เช็กสต๊อกหนังสือ : มาดามโบวารี / แปลได้แปลดี / บัญชารัก ลิขิตหัวใจ /อัศวินผมขาว

มาดามโบวารี สำนักพิมพ์ทับหนังสือ บทประพันธ์ของ กุสตาฟ โฟลแบรต์ ผู้แปล ดร.วิทย์ ศิวะศริยานนท์ จำนวน 426 หน้า ปกแข็งราคา 400 บาท

นวนิยายคลาสสิคแนวสัจนิยมที่อื้อฉาวที่สุดเล่มหนึ่งในยุคศตวรรษที่ 19 หนังสือเล่มนี้ถูกนำมาพิมพ์ครั้งที่ 5 เมื่อปี 2549 ด้วยฝีมือแปลของผู้แปลชั้นครูเมื่อกว่า 60 ปีมาแล้ว หลายคนอาจไม่คุ้นเคยหรือหลงลืมไปแล้ว เลยเอามารีวิวกันใหม่

ความอื้อฉาวของเรื่องนี้ ก็เป็นเพราะผู้แต่งถูกฟ้องเป็นคดีครึกโครม ในข้อหาบ่อนทำลายศีลธรรมอันดีงามของฝรั่งเศสในยุคนั้น แต่ท้ายที่สุดศาลยกฟ้อง สิ่งที่เกิดขึ้นจึงเร้าให้สาธารณชนจับตามองนักเขียนคลื่นลูกใหม่ผู้นี้อย่างจดจ่อ จนส่งให้ กุสตาฟ โฟลแบรต์ กลายเป็นนักประพันธ์ชั้นแนวหน้าในเวลาอันรวดเร็ว จนต่อมานักวิจารณ์ต่างยกย่องให้เรื่องนี้เป็นวรรณกรรมที่ยิ่งใหญ่ของโลกตะวันตก ด้วยว่าเขียนโดยผู้รวมความสมบูรณ์แบบ ทั้งในด้านตัวละคร วิธีเขียน และแนวการเขียนไว้ในเล่มเดียวกัน

มาดามโบวารี เป็นเรื่องราวชีวิตของ เอ็มมา โบวารี หญิงสาวที่พบว่าชีวิตภายหลังแต่งงานกับหมอบ้านนอกคนหนึ่งนั้น มิได้หวานชื่นอย่างที่หวัง ความใคร่ที่แผดเผาใจ และสังคมที่คับแคบจอมปลอม ฉุดกระชากเธอเข้าสู่ห้วงแห่งความปลื้มปีติระคนทุกข์ทรมาน แต่สุดท้ายก็จบลงด้วยการฆ่าตัวตาย

แนวสัจนิยมของโฟลแบรต์ที่กล้าประจันหน้าสู้กับ “ความจริง” ด้วยการวางตัวเป็นกลางอย่างเหนียวแน่น ทำให้ถูกวิจารณ์ว่า “ขาดความรับผิดชอบในการให้บทเรียนทางศีลธรรมแก่ผู้อ่าน” ตามค่านิยมของงานเขียนในยุคนั้น ทั้งที่แท้จริงแล้วเขาเห็นอกเห็นใจตัวละครเกือบทุกตัวว่า มีดีมีเลวปะปนกันอยู่ตามปกติวิสัยของปุถุชนคนธรรมดา

ซึ่งแม้แต่งขึ้นเมื่อ 160 ปีล่วงมาแล้ว แต่ต้องยอมรับว่าความเป็นจริงในเรื่องก็ยังคงดำรงอยู่อย่างซับซ้อนในสังคมปัจจุบัน

บัญชารัก ลิขิตหัวใจ สำนักพิมพ์ Princess ไฉ่หง ผู้เขียน จำนวน 518 หน้า ราคา 350 บาท

