พฤติกรรมการใช้ชีวิตของเขา แค่เขาปรับเปลี่ยน มันดีขึ้นได้ แต่อย่ารอให้สายเกินไป

 

อีกรายคือ แม่บ้านรายการที่ฉันทำ พี่เขาจะเป็นคนคอยดูแลเรื่องน้ำท่า อาหาร ผลไม้ให้อย่างดี แต่สิ่งที่เขาเป็นคือกรดไหลย้อน จนตัวเองต้องแสบร้อนขึ้นมากลางอก

เหตุเพราะทำงานจนลืมกินข้าวให้ตรงเวลา เช้าก็รีบ กลางวันก็วุ่น ดูแลคนอื่นได้อย่างดี แต่พอกับตัวเองไม่ได้ดูแล

คราวนี้ต้องไปเสียเงินรักษาตัวเอง แถมไม่สบายตัวอีกต่างหาก ฉันเลยบอกวิธีดูแลตัวเอง เพราะโรคนี้เป็นโรคพฤติกรรม ถ้าแก้ได้ เปลี่ยนได้ มันก็หาย ดูแลเขาอย่าให้เราต้องทุกข์

บอกพี่เขาว่า นี่แค่มาเตือน ต่อไปไม่รู้จะเป็นโรคอะไร วันหนึ่งเป็นอะไรขึ้นมา เขาก็เปลี่ยนแม่บ้านใหม่

แต่ลูกกับสามีเรา เขาจะเอาใครมาทดแทน

 

ล่าสุดเพื่อนสนิทตั้งแต่เรียนมัธยม เล่าให้ฟังว่า พรุ่งนี้ต้องไปเสียเงิน 60,000 บาทซื้อเครื่องครอบจมูกเวลานอนเพื่อไม่ให้หยุดหายใจระหว่างหลับ

เหตุเพราะไปตรวจแล้วพบว่านอนไป 2 ชั่วโมง หยุดหายใจไป 40-50 ครั้ง!!

นั่นหมายความว่า มีแนวโน้มจะหลับแล้วตายไปเลยสูงมาก

ฉันถามเพื่อนว่า ทุกวันนี้ตื่นแล้วก็ยังเพลีย งัวเงียไม่อยากตื่นใช่ไหม นอนเท่าไหร่ก็เหมือนไม่พอ เสาร์-อาทิตย์หลับเป็นตาย วันธรรมดาตกบ่ายก็เบลอๆ ง่วงซึม

เพื่อนบอกใช่ทั้งหมด เพราะอาการเหล่านี้คือร่างกายขาดออกซิเจน เลือดหมุนเวียนไม่ดี เพราะนอนหลับไม่สนิท และหยุดหายใจนั่นแหละ

แล้วมันเกิดเพราะอะไรน่ะเหรอ ก็เพราะความอ้วนของเพื่อนที่สะสมมาตั้งแต่เริ่มรู้จักกัน นับได้ก็ยี่สิบกว่าปีแล้ว พอถึงเวลานี้มันเริ่มสำแดงอาการแล้ว

เบาหวาน ความดันเริ่มมา ไหนจะเครียดเรื่องงาน นอนก็น้อย ไม่ออกกำลังกาย กินอาหารพัง ทุกอย่างจึงประดังประเดเข้ามา

ฉันถามเพื่อนว่า นี่คือผลตอบแทนของการทำงานหนักและไม่ดูแลตัวเองเหรอ ตกลงทำงานมาทั้งหมดเพื่อเสียเงินซื้อเครื่อง 60,000 บาทเนี่ยนะ และนี่ไม่ใช่เครื่องสุดท้ายหรือเป็นการเสียเงินครั้งสุดท้ายในการรักษาโรค ถ้าตราบใดเพื่อนยังไม่เปลี่ยนพฤติกรรมตัวเอง

 

เพื่อนอีกคนรู้ตัวเองเลยว่าละเลยการดูแลตัวเองตั้งแต่มีลูก ไม่ออกกำลังกาย กินของเหลือจากลูก ปล่อยตัวไหลจนมารู้ตัวอีกทีน้ำหนักขึ้นมา 10 กิโล และบอกว่าเหมือนตัวเองกำลังท้องสัก 5-6 เดือน แถมเกิดอาการภูมิแพ้กำเริบ แพ้นั่นนี่เยอะไปหมด อยู่ดีๆ ก็คันตา น้ำมูกไหล ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เป็น

ร่างกายมันออกอาการเวลาที่เราภูมิคุ้มกันตกเสมอ

เหมือนในร่างเรามีทหารคอยคุ้มกันเราจากเชื้อโรคต่างๆ แต่ที่ผ่านมาถ้าเราไม่ดูแล บำรุงทหารของเราด้วยอาหาร ออกซิเจนเลย เขาก็อ่อนแอ พอมีอะไรแปลกปลอมเข้ามา จากที่เคยสู้ได้ คราวนี้ก็สู้ไม่ไหว เกิดอาการแพ้หรืออักเสบขึ้นมา

ทั้งหมดมันอยู่ที่ตัวเราทั้งนั้น

อย่ารอให้ร่างกายเขาไม่ไหวจนต้องแสดงอาการเลยค่ะ ถ้ายังอยากจะมีชีวิตอยู่ให้ดี เราลุกขึ้นมาทำเพื่อตัวเองได้เลย วันนี้ เดี๋ยวนี้ค่ะ…