เพราะต้องการเปลี่ยนอดีต ความปรารถนาอันแรงกล้าจึงก่อให้เกิดปาฏิหาริย์ ทำให้วิญาณของ ไอริช หวง นักโบราณคดีสาวจากศตวรรษที่ 21 เข้าไปสิงสู่อยู่ในร่างของ หลินเหม่ยอิง องค์หญิงเก้า ผู้ได้รับฉายา “องค์หญิงพันพิษ ฆ่าคนพันศพ”

แล้วสวรรค์ก็บันดาลให้นางได้พบกับ เว่ยกงกง ขันทีหนุ่มผู้มีที่มาที่ไปลึกลับ ซึ่งแท้จริงแล้ว เขาคือ เหลียงจื่อเสี้ยน อ๋องหนุ่มแห่งแคว้นฝู่เว่ย ศัตรูร้ายของแคว้นไห่ถังขององค์หญิงเก้า

เขาสอนให้นางรู้จักความรัก ทว่าเป็นรักต้องห้ามที่มิอาจเป็นไปได้

ถึงจะเป็นรักต้องห้าม ถึงเขาจะเป็นศัตรู แต่หากต้องการฝืนชะตากรรม นางก็จะฝืนให้ถึงที่สุด ต่อให้สวรรค์บัญชาให้มิอาจครองคู่กัน นางก็ไม่สน ชีวิตในชาตินี้ นางจะเป็นผู้บัญชารัก ลิขิตหัวใจด้วยตัวเอง โดยไม่มีคำว่ายอมแพ้

แปลได้แปลดี สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สุพรรณี ปิ่นมณี ผู้แต่ง จำนวน 228 หน้า ราคา 110 บาท

ปัจจุบันการแปลสำคัญยิ่งยวดต่อการอ่าน การศึกษา ที่ทั้งคนแปลและคนอ่านต้องอาศัยความเพียรอย่างสูงสุด ต้องอาศัยภูมิความรู้ที่เชี่ยวชาญ รวมทั้งทักษะภาษาและการเข้าถึงก้นบึ้งของภาษานั้นๆ อย่างแจ่มชัด ประณีตบรรจง เพื่อให้ได้ผลงานที่ทรงคุณค่า

หนังสือเล่มนี้มุ่งเสริมทักษะการแปลสำหรับผู้เรียนในระดับมหาวิทยาลัยให้ผู้ศึกษาสามารถแปลได้และแปลให้ได้ดีด้วย ขณะเดียวกันก็ทำงานแปลอย่างมีความสุข สนุกสนานเพลิดเพลิน จนสามารถแปลได้ดีทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณ ทั้งยังเน้นการสร้างพื้นฐานการใช้ภาษาให้แข็งแรง นำไปสู่การพัฒนาทักษะการแปลทั้งจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยและจากภาษาไทยเป็นอังกฤษในระดับกลาง เพื่อที่จะได้ต่อยอดไปสู่ระดับสูงต่อไป

เนื้อหาจะครอบคลุมการสร้างความตระหนักรู้ในเรื่องความแตกต่างระหว่างภาษา “รับสาร” กับภาษา “ส่งสาร” กฎเกณฑ์ไวยากรณ์ โครงสร้างประโยค อนุประโยค ส่วนขยายกาลเวลา กรรมวาจา การใช้คำบริบท สหบทหรือคำที่อยู่ร่วมกัน ความหมายแรก ความหมายรอง และความหมายเชิงเปรียบเทียบ ลีลาภาษา ตลอดจนความแตกต่างทางด้านวัฒนธรรม

พร้อมกันนี้ยังมีแบบทดสอบหลายบท จึงเหมาะทั้งกับนักเรียนนิสิตนักศึกษา อาจารย์ผู้สอน และบุคคลทั่วไปที่สนใจเข้าสู่วงการแปล

อัศวินผมขาว ตอน คู่มือเตรียมความพร้อมสู่การเกษียณอย่างสมาร์ต จัดพิมพ์โดย สถาบันคิดใหม่ ดร.วีรณัฐ โรจนประภา ผู้เขียน จำนวน 80 หน้า อภินันทนาการฟรี

เป็นที่ยอมรับกันว่าสังคมสูงวัยกำลังคืบคลานครอบงำสังคมไทยในเวลาอันไม่ช้าไม่นานจาก ซึ่งจะทำให้คตินิยมเปลี่ยนไปคนชราจะถูกทอดทิ้งให้เป็นภาระของสังคมและรัฐบาลต้องยุทธศาสตร์ในการดูแลผู้สูงวัยออกมามากมาย

แต่ในความเป็นจริงสังคมไทยก็ยังไม่ได้พยายามปรับเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อผู้สูงวัยจากที่มองเป็น “ภาระ” เป็นการมองเห็น “คุณค่าและพลังเกื้อหนุนสังคม” ได้ดีเท่าใดนัก นั่นจึงนำมาสู่โครงการ “อัศวินผมขาว” ที่ผู้เขียนซึ่งเป็นนักวิชาการด้านสังคมสูงวัยและนายกสมาคมบ้านปันรักที่มีวัตถุประสงค์ในการสร้างกิจกรรมที่เป็นประโยชน์แก่ผู้สูงวัยภายใต้กรอบคิดที่ว่า “ผู้สูงอายุไม่ใช่ภาระ ไม่ใช่หนี้สิน แต่เป็นสินทรัพย์อันทรงคุณค่าอย่างยิ่ง” มุ่งสร้างมุมมองใหม่ต่อผู้สูงวัย ทั้งในฐานะห้องสมุดเคลื่อนที่ และนักปราชญ์ที่สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น และเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุได้มาเป็นผู้ให้ทั้งความรู้และประสบการณ์แก่ผู้อื่น

หนังสือเล่มนี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ มุ่งนำเสนอแนวทางในการเตรียมความพร้อมในยามก่อนเกษียณ เพื่อให้ผู้เกษียณสามารถมีปัจจัยต่างๆ รองรับการดำเนินชีวิตได้อย่างมั่นใจเพื่อจะได้เปลี่ยนบทมาเป็น “พลังผู้สูงวัยรุ่นใหม่” และเปลี่ยนชีวิตตัวเองให้เป็นแรงบันดาลใจ รวมทั้งชวนเพื่อนผมขาวท่านอื่นให้ลุกขึ้นมาเป็นอัศวินที่สง่างามด้วยกัน โดยเนื้อหามี 3 บทหลัก คือ 1.หลักคิดเพื่อตั้งเป้าหมายชีวิตที่ถูกต้อง 2.ปัจจัย 4 พื้นฐานชีวิตที่แท้จริง และ 3.สังคหวัตถุ 4 สร้างสังคมแห่งความสุขและแบ่งปัน

สนใจขอรับได้ฟรีที่สถาบันคิดใหม่ หรือ สมาคมบ้านปันรัก โดยสอบถามรายละเอียดที่ 0-2619-6655 หรือสมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่ www.kid-mai.com

คํา คม คิด

“ไม่มีใครเกิดมาแล้วเกลียดคนอื่นเพราะสีผิว, พื้นเพ หรือศาสนา คนเรียนรู้ที่จะเกลียด และถ้าสามารถเรียนรู้ที่จะเกลียดได้ก็สามารถได้รับการสอนที่จะรักได้เช่นกัน ความรักสามารถมาจากใจของมนุษย์ได้อย่างเป็นธรรมชาติมากกว่าความเกลียด”

เนลสัน แมนเดลลา

บทความก่อนหน้านี้บิ๊กตู่ บอก ปี61 เดินหน้า ปชต. ถ้ายังขัดแย้งสูง ไม่รับประกันมีเลือกตั้ง ยัน ม.44 ไม่ได้รีเซตพรรค
บทความถัดไป“สัญญาณ” จากคำอวยพร “ป๋า” “สัญญาณ” ร้อนการเมืองปี 2561